บทที่ 7 เผชิญหน้าอีกครั้ง

บทที่7

เผชิญหน้าอีกครั้ง

ลลิณเหม่อมองออกไปยังหน้าต่างบานเล็กๆของเครื่องบินที่กำลังบินสู่ท้องฟ้าในขณะนี้ด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นในใจ

เธอหลบหนีออกมาได้เพราะความช่วยเหลือของกลุ่มคนที่หวังดีกับเธอและตอนนี้เธอกำลังมุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯเพื่อตั้งหลักและคิดหาหนทางลอบทำร้ายเขาอีกครั้ง

เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้เธอต้องบีบกระชับมือตัวเองเอาแน่นด้วยความกลัวธามไทเป็นบุคคลอันตรายที่เธอไม่ควรเอาตัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเขาจริงๆ

แววตาดุดันและท่าทางเยือกเย็นของเขาทำเอาเธอแทบสติแตกในครั้งแรกที่ได้สบตากันเธอไม่ได้เจอเขาในระยะประชิดแบบนี้มานานหลายปี แต่ถ้าเธอมัวแต่กลัวและปล่อยให้เรื่องทุกอย่างผ่านไปโดยที่ไม่คิดทำอะไรกับเขาให้สาสม ชาตินี้เธอก็คงนอนตายตาไม่หลับเช่นกัน…

หลายวันต่อมา

วันนี้เธอได้ข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมายของเธอว่าเขาจะไปดื่มที่ผับใจกลางเมืองกับหุ้นส่วนคนสำคัญและครั้งนี้เธอจะไม่มีทางพลาดท่าให้เขาอีกเด็ดขาด

ร่างบางสวมใส่ชุดเดรสรัดรูปปะปนกับสาวสวยที่คอยให้บริการชงเครื่องดื่มให้กับลูกค้าภายในผับขนาดใหญ่แห่งนี้เธอมาขอรับจ็อบทำงานพิเศษเพียงวันนี้วันเดียวเมื่อเห็นเป้าหมายนั่งดื่มอยู่ไม่ไกลทำให้เธอลอบมองเขาอยู่ห่างๆเพื่อสังเกตพฤติกรรมต่างๆของชายหนุ่มและดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะค่อนข้างระมัดระวังตัวไม่มีสาวๆนั่งคลอเคลียอยู่ใกล้ๆเหมือนกับหุ้นส่วนของเขาเลย

“ลินดาชงเหล้าให้ลูกค้าหน่อย” เธอถูกเรียกด้วยนามแฝงที่ตั้งขึ้นมาใหม่จากหญิงสาวอีกคนที่มาทำงานด้วยกันในวันนี้

“รับอะไรดีคะ” ร่างบางหันหน้าไปยิ้มหวานด้วยท่าทีน่ารักกับลูกค้าอย่างมืออาชีพแม้ว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่เธอมาทำอะไรแบบนี้ภายในผับก็ตามเถอะ

เธอถูกบรรดาชายหนุ่มที่มาดื่มในวันนี้มองมายังเธออย่างเปิดเผยและถูกใจจนรู้สึกได้คงด้วยผิวกายที่ขาวอมชมพูที่โผล่พ้นออกมาจากขอบผ้าที่ทั้งสั้นและรัดรูปไหนจะร่างกายอรชรที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจนจนผู้หญิงด้วยกันเห็นแล้วยังต้องรู้สึกอิจฉา

ดวงตากลมโตที่ทอประกายเจิดจ้าอย่างไม่นึกกลัวอะไรของเธอยิ่งทำให้ผู้พบเห็นเป็นอันต้องสะดุดตาสะดุดใจจนอยากสานสัมพันธ์ต่อแต่เธอก็เลือกปฏิเสธลูกค้าเหล่านั้นไปอย่างนุ่มนวลเพราะวันนี้เธอแค่ต้องการเข้าหาเป้าหมายของเธอเท่านั้น

อีกอย่างเธอมีคนรักอยู่แล้วเธอไม่คิดสนใจพวกเสือผู้หญิงที่จ้องแต่จะ เคลมเธอเอาไว้เล่นสนุกแบบคนเหล่านี้หรอก

เธอจำต้องโกหกแฟนหนุ่มว่าไปนอนค้างที่บ้านของเพื่อนสนิทอย่างใบข้าวเพราะทั้งสองคนไม่ได้เจอกันนานมากทำให้เธอคิดถึงเพื่อนและอยากพูดคุยกันตามประสาผู้หญิงซึ่งอนาวินแฟนหนุ่มของเธอก็เข้าใจและไม่ได้คิดสงสัยอะไร

“มีใครจะรับงานเพิ่มไหม แขกวีไอพีโต๊ะนู้นเขาต้องการ” เสียงคนดูแลสาวสวยของผับหรูถามเบาๆยังกลุ่มคนที่อยู่ไม่ไกลทำให้ลลิณรีบเดินเข้าไปหาเพื่อเสนอตัวรับงานนี้เพราะชายหนุ่มที่พึ่งลุกจากโซฟาคือเป้าหมายของเธอเอง

“เจ้ หนูขอรับงานเสริมเพิ่มค่ะ พอดีต้องการใช้เงินด่วน” เธอว่าด้วยน้ำเสียงขอร้องก่อนอีกฝ่ายจะมองสำรวจเธออย่างพึงพอใจ

“อืม สวย หุ่นดี ผ่าน ไปที่ห้องวีไอพีชั้นสองเลยแขกไปรออยู่ก่อนแล้ว”

หญิงสาวพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินไปเอากระเป๋าใบเล็กของตัวเองและตามหลังการ์ดร่างโตไปด้วยใจที่เต้นแรงอย่างคนนึกหวั่นในใจ

เธอหันไปส่งสัญญาณยังกลุ่มคนที่พร้อมช่วยเหลือเธออยู่ไม่ไกลซึ่งคนเหล่านั้นก็ลุกขึ้นและเดินตามเธออยู่ห่างๆอย่างแนบเนียน

กระทั่งเดินมาถึงหน้าห้องเธอถึงรู้สึกหวาดระแวงและมีลางสังหรณ์ไม่ดีเกิดขึ้นเพราะหน้าห้องไม่มีคนของเขาเฝ้าอยู่สักคนเลยซึ่งมันแปลกมากและตอนนี้กลุ่มคนที่เฝ้าเธออยู่ไม่ห่างก็หายไปจากสายตาจนเธอรู้สึกใจคอไม่ดี

แต่ทำไงได้ตอนนี้เธอไม่มีเวลาต้องมาคิดสงสัยอะไรอีกแล้วเพราะการ์ดที่เดินมาส่งเธอได้เปิดประตูห้องให้เธอเข้าไปพร้อมกับประตูที่ถูกปิดลง

ปึง!

ลลิณสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆห้องและพบว่าภายในห้องเงียบสงบจนผิดสังเกตเธอก้าวขาอันสั่นเทาเข้าไปหยุดอยู่กลางห้องก่อนจะรับรู้ถึงเงาบางอย่างเคลื่อนตัวมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังและก่อนที่เธอจะได้หันหลังกลับไปมองนั้นก็ต้องตื่นตกใจกับฝ่ามือหนาของใครอีกคนที่ยกขึ้นมาปิดปากเธอเอาไว้ก่อน

หมับ!

“ไง เจอกันอีกแล้วนะ…ลลิณ” น้ำเสียงเยือกเย็นที่กระซิบเรียกชื่อเธอข้างใบหูทำเอาขนอ่อนตรงลำคอลุกชันอย่างหวาดกลัวและเธอก็ตกใจมากด้วยเพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวแล้วว่าเป็นเธอที่คิดทำร้ายเขา

กลิ่นน้ำหอมผสมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ระเหยออกมาเตะจมูกเธอยิ่งทำให้รู้สึกปั่นป่วนและตื่นตระหนกจนไม่กล้าขยับตัวไปไหน

ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าตัวเธอได้ติดกับดักอีกฝ่ายเข้าให้แล้วต่อให้วางแผนมาดีแค่ไหนก็ไม่สามารถลอดพ้นสายตาคนอันตรายแบบเขาได้สินะ

“หึ กล้าดียังไงคิดลอบฆ่าฉัน!” ชายหนุ่มปล่อยมือออกจากริมฝีปากของร่างบางตรงหน้าก่อนจะเปลี่ยนมากำรอบลำคอเธอเอาไว้แทน

“คนเป็นฆาตกรฆ่าคนอื่นเป็นผักปลา มีสิทธิ์พูดคำนี้ด้วยเหรอ” ในเมื่อเขารู้เจตนาเธอแล้วเธอก็ไม่คิดอ้อมค้อมกับอีกฝ่ายอีกให้เขาได้รู้ไปเลยว่าเธอโกรธแค้นและชิงชังกับการกระทำเลวทรามของเขามากแค่ไหน

“งั้นเหรอ งั้นเธอก็คงจะเป็นรายต่อไปที่ฉันจะฆ่า โทษฐานที่เลี้ยงไม่เชื่องคิดทำร้ายผู้มีพระคุณอย่างฉัน”

“เหอะ! จะฆ่าก็ฆ่าช้าอยู่ทำไมล่ะ จะให้ฉันสำนึกบุญคุณคนที่ฆ่าพ่อของฉันและโยนความผิดให้คนอื่นอย่างเลือดเย็นแบบคุณ ฉันคงทำให้ไม่ได้หรอกนะ” อยากจะฆ่าเธอก็ฆ่าเลยเพราะถึงอยู่ต่อไปแล้วทำอะไรคนสารเลวแบบเขาไม่ได้ก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม

ความรู้สึกย่ำแย่และเจ็บปวดเข้าเล่นงานเธออีกครั้งเมื่อนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับบิดาเธอโกรธแค้นและชิงชังอีกฝ่ายจนอยากจะฆ่าเขาให้ตายคามือเมื่อคิดได้ดังนั้นเธอล้วงมือลงไปหยิบมีดพกสั้นออกมาจากกระเป๋าและแทงเข้าที่ข้างลำตัวเขาอย่างรวดเร็ว

ฉึก!

“อ๊ะ!” ด้วยความไม่ทันระวังตัวทำให้ร่างสูงถูกปลายมีดเฉียดแทงเข้าที่ข้างลำตัวก่อนที่เขาจะจับเข้าที่ข้อมือเล็กของเธอและแย่งมีดมาจ่อเข้าที่ลำคอระหงแทนโดยที่ไม่คิดสนใจเลือดที่ไหลซึมออกมาจนเปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีดำของตัวเอง

แววตาของเขาคุกรุ่นไปด้วยโทสะเมื่อได้ยินสิ่งที่หญิงสาวเอ่ยออกมาเขาไม่ชอบที่สุดคือคนที่พูดถึงเรื่องราวในวันนั้นขึ้นมาและยิ่งเป็นคนใต้ปกครองที่อยู่ใกล้ตัวแบบนี้แล้วเขายิ่งไม่ชอบ

นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอทำอะไรสิ้นคิดแบบนี้สินะ!

“เลิกอวดดีกับฉันถ้ายังอยากหายใจ” ร่างสูงกดปลายมีดลงเฉือนลำคอเล็กเพียงนิดเพื่อลงโทษให้เธอได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดและหวาดกลัว

“อึก!” ร่างบางรู้สึกเจ็บแปลบที่ลำคอก่อนจะได้กลิ่นคาวเลือดจางๆแต่เธอจะไม่ยอมร้องขอชีวิตจากเขาอย่างแน่นอน

“ทำไม ฉันพูดแทงใจดำคุณหรือไง หลอกลวงพวกฉันมานานหลายปี สะใจคุณหรือยัง คนสารเลว!” คำก่นด่าของเธอทำให้ร่างสูงแสยะยิ้มเยือกเย็นก่อนจะใช้นิ้วมือกดย้ำไปที่บาดแผลของอีกฝ่ายให้รู้สึกเจ็บปวดทรมาน

“ฉันเลวได้มากกว่านี้ถ้าเธอยังไม่หุบปาก” ยิ่งเห็นท่าทางอวดดีไม่ร้องขอความเห็นใจจากเขาชายหนุ่มก็ยิ่งรู้สึกขัดใจแม้ตอนนี้ร่างกายเธอจะสั่นเทาเพราะความเจ็บมากแค่ไหนแต่ยังคงนิ่งเงียบไม่ปริปากร้องออกมาให้เขาเห็น

ธามไทโยนมีดไกลออกไปก่อนจะดันตัวอีกฝ่ายให้เดินไปข้างหน้าและผลักเธอให้ล้มลงบนเตียงพร้อมกับขึ้นคร่อมอีกฝ่ายกังขังไว้ไม่ให้หลบหนีไปไหนได้เขาเห็นท่าทีตื่นตกใจของเธอที่สะท้อนออกมาผ่านแววตามันทำให้เขารู้สึกพอใจ

เขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเจ้าตัวจะอดทนได้มากแค่ไหน

พรึบ!

“คิดจะทำอะไร ถ้าอยากจะฆ่าก็ฆ่าเลยสิ”

“ฆ่าเธอง่ายๆมันจะไปสะใจได้ยังไง รู้ไหมคนทรยศแบบเธอฉันจะลงโทษแบบไหน” เขาแสยะยิ้มร้ายก่อนจะเริ่มปลดกระดุมเสื้อตัวเองออกอย่างใจเย็นพร้อมกับมองเหยื่อตรงหน้าที่มีสีหน้าหวาดกลัวออกมาด้วยความพึงพอใจ

ด้านลลิณยิ่งเห็นแววตาดุดันของเขาใกล้ๆบวกกับท่าทางเอาจริงของเขายิ่งทำให้เธอตื่นกลัวเพราะตอนนี้ชายหนุ่มตรงหน้าได้ถอดเสื้อเชิ้ตสีดำที่เปื้อนเลือดทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดีก่อนจะเริ่มปลดเข็มขัดต่ออย่างใจเย็น

“ปล่อยฉันนะ! คนเลว” ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าอีกฝ่ายจะจัดการกับเธอแบบไหน

“นั่นแหละฉัน” ธามไทไม่ได้ใส่ใจกับคำด่าทอของหญิงสาวเขาเพียงทำตามความต้องการของตัวเองไปเรื่อยๆโดยที่อีกฝ่ายไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายไปไหนได้เพราะตอนนี้เขาใช้เข็มขัดมัดข้อมือเล็กของเธอเอาไว้อย่างแนบแน่นก่อนที่เขาจะกระชากชุดเดรสที่เธอสวมใส่ออกอย่างแรงพร้อมกับบราและแพนตี้ตัวจิ๋วก็ขาดวิ่นติดมือไปด้วย

พรึบ!

“กรี๊ดด อย่านะ!” ร่างบางกรีดร้องออกมาเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายแบบนี้เธอยอมให้เขาฆ่าเธอให้ตายดีกว่าต้องตกเป็นของคนสารเลวแบบเขา

“ฮึก! ปล่อยฉัน อย่าทำแบบนี้” ตอนนี้ร่างกายของเธอได้เปลือยเปล่าต่อหน้าคนร้ายกาจแบบเขาเป็นที่เรียบร้อย

“หึ มันสายไปแล้ว เธอเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาฉันเองไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มขยับตัวเพียงนิดเพื่อถอดกางเกงออกกระทั่งตอนนี้ร่างกายแข็งแรงได้เปลือยเปล่าต่อหน้าหญิงสาวเช่นกันและดูเหมือนว่าเธอจะดีดดิ้นเอาตัวรอดจนน่าโมโห

“ปล่อยฉันนะ ไอ้ชาติชั่ว” เธอพยายามเอาตัวรอดจากการถูกมัดและถูกกักขังด้วยร่างกายแข็งแรงของเขายิ่งความใหญ่โตที่แข็งชูชันขึ้นมาเธอก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวและขยะแขยงอีกฝ่ายจนอยากจะกัดลิ้นตัวเองตายซะตอนนี้

หน้าตาหล่อเหลาและร่างกายอันสมบูรณ์แบบของเขาไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเคลิบเคลิ้มหรือหลงใหลเลยสักนิดกลับกันเธอยิ่งรู้สึกรังเกียจและชิงชังกับการกระทำของอีกฝ่ายมากขึ้นไปอีก

“หุบปากและอ้าขาให้ฉันเอาจะดีกว่า” ชายหนุ่มจับขาทั้งสองข้างของเธอแหวกออกให้กว้างก่อนจะชักรูดแก่นกายที่เริ่มแข็งผงาดขึ้นมาจดจ่อเข้าไปที่ช่องทางรักที่ไร้ซึ้งน้ำหล่อลื่นของเธอ

“อย่าทำฉันเลย ขอร้อง ฮึก! ฉันมีแฟนแล้ว” ตอนนี้เธอคิดถึงหน้าแฟนหนุ่มที่คบกันมานานถ้าหากเธอต้องเสียตัวให้กับคนสารเลวแบบนี้แล้วเธอจะสามารถพูดคุยกับคนรักได้เหมือนเดิมได้ยังไง

เธอละอายใจเกินกว่าจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้

“งั้นเหรอ แต่พอดีฉันมันเลวกว่าที่เธอคิด”

ปึก! สวบ!

“อ๊ะ! กรี๊ดดด…เจ็บ ฮืออ” เธอรู้สึกเหมือนร่างกายแตกออกเป็นเสี่ยงๆโดยที่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรตัวเองได้ความบริสุทธิ์ที่เก็บมานานหลายปีได้ถูกทำลายลงเพราะคนสารเลวที่ฆ่าพ่อของเธอ

เขามันเลวกว่าที่เธอคิดเอาไว้จริงๆ

“อ๊าา เธอทำฉันเซอร์ไพรส์นะ” ร่างสูงแสยะยิ้มเมื่อเห็นหยดเลือดไหลอาบลงมาจากช่องทางรักที่ฉีกขาดของเธอเยื่อบางๆที่เขาสอดแทรกทะลุเข้าไปอย่างรุนแรงก่อนหน้าทำให้รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายยังคงบริสุทธิ์

“ฮึก! แก ไอ้คนสารเลว ถ้าฉันหลุดออกไปได้ฉันจะแจ้งตำรวจจับแกเข้าคุก” เธอร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจยิ่งรับรู้ถึงตัวตนของอีกที่สอดลึกเข้ามาเธอก็ยิ่งดีดดิ้นอย่างนึกรังเกียจ

“หึ ถ้าคนพวกนั้นทำอะไรฉันได้ ฉันคงถูกจับตั้งแต่สิบหกปีก่อนแล้วสิ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป