บทที่ 8 ตอนที่ 7 งานเลี้ยงที่เมียถูกเหยียบหัวใจ

ตอนที่ 7

งานเลี้ยงที่เมียถูกเหยียบหัวใจ

แสงแดดยามบ่ายส่องลอดผ้าม่านสีซีดในห้องเล็กด้านหลังบ้านเข้ามาอย่างอ่อนแรง รุ้งทรายนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งเก่าที่ป้าชื่นเพิ่งให้เด็กยกมาเพิ่มเมื่อเช้า กระจกตรงหน้ามีรอยขุ่นตามขอบ แต่ยังสะท้อนใบหน้าของหญิงสาวได้ชัดพอให้เธอเห็นความอิดโรยในดวงตาตัวเอง หลังจากคืนแรกในบ้าน              อัครบดินทร์ผ่านพ้นไปอย่างเจ็บช้ำ และหลังจากเช้านี้เธอถูกศิลาเหยียบย่ำความตั้งใจด้วยการเทอาหารที่เธอทำลงถังขยะต่อหน้า ความรู้สึกในอกของเธอก็คล้ายมีแผลสดที่ยังไม่ทันแห้งดี

บนเตียงเดี่ยวตัวเล็กมีชุดราตรีสีครีมอ่อนวางอยู่ มันเป็นชุดที่ป้าชื่นกับแม่บ้านช่วยกันเลือกจากห้องเก็บชุดของคุณหญิงพิมพ์แข เนื้อผ้าเรียบหรู ไม่ฉูดฉาด ไม่โป๊เปลือย แต่ดูสง่างามอย่างพอดี เหมาะกับผู้หญิงที่ต้องไปงานเลี้ยงธุรกิจในฐานะภรรยาของชายผู้ทรงอิทธิพล ทว่าในความรู้สึกของรุ้งทราย ชุดงดงามตรงหน้ากลับเหมือนชุดเกราะที่เธอต้องสวมไปออกรบมากกว่าชุดสำหรับงานเลี้ยง

“คุณรุ้งคะ ป้าว่าชุดนี้เหมาะกับคุณรุ้งมากนะคะ สีอ่อนทำให้หน้าคุณรุ้งหวานขึ้น แล้วก็ไม่ดูแข่งกับใครจนเกินไป” ป้าชื่นพูดพลางยกชุดขึ้นทาบกับตัวหญิงสาว ดวงตาของแม่บ้านสูงวัยมีประกายเอ็นดูและเป็นห่วงปะปนกัน

“รุ้งกลัวค่ะป้าชื่น กลัวว่าต่อให้แต่งตัวดีแค่ไหน คนที่ยืนข้างรุ้งก็ยังไม่อยากให้รุ้งยืนอยู่ตรงนั้นอยู่ดี” รุ้งทรายเอ่ยเสียงเบา เธอมองชุดในมือป้าชื่นแล้วฝืนยิ้มบาง ๆ แต่รอยยิ้มนั้นกลับเศร้าจนคนมองเจ็บแทน

“อย่าคิดอย่างนั้นเลยลูก วันนี้คุณหญิงตั้งใจให้คุณรุ้งไปในฐานะภรรยาคุณศิลา ต่อให้คุณชายยังดื้อยังแข็ง ป้าก็เชื่อว่าคนในงานต้องเห็นว่าคุณรุ้งสง่างามไม่แพ้ใคร” ป้าชื่นกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พร้อมยกมือแตะไหล่บางของรุ้งทรายอย่างให้กำลังใจ

“รุ้งไม่ได้อยากชนะใครค่ะป้า รุ้งแค่อยากผ่านคืนนี้ไปโดยไม่ทำให้คุณหญิงเสียใจ และไม่ทำให้ตัวเองร้องไห้ต่อหน้าคนอื่น” รุ้งทรายตอบอย่างอ่อนล้า เธอยกมือขึ้นแตะขอบโต๊ะเครื่องแป้งเหมือนต้องการหาที่ยึดเหนี่ยวความกล้าของตัวเอง

“ถ้าอยากร้องก็ร้องตอนนี้ให้พอนะคะ พอออกจากห้องนี้ไป คุณรุ้งต้องเชิดหน้าไว้ เพราะความดีของคนเรา ไม่ควรถูกคำพูดร้าย ๆ ของใครเหยียบจนจมดิน” ป้าชื่นพูดอย่างจริงจัง น้ำเสียงของเธอไม่ได้อ่อนโยนอย่างเดียว แต่มีความแกร่งของคนที่เห็นความอยุติธรรมและไม่อยากให้หญิงสาวต้องยอมแพ้

รุ้งทรายเงยหน้ามองป้าชื่น ดวงตาที่คลอน้ำเริ่มมีแววสว่างขึ้นเล็กน้อย เธอรู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวเสียทีเดียว อย่างน้อยในบ้านหลังใหญ่ที่ศิลาใช้ทุกคำพูดผลักเธอออกไปไกล ยังมีป้าชื่นที่ยื่นมือมาจับเธอไว้ไม่ให้ล้มลง

“ขอบคุณนะคะป้า รุ้งจะพยายามค่ะ ถึงคืนนี้จะหนักแค่ไหน รุ้งจะไม่ทำให้ป้ากับคุณหญิงผิดหวัง” รุ้งทรายบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วแต่แน่วแน่ ก่อนจะรับชุดจากมือป้าชื่นมาถือไว้แนบอก

เวลาพลบค่ำค่อย ๆ โรยตัวลงเหนือบ้านอัครบดินทร์ แสงไฟในคฤหาสน์หลังใหญ่ถูกเปิดทีละดวงจนบ้านทั้งหลังสว่างไสวราวกับกำลังต้อนรับค่ำคืนสำคัญ รุ้งทรายยืนอยู่หน้ากระจกอีกครั้งหลังแต่งตัวเสร็จ ผมยาวสลวยถูกเกล้าต่ำอย่างเรียบง่าย มีปอยผมนุ่มหล่นเคลียแก้มเล็กน้อย ใบหน้าถูกแต่งอย่างบางเบา ดวงตาหวานยิ่งดูเศร้าและอ่อนลึกภายใต้ขนตางอนงาม ชุดราตรีสีครีมแนบไปกับรูปร่างอย่างสุภาพ เรียบร้อย แต่ก็ขับให้เธอดูงามละมุนอย่างที่ไม่ต้องพยายาม

เมื่อเธอเดินออกจากห้องเล็กมาถึงโถงด้านหน้า เสียงสนทนาของคนรับใช้ที่กำลังจัดเตรียมของใช้ก็เงียบลงชั่วขณะ หลายคนมองเธอด้วยแววตาชื่นชมอย่างปิดไม่มิด แม้จะไม่มีใครกล้าเอ่ยออกมาตรง ๆ เพราะเจ้านายผู้เป็นเจ้าของบ้านยืนรออยู่ตรงบันไดหินอ่อนด้วยสีหน้าเย็นชา

ศิลาสวมสูทสีดำสนิท ตัดเย็บพอดีกับรูปร่างสูงสง่า เสื้อเชิ้ตสีขาวไร้รอยยับ เนกไทสีเข้มผูกอย่างประณีต ใบหน้าคมเข้มเรียบเฉยเหมือนทุกครั้ง แต่เมื่อดวงตาของเขาหันมาปะทะรุ้งทราย ชายหนุ่มชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ความงามอ่อนหวานของเธอในชุดราตรีทำให้บางอย่างในอกเขากระตุกอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่ศิลาเกลียดความรู้สึกนั้น เขาจึงเปลี่ยนมันให้กลายเป็นสายตาเย็นชาแทบจะทันที

“อย่าคิดว่าการแต่งตัวแบบนี้จะทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงที่เหมาะสมกับฉันขึ้นมาได้” ศิลาพูดเสียงเรียบ เขากวาดตามองเธออีกครั้งราวกับตั้งใจลดค่าความงามที่ตัวเองเพิ่งเผลอมอง

“รุ้งไม่ได้แต่งตัวเพื่อให้เหมาะกับคุณค่ะ รุ้งแต่งตัวเพราะคุณหญิงขอให้รุ้งไปงานในฐานะภรรยาของคุณ และรุ้งไม่อยากให้ท่านเสียหน้า” รุ้งทรายตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ เธอพยายามไม่ปล่อยให้คำพูดของเขาทำให้ความกล้าที่เพิ่งรวบรวมมาพังลง

“จำไว้ให้ดี งานคืนนี้มีแต่คนสำคัญในแวดวงธุรกิจ อย่าพูดอะไรที่ไม่จำเป็น อย่าแสดงตัวเกินกว่าที่ฉันอนุญาต และอย่าคิดใช้สถานะภรรยามาเรียกร้องอะไรต่อหน้าคนอื่น” ศิลาสั่งอย่างเย็นชา ขณะดึงกระดุมแขนเสื้อให้เข้าที่โดยไม่มองเธอเต็มตา

“ถ้าคุณไม่อยากให้รุ้งพูด รุ้งก็จะเงียบค่ะ ถ้าคุณไม่อยากให้รุ้งยืนใกล้ รุ้งก็จะยืนห่าง แต่ถ้ามีใครถามถึงสถานะของรุ้ง รุ้งควรตอบว่าอย่างไรคะ” รุ้งทรายถามอย่างใจเย็น ทว่าคำถามนั้นแทงเข้าไปในจุดที่ศิลาไม่อยากพูดถึงที่สุด

ศิลาหันมามองเธอช้า ๆ ดวงตาคมวาวขึ้นอย่างไม่พอใจ เขาเหมือนกำลังชั่งใจว่าจะให้คำตอบใดที่ทำให้ทั้งมารดาไม่เสียใจและทำให้รุ้งทรายไม่เหลิงในสถานะมากเกินไป

“ตอบเพียงว่าเธอเป็นคนที่แม่ฉันไว้ใจและขอให้มาช่วยดูแลเรื่องส่วนตัวของบ้าน แค่นั้นพอ” ศิลากล่าวในที่สุด น้ำเสียงของเขานิ่ง แต่มันเหมือนค้อนหนัก ๆ ที่ทุบลงบนศักดิ์ศรีของรุ้งทรายอย่างไม่ปรานี

รุ้งทรายนิ่งไป เธอรู้สึกเหมือนเสียงในโถงบ้านเงียบหายไปทั้งหมด เหลือเพียงเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นหนักจนเจ็บ เธอเป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมายของเขา เป็นคนที่คุณหญิงพิมพ์แขขอร้องให้เขาพาออกงานในฐานะภรรยา แต่ศิลากลับเลือกให้เธอเป็นเพียงคนดูแลบ้านต่อหน้าคนทั้งสังคม

“เข้าใจแล้วค่ะ ถ้าใครถาม รุ้งจะไม่ทำให้คุณลำบากใจ” รุ้งทรายตอบเสียงเบา เธอก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนความเจ็บที่แล่นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว

“ดี เพราะฉันไม่ต้องการให้คืนนี้กลายเป็นละครน้ำเน่าเพราะความอยากมีตัวตนของเธอ” ศิลาพูดอย่างไร้ความปรานี ก่อนจะเดินนำออกไปยังรถที่จอดรออยู่หน้าบ้าน

รุ้งทรายยืนอยู่เพียงครู่เดียว ก่อนจะสูดลมหายใจลึกแล้วเดินตามเขาไปอย่างเงียบงัน ป้าชื่นที่ยืนมองอยู่ด้านหลังยกมือทาบอกด้วยความสงสาร แต่ทำได้เพียงภาวนาให้หญิงสาวผ่านคืนนี้ไปได้โดยไม่แตกสลายไปเสียก่อน

รถยนต์คันหรูแล่นออกจากคฤหาสน์อัครบดินทร์สู่ถนนใหญ่ แสงไฟเมืองยามค่ำคืนส่องผ่านกระจกเข้ามาเป็นระยะ รุ้งทรายนั่งอยู่เบาะหลังคู่กับศิลา แต่ระยะห่างระหว่างทั้งสองกลับกว้างไกลเหมือนมีแม่น้ำทั้งสายคั่นกลาง ศิลานั่งกอดอก มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าเย็นชา ส่วนรุ้งทรายวางมือไว้บนตัก นิ้วเรียวยาวบีบกันแน่นจนข้อนิ้วซีด

“ถ้าเธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ตั้งแต่ยังไม่ถึงงาน คนอื่นคงคิดว่าฉันบังคับเธอมา” ศิลาพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ น้ำเสียงของเขาเรียบแต่บาดลึก

“รุ้งจะพยายามยิ้มค่ะ คุณไม่ต้องห่วง รุ้งไม่อยากให้ใครเข้าใจผิดว่าคุณบังคับรุ้งมา เพราะความจริงคนที่บังคับคุณคือคำขอของคุณหญิง ไม่ใช่รุ้ง” รุ้งทรายตอบอย่างระมัดระวัง เธอไม่ได้ตั้งใจประชด แต่ความจริงในคำพูดนั้นทำให้ศิลาหันมามองทันที

“เธอพูดเหมือนตัวเองไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งที่ถ้าไม่มีคำขอของแม่ฉัน เธอก็คงไม่มีวันได้ขึ้นรถคันนี้ในฐานะผู้หญิงที่ต้องไปงานกับฉัน” ศิลากล่าวเสียงต่ำ ความหงุดหงิดแฝงชัดในแววตา

“ถ้าวันหนึ่งคุณเชื่อได้บ้างว่ารุ้งไม่เคยอยากได้อะไรจากคุณ คุณอาจเลิกเจ็บเพราะเรื่องนี้ลงสักนิดก็ได้ค่ะ” รุ้งทรายพูดเบา ๆ สายตาของเธอยังคงมองตรงไปข้างหน้า ไม่ได้หันมาท้าทายเขา

“อย่าทำเหมือนเธอเข้าใจความเจ็บของฉัน รุ้งทราย ผู้หญิงที่เดินเข้ามาในชีวิตฉันด้วยทะเบียนสมรสที่ฉันไม่ได้เลือก ไม่มีสิทธิ์พูดราวกับรู้จักหัวใจฉัน” ศิลาพูดอย่างแข็งกร้าว ก่อนจะเบือนหน้ากลับไปนอกหน้าต่างราวกับไม่ต้องการเห็นหน้าเธออีก

รุ้งทรายไม่ตอบ เธอก้มมองมือของตัวเองบนตัก ปล่อยให้ความเงียบกลืนคำอธิบายทั้งหมดลงไป เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าในสายตาศิลา ไม่ว่าเธอจะพูดอย่างไร ก็ผิดตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป