บทที่ 1 ความรุนแรง
บทที่ 1 ความรุนแรง
บรึ้นน!
เอี๊ยด!
บรึ้นน!
เอี๊ยด!
เสียงวัตถุทรงกลมนั้นบัดนี้ได้บดเบียดเสียดสีแทรกกับพื้นของซีเมนต์ ทำให้สนั่นหวั่นไหวจนเสียงดังลั่นสนามแข่ง ถือว่าเป็นการต่อสู้ที่สมกับการรอคอยและสะกดสายตาจนทำให้คนดูเกรงทั่วสนามแข่ง ต่างคนต่างแทบนั่งไม่ติดเลยสักคน บวกกับเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มไปทั่ว ก็ยิ่งบ่งบอกว่ามันน่าสนใจและน่าลุ้นมากเพียงไหน เล่นเอาคุ้มค่ากับตั๋วที่เสียไปจากกระเป๋ากันเลยทีเดียว
สมศักดิ์ศรี สมกับราคา การันตีทุกอย่าง หากได้เข้ามาเยือนสนามแข่งแห่งนี้ การท้าชิงที่นานนานครั้งจะเกิดขึ้น และก็ไม่ได้มีบ่อยกับนักแข่งคนนี้ที่ได้รับความสนใจทุกเมื่อ เมื่อขยับตัวในแต่ละทีก็จะถูกจับจ้องเสมอมาทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามแต่ตั้งแต่การดำเนินชีวิตไปจนถึงเรื่องส่วนตัว
การต่อสู้ที่โคตรน่าอันตรายและน่ากลัวนี้ได้เริ่มขึ้นเมื่อสิบนาทีกว่าเท่านั้นเอง ถึงคนที่มาชมจะส่งเสียงเชียร์เป็นจำนวนมากแต่มันกลับตรงข้ามกันของคนที่ลงแข่ง ซึ่งมันก็ต้องมีเรื่องราวที่เครียดยิ่งกว่าอะไรเสียอีก จนทำให้ทุกอย่างมันเรียกว่าความกดดันตัวเอง
นั่นเป็นสิ่งที่คนแข่งกำลังรู้สึก
ชนะ เป็นคำเดียวที่จะเป็นตัวตัดสินในวันนี้ อีกทั้งยังสามารถนำทั้งเงินทอง ศักดิ์ศรี เกียรติ ผู้หญิง คำชื่นชม รวมไปถึงความสมน้ำหน้าเหมือนเข้าไปตบหน้าคนที่แพ้มาคืนให้กับตัวเอง โดยไม่ต้องลงแรงอย่างอื่นให้เสียเวลา เป็นการชนะที่ทุกคนในสนามรับรู้
แน่นอนว่ามันคุ้มมากเกินอยู่แล้วกับวงการนี้ เพราะหากชนะได้ก็จะได้รับการกล่าวขานถึงอีกนาน ทุกอย่างมันมีแต่ได้กับได้เลยด้วยซ้ำ ไม่แปลกหากใครต่อใครก็อยากลองทำมันทั้งนั้น
การเดิมพันที่สูง
กับผลงานที่สูงขึ้นหิ้ง
ไม่มีอะไรไม่น่าเสี่ยง เพราะกว่าจะมาถึงจุดนี้มันก็ไม่ได้ง่าย ๆ เช่นกัน ต้องแข่งขันกับหลากหลายคน ต่อสู้กับกลวิธีลวงหลอกในทุกรูปแบบ
บรึ้น!
ด้วยเหตุนี้จึงแพ้ไม่ได้ไง ต้องมีคำแค่เพียงชนะเท่านั้น
ขณะที่รถแข่งสีแดงกำลังไล่เบียดเสียดแซงรถสีเขียวอีกคันหนึ่งที่ขับนำหน้ามาโดยตลอดตั้งแต่จุดเริ่มต้น เทคนิคระดับเทพที่นักแข่งรถคนสีเขียวใช้นั้นมันคงเหนือความคาดหมายเพราะยังไง ๆ ก็ไม่สามารถแซงได้ วินาทีเดียวที่สามารถเปลี่ยนชีวิตก็ยังทำไม่ได้ จึงไม่แปลกหากจะลองใช้วิธีอื่นทั้ง ๆ ที่รับรู้ว่าผิด กลโกงที่สุดท้ายต้องเลือกเข้ามาใช้ในอีกไม่กี่วินาทีที่จะต้องรับรู้ถึงผลการแข่งขันทว่า... ไม่ทันแล้ว
“อ่อนแบบนี้ยังกล้าท้ากูอีกไอ้เหี้ยเอ้ย!”
ขนาดใช้วิธีสกปรกยังทำไม่ได้เลย
รอยยิ้มเหยียดกระตุกตรงที่ริมฝีปากได้รูป พร้อมพูดขึ้นอย่างน่าขบขันทั้ง ๆ ที่กำลังขับเข้าไปยังเส้นชัยด้วยความเหนือชั้นกว่าหลายเท่าตัวพร้อมกับความไม่เกรงกลัวสักนิดเดียว
เอี๊ยดด!
รถแข่งสีเขียวคันงามได้หยุดลง เมื่อประตูถูกเปิดออกพร้อมกับการก้าวเท้าออกมาของนักแข่งคนดังกล่าวยิ่งทำให้เสียงสาว ๆ ในสนามพากันส่งเสียงกรี๊ดมากกว่าดารามาอีกเนี้ยสิ ทั้ง ๆ ที่หมวกยังปิดบังใบหน้าของเขาอยู่ แต่รูปร่างในชุดนักแข่ง ความสูงเด่น ทุกอย่างมันบ่งบอกได้เลยว่าใบหน้าภายใต้หมวกนั้นต้องดูดีมากเพียงไหน ภาพลักษณ์ของอีกฝ่ายที่เข้ามาสู่สายตาของใครหลายคนนั้นยอมรับเลยว่าไม่มีใครไม่อยากอยู่ใกล้ ๆ ด้วยซ้ำ ฉะนั้นทุกอย่างมันจึงต้องมีดป้าหมาย
เอี๊ยดด!
ปัง!
“มึงโกงนี่หว่าไอ้เหี้ย...”
แต่ทันใดที่ชายหนุ่มผู้ที่กำความชนะไว้ในมือ กำลังจะถอดหมวกก็มีเสียงของนักแข่งรถสีแดงซึ่งเป็นผู้แพ้ ได้ขับรถมาจอดปิดประตูรถดังลั่นด้วยแรงโทสะ ก่อนที่ตะโกนดังลั่นพร้อมกับการเดินเข้ามาประจันหน้ากับเขาด้วยใบหน้าที่บ่งบอกว่าหัวเสียแบบสุด ๆ อารมณ์ที่คุกกรุ่นอบอวนขึ้นเป็นอีกเท่าตัว
ทว่าภายใต้หมวกที่ใครต่างก็ไม่สามารถได้เห็นเลยว่าชายอีกคนที่กำความชนะจะทำสีหน้าใช่ไรในตอนนี้ เขาแค่ยืนนิ่ง ๆ ปล่อยให้อีกฝ่ายโวยวายฝ่ายเดียวเท่านั้นเอง ถือเป็นปกติมาก
“…”
ไม่ใช่ว่าไม่อยากตอบโต้ ทว่ากำลังเก็บรายละเอียดของอีกฝ่ายด้วยสายตาเอาไว้ต่างหาก เพราะมันดูอารมณ์เสียมากกว่ามีสติที่ต้องประคองตัวเองด้วยซ้ำ
คนแบบนี้ตายห่ามานักต่อนักแล้ว
มันประมาทคนอื่นจนเกินไป
“ไม่ตอบแบบนี้แสดงว่าทำจริงสินะ”
บุคคลที่ไม่ประมาทฝีมือคนอื่น โดยการเอาฝีมือตัวเองวัดเป็นที่ตั้งว่าเก่งที่สุดทั้งที่ไม่ใช่ คนเก่งบนโลกนี้มีเยอะแยะ
“ขี้แพ้ก็อย่าชวนตี นิสัยกูมันไม่ได้ดีเหมือนหน้าตา ถอย!”
ตึก!
ไหล่แกร่งเข้าไปกระแทกกับไหล่ผู้ที่แพ้ด้วยอาการที่บ่งบอกเป็นนัย ๆ ว่าไม่กลัวและไม่คิดจะกลัวด้วยซ้ำ การกระทำพร้อมกับคำพูดที่เปล่งออกมานั้นยิ่งทำให้ผู้ที่ได้รับฟังเกิดความไม่พอใจอย่างยิ่ง
“มึงยังไปไม่ได้แน่จริงก็ถอดดิวะ?”
“…”
ดูเหมือนว่าบรรยากาศจะเริ่มตึงเครียดเข้าไปเป็นอีกเท่าตัว รวมไปถึงเสียงเชียร์ที่ดังสนั่นต่างเงียบลงอย่างกะทันหัน ราวกับได้นัดหมายกันล่วงหน้าผู้ชายที่ขับรถสีแดงยังยืนกวนทำหน้าอยากมีเรื่องอยู่เสมอในขณะที่อีกคนนิ่งราวกับน้ำแข็งที่เยือกเย็นอยู่บนเทือกเขา
ตุ๊บ!
“หมวกมึงถอดดิวะ ถุย! กูอยากรูว่าน้ำหน้าอย่างมึงจะหล่อไหม ถึงได้มั่นหน้าตัวเองขนาดนี้”
แรงที่ส่งมาจากชายผู้แพ้ตรงมายังหมวกที่ผู้ชนะสวมใส่ ในระดับหนึ่งมันเหมือนกับโลกหยุดหมุน ความเงียบยิ่งเริ่มเข้ามาเกาะกุมแม้แต่การขยับตัวก็ยังไม่มีใครกล้า ยิ่งไปกว่านั้นชายผู้นี้ยังถุยน้ำลายลงข้าง ๆ เป็นการกระทำที่โคตรเหยียดหยาม
“แม่ง!...ป๊อดวะ!”
ตุบ! อึก! ปึก!
“เชี่ย ถุย... พอดีว่าคนอย่างกูมันไม่ป๊อดวะไอ้อ่อน!”
