บทที่ 2 ตบตี

บทที่ 2 ตบตี

แรงที่ส่งมาจากชายผู้แพ้ตรงมายังหมวกที่ผู้ชนะสวมใส่ ในระดับหนึ่งมันเหมือนกับโลกหยุดหมุน ความเงียบยิ่งเริ่มเข้ามาเกาะกุมแม้แต่การขยับตัวก็ยังไม่มีใครกล้า ยิ่งไปกว่านั้นชายผู้นี้ยังถุยน้ำลายลงข้าง ๆ เป็นการกระทำที่โคตรเหยียดหยาม การกระทำอันน่าไม่สามารถให้อภัยได้และเข้าได้เข้ามาเยือนอารมณ์อันคุกกรุ่นของอีกฝ่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“แม่ง!...ป๊อดว่ะ!”

ตุบ! อึก! ปึก!

“เชี่ย ถุย... พอดีว่าคนอย่างกูมันไม่ป๊อดว่ะไอ้อ่อน!”

“…”

หมวกที่สวมใส่ถูกมือใหญ่ถอดออกแล้วขว้างแตกกระจายไปต่อหน้าใครหลาย ๆ คนอย่างไม่ใยดีและไม่เสียดายมัน ด้วยการทำลายจากภาระกำลังที่มากกว่าคนอื่น ๆ เป็นหลายเท่า ก่อนที่เท้าใหญ่จะส่งแรงตรงไปยังหน้าท้องของผู้ชายที่เข้ามาหาเรื่องจนผู้ชายคนนั้นล้มไถลไปกับพื้นอย่างไม่เป็นท่า เหตุมันเกิดจากการตั้งท่าไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ

สมกับที่ท้าทายดีนัก ท้ายสุดก็โดนจัดการแบบหนักหน่วงเช่นเดียวกัน

ใบหน้าขาวเรียวริมฝีปากหยักได้รูปรวมไปถึงจมูกที่โด่งเป็นสันเขื่อนรวม ๆ ก็ออกแนวไปทางตี๋อินเตอร์หน่อย ผมที่เปียกโชกด้วยเหงื่อเพิ่มความเถื่อนไม่น้อยนั้นถูกเผยออกมาแบบกระจ่าง ความออร่าไม่ต้องพูดถึงเพราะมันมีอยู่แบบเต็มเปี่ยมด้วยซ้ำไป

ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ!

ทว่าเรื่องราวมันยังไม่จบเพียงแค่นี้ เมื่อเขาได้เดินเข้าไปใกล้ผู้ชายที่โดนถีบไถลไปกับพื้นอีกครั้ง ก่อนที่จะชกไปที่ใบหน้าหลายทีคลายความโมโหที่ซุกซ่อนมากับอารมณ์ ก่อนที่จะใช้เท้าก้าวขึ้นมาเหยียบหน้าอกด้วยสายตาที่แข็งกร้าวส่งออกมาเป็นลำดับต่อไป แน่นอนว่ามันไม่ได้จบแค่เพียงเท่านี้หรอกนะ ทุกอย่างมันเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้นเอง ในเมื่อมันอยากเป็นคนเริ่มแต่มันคงไม่ได้เป็นคนจบ ก็มาลองดูกัน

“มึงคิดผิดที่มาหาเรื่องกับคนอย่างกู!”

เขาพูดในขณะที่นัยน์ตามองไอ้เชี่ยนั่นจากนั้นก็ค่อยๆ ย่อตัวนั่งลงยองๆ ข้างร่างกายของมัน แต่เท้าของตัวเองก็ยังอยู่ที่เดิมเพิ่มเติมก็คือการส่งแรงทั้งหมดรวมถึงน้ำหนักไปหาไอ้เชี่ยคนนั้นเท่านั้นเอง

การเป็นคนไม่ค่อยพูดมาก บางเรื่องก็มักจะปล่อยผ่านไปไม่ใยดีเท่าไหร่นัก ทว่าหากได้เกิดขีดเส้นของการจำกัดแน่นอนว่ามันจะส่งผลไม่ดีให้กับอีกฝ่ายอีกมากแน่ ๆ

ท้ายทายผิดคน ก็ต้องยอมรับแรงตีนให้ไหว

แค่กๆ

“ปะ ปล่อย...”

“เมื่อกี้มึงยังว่ากูอ่อนอยู่นิวะ เออไม่สิ... มีอีกมึงยังหาว่ากูโกงอยู่ไม่ใช่ไง?”

“…”

อ้าก!

เสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเป็นอีกเท่าตัวเมื่อจู่ ๆ ฝ่ามือใหญ่ของคนที่นั่งข้าง ๆ เข้าไปกระชากผมของชายผู้แพ้ด้วยความรุนแรงราวกับจะถูกถลกหนังหัวแต่ผู้ที่กระทำกับไม่มีความรู้สึกใด ๆ ทั้งนั้นมีแต่จะเพิ่มแรงดึงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่คงที่มีแต่เพิ่มขึ้น

“กูยอมแล้ว...กูยอม”

“ยอม มึงพูดคำนี้เมื่อสายไป สำหรับคนอย่างกู ‘รูธ’ ไม่เคยมีคำว่าอภัย”

เพราะมันมีแต่การเอาคืนเท่านั้น ก่อนจะทำใครคืนนั่นหมายความว่าได้ให้โอกาสไปมากเกินที่จะมาให้อภัยทีหลัง

“…”

เมื่อได้รู้จักชื่อผู้ชายคนดังกล่าว ชายผู้แพ้ถึงกับชะงักออกอาการกลืนน้ำลายด้วยความคิดหนัก ความกลัวโลดแล่นเข้ามาสู่จิตใจอย่างรัว ๆ ใครไม่รู้ก็โง่

และใช่ว่าตอนนี้มันโง่เอามาก ๆ

โง่ที่สุด

รูธ เป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มสารเลวหรือ MISCREANT ที่ใครๆ ในวัยรุ่นก็ต่างรู้จัก กลุ่มนี้มีทั้งความเลวเถื่อนโหดครบสูตร เรียกได้ว่าถ้าไม่อยากตายก็อย่าคิดมีเรื่องกับพวกเขา อีกทั้งยังมีลูกน้องไปทั่วเมืองและที่สำคัญเขาก็ยังเป็นเจ้าของสนามแข่งรถอย่างครบวงจรแห่งนี้ที่มีชื่อเสียงภายใต้ที่ชื่อว่า RUTH MISCREANT RACING ที่ใครๆ ต่างก็รู้จักเป็นอย่างดี

ร่ำรวยเงินทอง อำนาจ 

กระจอกเป็นคำเดียวที่ผมพูดได้ตอนนี้ เมื่อได้เห็นใบหน้าที่ซีดเผือกลงเรื่อยๆ ของไอ้เชี่ยนั้น ตัวการที่พึ่งเข้ามาหาเรื่อง บอกว่าผมนั้นโกงการแข่งขัน ทั้งที่ไม่ใช่เลย ฝีมือของมันต่างหากที่โคตรกระจอก คงพึ่งรู้สินะว่ามันมาหาเรื่องกับคนที่ไม่ควร จริง ๆ

แพ้ก็คือแพ้ ชนะก็คือชนะ ง่าย ๆ สำหรับคนอย่างไอ้รูธแต่ที่ไม่ง่ายก็คือการไม่ยอมรับความจริง มีความคิดเข้าข้างตัวเองว่ามีฝีมือที่เด็ด ถุย! ไอ้เชี่ยนี่แข่งกับลูกน้องผมยังแพ้ด้วยซ้ำ

เด็กใหม่มั้งที่ถูกส่งมาแข่งในครั้งนี้

อวดตัวเองโคตรทั้งที่ฝีมือแสนกาก

ส่วนผู้คนที่มองเหตุการณ์นี้อยู่รอบๆ ต่างก็คิดด้วยความจริงใจบวกด้วยความน่าสงสาร ไม่น่าเลย ไม่น่าที่จะเอาอนาคตตัวเองมาหาเรื่องกับคนๆ นี้ มันเหมือนกับการเอาชีวิตมาทิ้งเฉยๆ โดยเปล่าประโยชน์อย่างสิ้นเชิง

“หายโง่ยัง คนอย่างมึงกูว่ากลับบ้านไปเลี้ยงควายเถอะ อย่าเสือกมาแข่งถ้าฝีมือยังอยู่ระดับส้นตีนแบบนี้ มันน่าสมเพชว่ะ”

ผมพูดขึ้นก่อนที่จะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตัวเองจากนั้นก็นำเท้าออกจากหน้าอกไอ้เชี่ยคนนั้น

ซ่า

“กูกรวดน้ำให้อย่าเสือกมาที่นี่อีก แล้วถ้าหากเจอกันอีกครั้งมึงอาจไม่มีลมหายใจกลับไปอีกแน่!”

น้ำสีดำสนิทที่มาพร้อมกลิ่นถูกเทตรงลงอย่างช้าๆ ตรงลงไปที่ศีรษะของผู้แพ้อย่างไม่เป็นท่า มันไม่ใช่เพียงแค่น้ำธรรมดานี้สิแต่มันคือน้ำมันเครื่องที่เสียแล้วกำลังจะถูกเอาไปทิ้ง

น้ำสีดำนั้นก็ค่อยๆ ไหลรินรดตัวไปในพริบตาโดยที่ไม่มีความปรานีอะไรทั้งนั้นทั้ง ใบหน้าไหลย้อยมาเข้าตรงปากไหลลงไปต่อจรดลำคอลงไปเรื่อยๆ จนถึงเสื้อผ้าที่สวมใส่

ความสกปรกเข้าเล่นงานชายผู้แพ้อย่างจัง ทั้งสภาพที่ดูค่อนข้างไม่จืดเลย ดำไปทั้งตัวจนไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเป็นชายผู้แพ้คนดังกล่าวจริง

เพล้ง!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป