บทที่ 4 จุดมุ่งหมายจริง ๆ
บทที่ 4 จุดมุ่งหมายจริง ๆ
“เป็นยังไงบ้างเรเนสยังชอบเขาอยู่ไหม?”
“ชอบสิ เท่เป็นบ้าขนาดนั้น แบบนี้รู้ไหมยิ่งดูแล้วยิ่งเถื่อนยิ่งโหด สมบูรณ์แบบทุก ๆ อย่างเลยนะลูกหยี”
ยังไงก็ยืนยันคำเดิม ๆ จะถกถามขึ้นมาอีกกี่ครั้งมันก็ยังยืนเช่นเดิม ถ้าชายผู้แพ้นั้นไม่เข้ามาหาเรื่องคงจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอย่างเป็นแน่นอน แต่ในเมื่อเลือกที่จะทำก็ต้องยอมรับการกระทำนั้นด้วยเช่นกัน เพราะไม่มีใครจับมือมาให้ทำแบบนี้ ยกเว้นตัวเองที่กระหายชัยชนะจนไม่สนใจใจว่าใครจะเป็นยังไงด้วยซ้ำไป ทั้ง ๆ เหตุการณ์และการกระทำทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับตัวเอง
ผัวะ!
หลายวันต่อมา
เฮ่อ
เฮ่อ
เฮ่อ
เสียงถอนหายใจดังขึ้นแล้วและมันก็ดังต่อมาอีกต่อเนื่องไม่หยุดในเวลาต่อมาอีกเช่นเดิม เปรียบเสมือนกับว่าคนที่เป็นจากของลมหายใจนี้ที่ทำให้เกิดเสียงนี้มีอะไรที่คิดไม่ตก ยังค้างคาอยู่ในหัวสมองอย่างงั้น ซึ่งนั้นมันก็ถือว่าเป็นความคิดที่ถูกต้อง ถึงแม้ว่าจะพลิกตัวนอนตะแคงไปด้านไหนก็ตาม ความคิดพวกนั้นมันก็ยังอยู่ไม่จากไปง่ายๆ เสียแล้ว
จากที่อยากสลัดความคิดให้จบลงแล้วค่อยเดินเรื่องราวใหม่ในวันถัดไป กลับกลายเป็นว่าต้องจริงจังกับมันเรื่อย ๆ ราวกับว่าหยุดไม่ได้แล้ว
แต่การถอนหายใจนั้นอาจมีเรื่องหลายอย่างที่ไม่สามารถเดาออกได้ทุกเรื่องราว แต่ที่มักจะเห็นได้นั้นก็คือการถอนหายใจเพื่อแสดงความกังวนการคิดหนัก การคิดไม่ตกกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งการกลุ้มใจเป็นต้น แต่สำหรับฉันนั้นมันเหมือนกับการเอาเรื่องที่ได้เจอวันนี้มาคิดไปต่างๆ นานา จนกระทั่งรวมกันไปหมดแล้วแหละ
ผู้ชายที่ทุกคนต่างรู้จักนามว่า “รูธ” ภาพจำของเขายังอยู่ในสมองของฉันจนบัดนี้ ผู้ชายที่แสดงออกไปตรง ๆ เลยว่าเป็นคนก้าวร้าวแฝงความดุดันและก็ร้ายกาจเอาไว้มาก ๆ อีกทั้งยังหัวรั้นไม่ยอมใคร ๆ แรงมาก็แรงกลับโต้ตอบไปเป็นร้อยเท่าแน่นอน จนกลุ่มวัยรุ่นมักใช้ทำว่าสารเลวแทนกลุ่มของพวกเขาทั้งห้าคน จากที่ฉันได้สืบค้นหาประวัติมา
ผู้ชายคนนั้น มันใช่คนเดียวกับที่ฉันเคย “รัก” เมื่อหกปีที่แล้วหรือเปล่าแต่ทว่าทำไมถึงได้แตกต่างไปจากเดิมนักและอีกประการที่ต่างกันก็คือชื่อ คน ๆ นั้นชื่อว่า “ริว”
ใช่ทุกคนคิดไม่ผิดหรอก ถึงฉันไม่เคยมีแฟนเลยสักครั้งแต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยรักใครนิ เมื่อตอนมอสี่ฉันได้แอบชอบรุ่นพี่คนหนึ่งชื่อว่าริว เขาเป็นคนที่อบอุ่น ใจดีเป็นรุ่นพี่ที่คอยดูแลเอาใจใส่น้องๆ ในคณะแพทย์เป็นอย่างดีจนทำให้ผู้หญิงทั้งหลายต่างเทใจให้ แม้จะอยู่ต่างคณะก็ตามหนึ่งในนั้นก็คือฉันด้วย
แต่ทว่าอีกอาทิตย์หนึ่งก็เกิดข่าวลือมากมายเกี่ยวกับเขาว่าได้ลาออกจากมหาวิทยาลัยไปแล้ว ด้วยเหตุใดก็ไม่มีใครทราบจากนั้นมาฉันก็สืบข่าวคราวไม่ได้อีกเลย จนมาถึงวันนี้ที่ได้เห็นเขาอีกครั้งในชื่อรูธ
ความรู้สึกที่โลดแล่นเข้ามาในจิตใจ เมื่อตอนที่ได้เจอใบหน้าของเขาเป็นครั้งแรกมันตอบได้เลยว่าเขาต้องใช่พี่ริวแน่ ๆ ใจที่สั่นระรัวเต้นไม่เป็นจังหวะมันบอกแบบนั้นจริง ๆ แต่แล้วความจริงมันสวนทาง ความจริงที่บอกว่าไม่ใช่เพราะเขาชื่อรูธ หนึ่งในกลุ่ม MISCREANT
“นายเป็นใครกันแน่ ใช่คนเดียวกันหรือเปล่า ทำไมเหมือนกันนักแต่ไม่ว่าจะเป็นใครฉันต้องเอามาเป็นแฟนให้ได้..ไม่สน!”
ความแน่วแน่ที่ตัวเองตั้งขึ้นในตอนนี้มันสูงลิ่วจนกลบความกลัวไปหมดแล้ว ถึงแม้ว่าจะเรียนอยู่ก็ตามแต่ความรักมันห้ามกันได้ที่ไหน จริงไหมล่ะ ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยไหนก็มีความรักได้ทั้งนั้นแหละถึงมันจะน่ากลัวสำหรับใครๆ แต่สำหรับฉันได้รัก ยังดีกว่าไม่เคยรักก็แล้วกัน อีกอย่างความกลัวมันทำให้ฉันเลือกที่จะกล้าออกไปเพราะไม่อยากให้มันต้องจบเฉกเช่นในอดีต
ทุกอย่างที่ก้าวเข้ามาให้เจอในชีวิต ล้วนเป็นประสบการณ์ที่จะสั่งสอนให้คนเราสามารถเลือกทางให้ตัวเองในด้านที่ดีที่สุด ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไรก็ตาม
ถึงสมองจะคิดแบบนี้แล้วทำไมถึงได้สวนทางกับใจละ ภายในใจของฉันมีเสียงของระดับหัวใจที่เต้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยที่คาดเดาไม่ได้ว่าจะเสียใจหรือดีใจกันแน่
“แล้วเราจะได้เจอกัน รูธ....”
ฉันได้เอ่ยพูดออกมาเบา ๆ
Rr….
ความคิดของฉันดับลงไปในพริบตาเมื่อโดนเสียงสายเข้าโทรศัพท์ปลุกแบบเต็ม ๆ เที่ยงคืนแบบนี้ใครกันที่มันโทรมาไม่รู้เวลาเอาเสียเลย ถึงแม้แต่บ่นด้วยความหงุดหงิดแต่มือก็ดันไปเลื่อนสัมผัสเพื่อรับสายอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่รับคงได้บ้านแตกคราวนี้
[รับช้าไปไหนมา?]
เสียงทุ้มปลายสายเอ่ยถามขึ้นมาทันที เมื่อรู้ว่าฉันกดรับน้ำเสียงที่ค่อนข้างหงุดหงิดผสมกับอารมณ์ที่เริ่มคลุกกรุ่นพร้อมเกิดการปะทุได้ทุกเมื่อ เห้อ...
“ก็นอนสิเวลานี้ถามทำไมคะ?”
ฉันตอบไปด้วยความสัตย์จริง ถึงแม้จะยังไม่หลับก็เถอะแต่ก็ถือว่าตอนนี้อยู่บนเตียงแล้วมันก็คงต้องพูดว่านอนอยู่แล้ว อีกอย่างมันก็อยู่ในช่วงเวลาพักผ่อน
[กวนเพื่อ?]
“เอ้า ก็มันจริงๆ นิ นี่เมืองไทยนะคะ ไม่ใช่ LA เวลาที่นี่เร็วกว่าด้วยซ้ำ”
[…]
เสียงของคนปลายสายเงียบไปสักพักหนึ่ง เขาคงอยู่ในที่ที่มีเสียงเพลงดังเกินจนทำให้ไม่ได้ยินเสียงของฉันเป็นแน่ และบอกได้เลยว่าคนปลายสายยังไม่จบการสนทนากับเพียงแค่นี้หรอก เงียบแบบนี้แสดงว่าให้ถือสายรอถึงเป็นการโทรข้ามทวีปก็ไม่เสียดายเงินที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์แค่นี้ขนหน้าแข้งเฮียยังไม่ร่วงแน่ๆ ไม่มีวันเป็นอย่างยิ่ง
[เฮียถามวันนี้ไปไหนมาตอบให้ตรงด้วยเรเนส]
