บทที่ 5 ตอบคำถาม
บทที่ 5 ตอบคำถาม
เสียงของคนปลายสายเงียบไปสักพักหนึ่ง เขาคงอยู่ในที่ที่มีเสียงเพลงดังเกินจนทำให้ไม่ได้ยินเสียงของฉันเป็นแน่ และบอกได้เลยว่าคนปลายสายยังไม่จบการสนทนากับเพียงแค่นี้หรอก เงียบแบบนี้แสดงว่าให้ถือสายรอเพียงเท่านั้น ไม่ใช่ให้วาง ถึงเป็นการโทรข้ามทวีปก็ไม่เสียดายเงินที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์แค่นี้ขนหน้าแข้งเฮียยังไม่ร่วงแน่ ๆ ไม่มีวันเป็นอย่างยิ่ง เพราะอีกฝ่ายที่มีอยู่แล้วใช้ไปเถอะยังไงก็ไม่หมดหรอก ฉันจึงไม่ค่อยได้เป็นห่วงเรื่องนี้เท่าไหร่นัก
อีกชาติหนึ่งก็ไม่ต้องห่วงบอกเลย
[เฮียถามว่าวันนี้ไปไหนมา กรุณาตอบให้ตรงคำถามด้วยเรเนส]
“…”
นั้นไง ฉันเดาถูกจริงๆ ด้วย แต่ประโยชน์นี้มันเริ่มจริงจังขึ้นมาหลายระดับ ไม่ติดเล่นเหมือนอย่างเคยเป็น น้ำเสียงที่เข้มกว่าปกติในทุกตอน มันแฝงความขู่ไว้เห็นได้ชัดเจน เป็นประจำที่จะโดนแบบนี้เพราะเคยตั้งแต่เด็กแล้ว และแน่นอนว่าตอนนี้ฉันรับรู้ตัวเองดี
เป็นสิ่งที่เฮียใช้ทุกครั้ง
และมันก็ได้ผลในทุกครั้งที่ใช้เช่นกัน
[เงียบเพื่อไรวะ ทำผิดมาอีกใช่ไหม?]
“… นะ เนส”
ได้ยินเสียงต่ำขู่ ยิ่งทำให้ฉันหายใจไม่ปกติเลย เพราะความผิดที่ฉันได้ทำลงไปในวันนี้ไปถึงหูเฮียเร็นแล้วสินะ รวดเร็วดีจริง ขนาดนั่นมันอีกซีกโลกหนึ่งเลยก็ว่าได้ ความร้อนรนทำให้เสียงที่ตอบดูกุกักไม่เป็นธรรมชาติอย่างที่เป็นเป็นปกติด้วยซ้ำไป
นี่เป็นข้อเสียของฉันเลย
และดูเหมือนว่ามันจะแก้ไม่หายเลยด้วยซ้ำ ถึงฉันจะพยายามประคองสติมากแค่ไหนทว่าในหัวมันกับคิดไปอีกเรื่องหนึ่งแล้ว เรื่องราวที่ฉันได้ทำลงไปนั้นมันเป็นสิ่งที่เฮียเร็นหวงห้ามเด็ดขาด พยายามเตือนเข้ามาหลายรอบตั้งแต่เด็กจนมาถึงตอนนี้ แต่ฉันก็ยังเลือกที่จะทำมัน
[เรเนสพูด เฮียกำลังให้โอกาสอธิบายอยู่นะ หากเงียบแสดงว่าจริง]
“เนส...ไปดูแข่งรถมาเฮียเร็น”
ในที่สุดก็โผพูดออกไปจนได้ คนอย่างฉันมันโกหกไม่เก่งเลยสักนิดเดียว เป็นคนที่จับทางได้ง่ายยิ่งกว่าการปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก จึงหวักว่าอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองในเรื่องนี้จริง ๆ เปลี่ยนแปลงนิดเดียวก็ได้ นั่นก็ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงแล้วนะ แต่ก็นะทำไม่ได้เวลาที่ตัวเองทำผิดเหมือนมีชนักติดหลังกลัวไปหมดก็ว่าได้
ท้ายสุดแล้วก็ต้องคลายความจริงออกมาจากปากของตัวเอง
[บอกกี่ครั้งว่าห้ามไปทำไมไม่ฟังกันบ้างวะ!]
เสียงตะคอกลงโทรศัพท์ของปลายสายแทบทำให้ฉันเอาออกจากหูตัวเองแทบไม่ทันการ เวลาเฮียโกรธน่ากลัวยิ่งกว่าอะไรอีก ใครก็ไม่กล้าขัด แต่ครั้งนี้ขอเถอะ ขอเถียงหน่อย ไหน ๆ เฮียเร็นก็รู้ความจริงจากปากของฉันไปแล้ว ขอแก้ตัวให้กับตัวเองหน่อย ถึงมันจะฟังไม่ขึ้นก็ตาม
“ใครคะ ใครเป็นคนบอกเฮียเรื่องที่เนสไปดูการแข่งรถวันนี้ ทำไมถึงได้ทำตัวเป็นสุนัขช่างคาบข่าวไปบอกเฮียเสียจริง บอกเนสสิว่าใคร!”
[ทำผิดแล้วยังไม่ยอมรับนะเรเนสให้เฮียหักค่าขนมไหม ไม่สิง่ายไป เอาเป็นว่าไม่ให้ออกจากบ้านสักหนึ่งอาทิตย์เป็นไง]
“เฮียเร็นทำกับเนสแบบนี้ไม่ได้นะเนสโตแล้วนะ!”
ไม่ยอมแน่
ใครจะยอมกัน
เหมือนกับการโดนตัดออกจากโลกภายนอกเลย ซึ่งสำหรับฉันนั้นมันเรื่องใหญ่มาก ๆ การไที่จะไม่ได้ออกไปไหนเลย ไม่ได้ไปช้อปปิ้ง มันแทบขาดใจนะรู้ไหม และจะเป็นสิ่งท้ายสุดที่ฉันเลือกแน่ ๆ สำหรับหนทางนี้ มวยระหว่างพี่น้องจึงเริ่มเกิดขึ้นแล้ว เพราะฉันไม่ยอมเช่นกัน ระหว่างพวกเรานั้นได้ถกเถียงกันไปหลายประโยคเช่นกัน แต่มันก็ลงเอยโดยที่ไม่มีใครยอมใครทั้งนั้น
ท้ายสุดแล้วฉันก็พ่ายแพ้จริง ๆ
[ยิ่งโตก็เหมือนยิ่งโง่ บอกอะไรเคยฟังบ้างปะวะ ในเมื่อไม่ฟังก็อย่าหวังว่าคราวนี้เฮียจะฟัง อ๋อ! อีกอย่างอย่าไปสืบเลยว่าใครเป็นคนคาบข่าวมาบอกเฮีย ไม่มีทางรู้ได้แน่นอน เวลมันคนละระดับกันน้องรัก]
“เฮีย! เฮีย! เฮียเร็น!”
ตู๊ดๆ
“โธ้เว้ย!”
ด้วยความอารมณ์เสียเป็นอย่างยิ่งทั้งที่ยังพูดไม่เคลียร์เลยพี่ชายตัวดีของฉันก็วางสายไปเสียแล้ว เฮียเร็นต้องการที่จะจุดฉนวนระเบิดไว้เพื่อทำให้ฉันระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่
ทุกคนไม่ต้องงงหรอกนะ
เราสองคนมักเถียงกันเป็นแบบนี้ประจำ
ฉันมีพี่ชายที่หล่อ ดูดี ฐานนะดี ครบสูตรที่สาวๆ ทุกคนต้องการเฮียเร็นอายุเยอะกว่าฉันไปสามปีกว่า ตอนนี้ดูแลธุรกิจกับพ่อแม่อยู่ต่างประเทศ เหลือเพียงฉันคนเดียวที่อยู่ในบ้านหลังโตแบบนี้
อีกอย่างเฮียเร็นก็เป็นคนที่ชอบพูดจาตรง ๆ จริงจังกับทุกอย่างสิ่งที่ชอบมากคือกวนบาทาคนอื่น ๆ นอกจากนี้ก็ยังมีสิ่งที่เฮียไม่ชอบให้ฉันเข้าไปยุ่งเกี่ยวก็คือการเข้าคลับหรือเรียกว่าร้านเหล้า การดูการแข่งรถข้อห้ามอีกหลายประการมีเหตุผลเพียงเพราะว่ามันไม่ปลอดภัย
คนอย่างเฮีนเร็นชาตินี้คงไม่มีวันมีเมียแน่ ๆ ฉันคนหนึ่งที่ขอแช่งเอาไว้เลยดูสิทำกับน้องนุ่งที่ร่วมสายเลือดกันแบบนี้ได้ยังไง ตัดค่าขนมอย่างที่ผ่านมาจะไม่ว่าสักคำแต่นี้อะไรห้ามออกจากบ้านเลยนะโลกภายนอกภายในหนึ่งอาทิตย์อย่าหวังว่าฉันจะได้เห็นเลย
เฮียเร็นเป็นคนที่พูดจริงทำจริง ลูกน้องเต็มไปหมด เส้นสายในวงการก็มีมากมาย อย่าให้ฉันรู้นะว่าใครเป็นคนรายงานเรื่องนี้จะลงโทษให้เข็ดหลาบปากโป้งดีนัก
“ทนไม่ไหวแล้วโว้ยอยากตะบันหน้าหล่อ ๆ ของพี่ชาย!”
กิริยาที่บ่งบอกว่าหัวเสียจนทิ้งขว้างทั้งหมอนข้างเหวี่ยงหนอนใบใหญ่ที่ตัวเองหนุนออกไปอย่างไม่ใยดี เท้าเล็ก ๆ ก็ถีบผ้าห่มลงจากเตียงใหญ่อย่างไม่กลัวเปื้อนอาการแบบนี้จะเกิดเป็นประจำเมื่อมีอารมณ์ขุ่นมัวของหญิงสาว
