บทที่ 6 หน้าที่

บทที่ 6 หน้าที่

“ทนไม่ไหวแล้วโว้ยอยากตะบันหน้าหล่อ ๆ ของพี่ชาย!”

กิริยาที่บ่งบอกว่าหัวเสียจนทิ้งขว้างทั้งหมอนข้างเหวี่ยงหนอนใบใหญ่ที่ตัวเองหนุนออกไปอย่างไม่ใยดี เท้าเล็ก ๆ ก็ถีบผ้าห่มลงจากเตียงใหญ่อย่างไม่กลัวเปื้อนอาการแบบนี้จะเกิดเป็นประจำเมื่อมีอารมณ์ขุ่นมัวของหญิงสาว

โรงพยาบาล XX

“จัดการต่อด้วยปลอดภัยแล้ว”

น้ำเสียงที่เอ่ยพูดออกมานั้นมันธรรมดาราบเรียบมาก ทว่าแต่แฝงความน่าเกรงขามออกมา จากริมฝีปากได้รูปซึ่งอยู่ภายใต้หน้ากากทางการแพทย์ที่ปกปิดมันเอาไว้อยู่ เนื่องจากอยู่ในหน้าที่ที่ต้องทำในฐานะแพทย์ที่ได้ชื่อว่ามือเบาที่สุดของโรงพยาบาล อีกทั้งยังได้ฉายาจากนางพยาบาลทั้งหลายว่าเจ้าชายหมอผู้เย็นชาแต่หล่อเหล่าที่สุด นับว่าเป็นการชื่นชมที่เลื่องลืงมาก ทั้งทางด้านความสามารถและรูปลักษณ์ที่ต่างทำให้หลายสายตาได้หลงไหลมัน

“ได้ค่ะคุณหมอ”

พอพูดจบเขาก็ได้ก้าวออกไปจากห้องผ่าตัดที่อยู่มาหลายชั่วโมงติดกัน นางพยาบาลที่แพทย์คนอื่น ๆ ต่างชื่นชมในฝีมือที่เฉียบขาดแต่อย่างใดก็ตามไม่ใช่ง่ายๆ ที่จะให้เขาเป็นคนผ่าตัดมีแต่คนไข้รายพิเศษเท่านั้นที่จะถึงมือหมอรูธหล่อผู้นี้

พอขานรับทุกคนในห้องผ่าตัดก็จัดการหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายทันที เพราะการทำให้ผู้อื่นมีลมหายใจต่อไปเป็นหน้าที่ของตัวเองอยู่แล้ว จะต้องช่วยให้ได้ ไม่เพียงแค่ช่วยแค่เพียงผู้ป่วยเท่านั้นยังเป็นการช่วยญาติคนอื่น ๆ ให้มีกำลังใจที่ดีอีกอย่างหนึ่ง

เฮ่อ

ปึก!

เสียงถอนหายใจเกิดขึ้นทันที เมื่อตัวเองได้เข้ามาในห้องพักก่อนที่จะทรุดตัวลงเก้าอี้ตัวใหญ่ด้วยความเหนื่อยล้าที่ต้องเผชิญตั้งห้าชั่วโมงติดไม่ได้พัก ตอนนี้ใบหน้าขาวจนถึงซีดได้เผยขึ้นอย่างไร้การปกปิดสิ่งใด ๆ เพราะได้ถูกเหวี่ยงลงไปบนโต๊ะก่อนหน้านี้อย่างไม่ใยดี

“ผ่านไปด้วยดี”

ผมพูดขึ้นขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง ชื่อ รูธ มีอาชีพคือหมอหรือที่ใคร ๆ เรียกว่าแพทย์นั่นแหละ มันไม่ใช่อาชีพหลักอะไรหรอก ก็แค่อยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ตัวเองไม่รู้จัก อีกอย่างเหมือนได้ทบทวนสิ่งที่ได้ร่ำเรียนมาในระยะเวลาที่นานพอสมควร จนปัจจุบันนี้ก็ยังมีการเรียนต่ออีกด้วยซ้ำไป การจับมือไปในหลาย ๆ ทาง ยอมรับเลยว่ามันค่อนข้างหนักพอสมควร แต่อย่าพึ่งว่าเป็นคนดีนะ ถ้ายังไม่รู้จักพอ อันนี้บอกไว้เลย

Rr…

“ว่า”

น้ำเย็นชาที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองกรอกไปยังปลายสายเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ที่รู้จักของลูกน้องคนสนิท มือขวาที่ทำงานอยู่ RUTH MISCREANT RACING ของผมเอง ซึ่งหากมันได้โทรมาแบบนี้คงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถรับมือได้แน่ ๆ แสดงว่ามันก็หนักเอาเรื่องเช่นกัน

[เฮียครับ เกิดเรื่อง]

“อืม..เดี๋ยวกูไป”

[ครับ]

ตู้ด ๆ

ทันทีที่ผมได้ยินก็รู้ว่าเป็นเรื่องอะไรมันค่อนข้างที่จะชาชินกับเรื่องพวกนี้ที่เข้ามาในชีวิตประจำวันของตัวเองแล้ววะ ไม่รู้ว่าจะใช้คำว่าอะไร นอกจาก “เบื่อ” แต่ว่ามันคงเป็นเรื่องปกติสำหรับชีวิตของผมเสียแล้วสิ ขาดไปคงเหงาใช่ย่อย

มือใหญ่เอื้อมเข้าไปจับกระป๋องน้ำเย็นจรดเข้าปากอย่างช้า ๆ พร้อมกลืนลงไปอย่างใจเย็นเป็นที่สุดก่อนที่จะปาเข้าติดข้างฝาผนัง แบบนี้ทุกครั้งเมื่อได้รับการรายงาน

ตุบ!

“ได้เวลาสนุกแล้วสิ!”

ร่างสูงพูดขึ้นก่อนเดินก้าวออกจากห้องด้วยความใจเย็นระดับสิบ ความเย็นชาที่ทุกคนได้เห็นจนชาชิน มันเป็นสิ่งแรกที่สาว ๆ มองว่าชอบมาก

บรึ้น! เอี๊ยด!

แรมโบกินีสีเขียวรุ่นใหม่ล่าสุดโลดแล่นเข้าด้วยความเร็วสูง เพื่อมาระงับเหตุการณ์ที่แสนดุเดือดที่เกิดขึ้นราวหนึ่งชั่วโมงได้ ไฟหน้ารถส่องไปยังเป้าหมายวัยรุ่นกลุ่มอื่นที่เข้ามาสร้างความเดือดร้อนด้วยความไม่พอใจ

สายตาคู่พิฆาตที่ใครได้สบจะต้องยอมแพ้และกลัวเกิดขึ้นเมื่อเจ้าของรถได้ก้าวลงจากรถ แต่แสงไฟยังส่องไปที่หน้าผู้ก่อเหตุอยู่ที่ทำให้พวกนั้นเห็นใบหน้าอย่างไม่ชัดเจนเนื่องจากความจ้าของแสงไฟ

“อยากไปทักทายนรกนักหรอวะถึงได้มาที่นี่?”

“…”

ผมเดินเข้าไปให้ไอ้พวกวัยรุ่นขยะเห็นหน้าตา ความนิ่งของผมคงทำให้พวกมันไม่กลัวสินะถึงได้ทำหน้าตากวนตีนแบบนั้น ตัวปัญหาที่คิดว่าตัวเองเอาอยู่ อวดเบ่งกับสิ่งที่ตัวเองมีโดยไม่รู้ว่าโลกใบนี้มันกว้างกว่ากะลาที่ครอบตัวเองเอาไว้

“สนามเหี้ย ๆ แบบนี้พวกกูก็ไม่อยากมานักหรอก!”

อ๋อ... ดีมาก

ปากมันดีแบบนี้นี่เอง

สายตาสีดำสนิทของชายผู้หนึ่งมองมายังผม พร้อมกับพูดขึ้นมาอย่างท้าทาย ใบหน้าที่มีรอยซ้ำ แผลที่ได้มาจากเหตุการณ์เมื่อกี้น้อยกว่าคนอื่น ๆ บอกได้ว่าไอ้นี่สินะที่ได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้ากลุ่ม 

“ถุย... แล้วมึงก็เสือกมา!”

คราบแพทย์อันขาวสะอาดเมื่อกี้ถูกลบเลือนออกไปอย่างสิ้นเชิง ไม่หลงเหลือคราบใด ๆ ทั้งสิ้น มีเพียงผู้ชายที่ดูเถื่อนดิบในตัว ทำการกระทำต่ำโดนการถุยน้ำลายลงพื้นด้วยความกวนตีน ทรงผมถูกเซทขึ้นเผยใบหน้าขาวตี๋อย่างชัดเจนกางเกงสีดำขาด ๆ เหมาะกับเสื้อยืดสีขาวสวมทับด้วยยีนสีเข้มดูโดดเด่นมากขึ้นด้วยสีผิวที่ขาวซีด

คำพูดออกจากปากของเจ้าสนามพูดขึ้นแล้วก็เดินเข้าไปช้า ๆ พร้อมทั้งลูกน้องอีกนับสิบคนที่เดินตามไปติด ๆ แสดงความน่ากลัวออกมาทันทีที่ได้เห็น

สายตาสีทองแดงเข้มยังจับจ้องไปทางไอ้ดรีม หัวหน้าของกลุ่มที่มาหาเรื่องที่สนามแข่งของผม ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นเวลาตีสามก็แล้วเถอะการทำตัวกร่างไปทั่ว สร้างความรำคาญให้กับทุกคน ชื่อเสียงสวนกระแสไปในทางด้านลบ ทำไมผมถึงจะไม่รู้ชื่อของมันล่ะ แต่ในเมื่ออยากโดนดีไอ้รูธคนนี้ก็ให้ได้

จะเอาให้หลาบจำเลยทีนี่

เอาให้กวนตีนใครไม่ได้เลย

ของถนัดเช่นเดียวกัน

“…”

“มึงข้องใจเหี้ยอะไรวะกับสนามของกูไอ้ดรีม!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป