บทที่ 7 สั่งสอน

บทที่ 7 สั่งสอน

สายตาสีทองแดงเข้มยังจับจ้องไปทางไอ้ดรีม หัวหน้าของกลุ่มที่มาหาเรื่องที่สนามแข่งของผม ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นเวลาตีสามก็แล้วเถอะ ได้แต่บอกในใจปลอบตัวเองว่าช่างมันเพราะมันคือเวลาพักผ่อนของผมที่ยังไม่ได้หลับนอนตั้งแต่เมื่อวานด้วยซ้ำไป กับต้องมาเจอคนไร้ความคิดทำตัวกร่างไปทั่วเข้ามาในชีวิตพร้อมกับสร้างความรำคาญให้กับทุกคน ชื่อเสียงสวนกระแสไปในทางด้านลบ ทำไมผมถึงจะไม่รู้ชื่อของมันล่ะ แต่ในเมื่ออยากโดนดีไอ้รูธคนนี้ก็ให้ได้

จะเอาให้หลาบจำเลยทีนี่

เอาให้กวนตีนใครไม่ได้เลย

ไม่ใช่บนโลกนี้มันเก่งอยู่เพียงคนเดียวเสียหน่อย ยังมีคยเก่งอาศัยอยู่มากมายเพียงแค่ว่าเขาไม่ได้ทำตัวเหมือนกับมันเท่านั้น หากมันเข้ามาทำกับคนก่อน ๆ แล้วเขาไม่ว่าอะไร เพียงปล่อยให้ทำมันจึงเหลิงได้ใจมากกว่าปกติ จึงมันสำเหนียกตัวเองว่าอยู่ในจุดไหน สามารถไปได้แค่ไหนหรือทำอะไรได้บ้าง คนแบบนี้มันคือคนประเภทไม่เจอกับตัวเองมันจะไม่กลัว หากมันทำแบบนี้เป็นงานถนัด

ผมก็สามารถเล่นงานของถนัดเช่นเดียวกัน

ก็แลกกัน

“…”

“มึงข้องใจเหี้ยอะไรวะกับสนามของกูไอ้ดรีม มันไปหนักหัวของมึงหรือไง”

“…”

คนชื่อดรีมแปลกใจไม่น้อยที่ผมรู้จักชื่อของมัน สายตาที่เหมือนจะตกใจและเบิกกว้างก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นเข้มเข้ากลบเกลื่อนตามเดิม คิดว่าคนอย่างไอ้รูธไม่รู้เหรอวะบอกเลยกระจอกชิบหายกับสิ่งที่มันได้ทำและแสดงออกมา

เป็นอาการธรรมดาของคนที่กำลังตื่นตูมกับสิ่งที่ตัวเองพึ่งรับรู้ และตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังกลัวเข้ามากระทบในจิตใจ มันสามารถดูออกอย่างง่ายดายด้วยซ้ำกับเรื่องแบบนี้ หรือไม่มันก็เป็นผมเองที่สายตานั้นไวกว่าคนอื่น ๆ บวกกับความช่างสังเกตจึงไม่แปลกเท่าไหร่ที่จะได้เห็นมัน

“แพ้เองหาเรื่องเองงั้นหรอวะ หรือว่า....”

ผมยังพูดไม่จบก็มีการแทรกพูดขึ้นมาทันที

“พวกกูมาเอาเงินเดิมพันคืน”

เงินเดิมพันในการแข่งขันการแข่งรถ ไม่หน้าด้านจริงมาทวงไม่ได้นะเนี่ย

“แม่ง... กลัวตีนชิบหาย แต่พวกมึงแพ้”

เกินไปไหม หน้าด้านจนเกินทนจริง ๆ กับการแพ้แล้วมาขอเงินเดิมพันคืน บอกเลยว่าด้านมาก ๆ ผมเกลียดเข้าไส้กับคนประเภทนี้ ใครให้ก็โง่เต็มทนแล้วแบบนี้ ไม่งันจะมาเป็นกฏได้ยังไงกัน

“แพ้แล้วไงวะก็กูจะเอาเงินคืน ไม่อยากให้...หรือไม่มีจ่ายกันแน่”

“…”

“เออหรือว่ามึงจะให้พวกกูพังที่นี่ละเลือกเอา!”

“คิดว่ากลัวเหรอ?” คนอย่างผมมีปัญญาจ่ายคืนเต็มจำนวนแน่ ๆ หรือมากกว่านั้นอีก ถ้าเกิดมีการผิดพลาดเกิดขึ้นแบบแฟร์ ๆ แต่คงไม่ให้คืนแน่นอนกับพวกปัญญาอ่อน ไม่มีหัวคิดจริงๆ แบบแพ้แล้วทวงมีอย่างที่ไหน ใครเขาทำกัน “มีแต่ตีนที่กูจะให้พวกมึง!”

“เฮ้ย! พวกเราลุย!”

เสียงไอ้ดรีมหันตัวไปสั่งลูกน้องทันที เมื่อได้ยินผมปฏิเสธในการจ่ายเงิน ความคุกกรุ่นกระจายไปทั่วทุกสารทิศในช่วงเวลานี้ สายตาที่ต่างคนต่างแสดงออกถึงความไม่ยอมใครทั้งนั้น ความดุเดือดที่ออกมาจากองค์ประกอบทั้งอุปกรณ์การสู้ทั้งไม้หน้าสาม ท่อนเหล็กขวดแก้วเป็นต้นที่แต่ละคนถือยิ่งเป็นการตอกย้ำได้ดีจริงๆ

ปัง! ปัง! ปัง!

ปัง! ปัง! ปัง!

“จากตีนเป็นลูกปืนก็แล้วกันง่ายกว่าเยอะ” ผมพูดขึ้นเมื่อยิงไปที่พื้นคอนกรีตหนาตรงหน้าไอ้ดรีมที่กำลังจะเดินเข้ามาก่อเรื่องลูกน้องมันต่างชะงัก ถอยลงไปเมื่อได้ยินเสียงนี้ ความเหนือกว่ามันใช้ได้ ถ้าคนเรารู้จักการใช้มันสมองให้เกิดประโยชน์ การจัดการกับหัวหน้ากลุ่มย่อมทำให้ลูกน้องไม่กล้าเข้ามาอีกเป็นหน้า “อยากตายก็เข้ามา ลูกปืนของกูมีเพียบ พร้อมยิงเสมอถ้าพวกมึงเลือกเสร่อเข้ามาหาความตาย!”

“เอาไงดีลูกพี่?”

เสียงชายวัยรุ่นกลุ่มตรงหน้าพูดขึ้นถามไอ้ดรีม แต่สายตาคู่นั้นก็มองมายังวัตถุสีดำวาวที่อยู่ในมือของผมอย่างสั่น ๆ เพราะความกลัวโลดแล่นเข้าใส่โดยทำใจกลัวตายไม่ได้

“พวกมึงป๊อดหรือไงวะ”

เสียงหัวเสียของไอ้ดรีมพูดขึ้นถัดมา

ก็ใครมันจะกล้าเอาชีวิตของตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับความตายตรงหน้า คำชื่นชมจากคนที่ได้ชื่อหัวหน้ามันสำคัญมากกว่าลมหายใจหรือไง ทางเหลือมันมีให้ได้เห็นเสมอ นอกคนขึ้นอยู่กับคนต่างหากที่จะเลือกด้วยความฉลาดหรือเปล่า

“แต่พวกนั้นมีปืนนะลูกพี่ พวกเราแค่ท่อนไม้ เหล็ก แก้วคงสู้ไม่ได้”

วัยรุ่นคนดังกล่าวพูดขึ้นอีกครั้ง เพื่อย้ำและเปรียบเทียบกับอาวุธที่มันไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้เลยสักนิดเดียว

“พวกมึงเงียบปาก!”

เสียงตะคอกของไอ้ครีมดังขึ้นมาด้วยแรงโทสะที่รุนแรง เพื่อเตือนลูกน้องของตัวเองในเรื่องของการห้ามพูดออกมาอีก ก่อนที่สายตาจะหันกลับมาสบตาของผมอีกครั้งหนึ่ง

ไอ้นี่มันกัดไม่ปล่อยง่าย ๆ

ทำไมผมจะไม่รู้

“ถ้ามึงไม่กลัวก็เข้ามาไอ้ดรีมแต่นัดนี้ กู....ไม่พลาด!”

กริ๊ก!

ปัง!

เมื่อเสียงเตือนของผมจบลงลูกกระสุนก็พุ่งออกจากปลายกระบอกปืนโลดแล่นเข้าไปสู่มือด้านซ้ายของไอ้ดรีมทันที ไม่รีรออะไรทั้งนั้นเพราะถือว่าได้เตือนไปแล้วก่อนหน้า เลือดอันแดงฉานต่างออกทะลักมาอย่างล้นหลามพร้อมกับความเจ็บปวดที่เข้ามาทำให้รู้สึกทรมาน

ไม่ตายหรอก

แต่ต้องรักษาให้ทัน ไม่งั้นก็ไม่แน่

ผมประเมินด้วยสายตามันรอดแน่หากรักตัวเองโดยการหยุดทุกอย่างแล้วกลับออกไปเพื่อรักษาชีวิต หรือว่าไม่รักชีวิตของตัวเองและอยากเอาชนะทั้งที่ไม่ใช่เรื่องเลยด้วยซ้ำ

“ช่วยไม่ได้มึงไม่เชื่อกูเอง”

“…”

เสียงประกาศิตออกจากริมฝีปากได้รูปอย่างช้าๆ ด้วยความใจเย็นไม่สนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นสายตาที่ลูกน้องไอ้ดรีมมองผมเหมือนกับว่าไม่เชื่อสายตา

“ใครอยากเป็นรายต่อไปก็เข้ามา...”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป