บทที่ 8 ประเมิน
บทที่ 7 ประเมิน
ผมประเมินด้วยสายตามันรอดแน่หากรักตัวเองโดยการหยุดทุกอย่างแล้วกลับออกไปเพื่อรักษาชีวิตและลมหายใจของตัวเอง หรือว่าไม่รักชีวิตของตัวเองและอยากเอาชนะทั้งที่ไม่ใช่เรื่องเลยด้วยซ้ำ ประเด็นมันไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้เพราะไอ้คนที่ชื่อว่าเป็นหัวหน้าของพวกมันก็ใช่ว่าจะรักลูกน้องเสียเมื่อไหร่กัน
มันรักแต่ตัวเองเท่านั้นแหละ ไม่รักคนอื่นหรอก
“ช่วยไม่ได้มึงไม่เชื่อกูเอง”
“…”
เสียงประกาศิตออกจากริมฝีปากได้รูปอย่างช้าๆ ด้วยความใจเย็น ไม่สนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สายตาที่ลูกน้องไอ้ดรีมมองผมเหมือนกับว่าไม่เชื่อสายตาเลยด้วยซ้ำ ว่าการกระทำที่ได้ทำลงไปนั้นจากก่อนหน้านี้มันมาจากผมเอง มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเสมอมาจนมันเคยชินไปเรียบร้อยแล้วมากกว่า ยิ่งตอนนี้มันไม่ได้มีอะไรสำคัญทั้งนั้น ถึงแม้จะอยู่ในช่วงที่กำลังคุกกรุ่นอยู่ก็ตาม
“ใครอยากเป็นรายต่อไปก็เข้ามา...”
เข้ามามันก็จะมีสภาพไม่ต่างกันแน่ ๆ เพราะจะไม่มีการยั้งมือใด ๆ ทั้งสิ้น ไร้ความน่าสงสารและก็ความปรานี หากเข้ามาอยู่ในที่ที่แห่งนี้ก็น่าจะพิจารณาตัวเองได้แล้วว่ามันไม่ใช่ที่เข้ามาแล้วจะออกไปได้ง่าย ๆ ถึงจะเอ่ยอ้าง ว่ามีคนชวนเข้ามาก็ตาม โตแล้วหากคิดแยกแยะไม่เป็นก็ไม่ควรออกมาจากบ้านด้วยซ้ำ
“มัดพวกมันเอาแล้วครับเฮีย”
น้ำเสียงที่ค่อนข้างออกไปทางเย็นชาเหมือนเช่นเดียวกับนายของตัวเองอย่างชัดเจน จนบางครั้งแทบแยกไม่ออกด้วยซ้ำ ทั้งบุคลิกที่ดีดูไม่แพ้ผู้เป็นนาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนสูงหน้าตาที่หล่อเหลา ผิวคล้ำกว่าน้อยนิดแต่ก็ยังมีสิ่งที่แตกต่างกันอย่าชัดเจนคือสีผมของเขาจะออกไปทางสีแดงเข้ม
“ดีจะได้จัดการตามวิธีของกูเสียที”
วิธีถ้าพวกมันเห็นกับตารับรองได้ว่ามันจะติดตาไปจนชั่วชีวิตด้วยซ้ำ
ความปรารถนาที่อยากให้เป็น ผมจะได้ส่งให้พวกมันเห็นเร็ว ๆ ทว่าผลของมันอาจตรงข้ามกันนิดหน่อย ขึ้นไปในระดับที่ค่อนข้างมากเอาการอยู่หากอยากจะเปรียบเทียบ
“…”
ผมวางแก้วเหล้าลงแล้วหันไปสบตากับไอ้วายุลูกน้องของตัวเองด้วยความรู้กันโดยอัตโนมัติอย่างไม่ต้องเอ่ยปากอีกครั้ง ไอ้วายุเป็นมือขวาของผมเอง มันมีทั้งทักษะทางด้านการทำงาน การต่อสู้ การบริหารงานเป็นเลิศและมันก็รู้ใจดีของผมที่สุดเหมือนกัน ไม่จำเป็นที่จะต้องมีลูกน้องที่รู้ใจมากไปกว่านี้แล้ว เพราะจะมีมากหรือมีน้อยหากปรมาณที่เป็นผลพลอยได้มันต่างกันจะเอาปริมาณมากไปทำไม เปลืองทุกอย่างของตัวเองให้หายไปโดยเปล่าประโยชน์ด้วยซ้ำ
มีน้อยแต่ครบครัน มากด้วยคุณภาพ
“ตามมา”
ประโยคที่ไม่เชิงว่าเป็นคำสั่งออกจากปากที่ได้รูปของเฮียรูธ ไม่รู้ว่าตอนนี้เฮียคิดจะทำอะไรกับไอ้พวกนั้น ที่เข้ามาในที่ที่ไม่สมควรเข้ามาหาเรื่องด้วยซ้ำ ตั้งแต่ที่ผมทำงานกับเฮียรูธมาไม่เคยเห็นเลยว่าครั้งไหน ๆ แววตาจะรู้สึกโกรธมากกว่าครั้งนี้
ไม่รู้สิไอ้พวกนั้นคงรนหาที่ตายเองสินะ
ก็แน่สิคนอย่างเฮียรูธไม่เคยที่จะเข้าไปหาเรื่องใคร ๆ ก่อนทั้งนั้นนับตั้งแต่ผมมาอยู่ด้วย มีแต่ไอ้พวกสวะที่เข้ามาลองดีจากนั้นก็กลับออกไปได้แค่ร่างไร้วิญญาณหรือไม่ก็ไม่ครบสมประกอบเท่านั้น จะว่าโหดเถื่อนมันก็แค่นั้นในเมื่อพวกมันเองยังไม่รักชีวิตของตัวเองแล้วใครจะไปรักชีวิตของมันล่ะ เขาถึงบอกให้รักตัวเองให้มาก ๆ ไง ไม่อย่างงั้นไม่มีใครเข้ามารักหรอก
หมอไม่ใช่ว่าจะใจดีทุก ๆ คนนะครับ
ผมว่าเฮียรูธก็เหมือนกัน
บางครั้งแววตาที่แสดงออกมาก็ยากที่จะทำให้ผู้สนทนาร่วมหยั่งถึงทั้งจากการกระทำและความคิด ถึงบางครั้งจะแสดงออกมาอย่างผิวเผินว่าเฮียเป็นคนง่าย ๆ สบาย ๆ ก็เถอะแต่ก็โหดใช่เล่น ตามนิสัยของกลุ่มสารเลวที่ได้ขึ้นชื่อว่าเลวสุดขั้วคำว่าปราณีไม่มีในพจนานุกรม หากเข้ามาก่อความเดือดร้อนและก็มีเรื่องด้วย
“ครับเฮีย”
หลังจากที่พูดกับไอ้วายุผมก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตัวเอง ก่อนที่จะคว้ากระป๋องเบียร์ที่เปิดไว้ข้างแก้วเหล้าติดมือมาด้วย ก้าวเท้าที่มั่นคงเดินออกไปจุดหมายก็คือโกดังกว้างหลายสิบไร่ด้านหลังที่ทำขึ้นเพื่อเก็บซากรถเก่า ๆ ที่หมดสภาพตามการใช้งาน เฉี่ยวชนบ้างจนมันไร้คุณภาพซ่อนไม่คุ้มเสียก็จะถูกเก็บเข้ามา
ของเก่า ๆ สำหรับผมมันก็คือของเก่าไม่สามารถมีประโยชน์ได้เหมือนของใหม่ ๆ หรอกถึงแม้จะถูกซ่อมให้ดีด้วยอุปกรณ์ดีขนาดไหนแค่ไหนแต่ถึงยังไงก็ใช้งานไม่ได้ดีกว่า
มันก็ถือว่าหมดประโยชน์
ทุกคนว่าจริงไหมล่ะ?
ไม่มีใครหรอกที่จะอยากใช้ของเก่า ทุกจิตสำนึกไม่ว่าใครก็ตาม ผู้ชายหรือผู้หญิงก็ล้วนที่ชอบของใหม่ ๆ ทั้งหมดถึงได้ใช้เงินซื้อเพื่อเอาเข้ามาประดับตัวเองให้สูงขึ้น เพื่อให้ผู้อื่นได้ชื่นชมว่ามีไว้ในครอบครอง
ผมเองก็ทำแบบนั้นเช่นกัน
มันไม่แปลกหรอกในเมื่อเงินผมมี
เสียงของการเหยียบย้ำก้าวเท้าที่หนักแน่นดังขึ้นมาในความมืดมิดของแสงตอนกลางคืนก่อนที่จะค่อย ๆ เผยให้เห็นร่างสูงที่เดินฝ่าความมืดมิดเผยทีละนิด ๆ จนสามารถเรียกสายตาของพวกที่ถูกจับมัดไว้รวมกันทั้งหมดจับจ้องไปยังจุดหมายเดียวกัน จนกระทั่งสีหน้าของผู้เดินมาเผยขึ้นอย่างชัดเจน เขายกเบียร์กระป๋องขึ้นมากระดกเข้าปากอย่างนิ่งๆ จากนั้นก็จัดการปาทิ้งออกไปอย่างไม่ใยดีก่อนจะใช้มือซ้ายเช็ดปากอย่างลวกๆ ในสายตาของทุกคนเชื่อได้เลยว่ามันดูเถื่อน ดิบจนสามารถลบภาพคุณหมอรูปหล่อไปได้มิดจนแทบจะไม่ใช่คนเดียวกัน
“พวกมึงจะทำอะไรกู?”
