บทที่ 10 เธอมาทำอะไรที่นี่

“เดี๋ยวเข้าไปพร้อมพี่ดีกว่า” เขายิ้มแล้วพากีณรินกลับเข้ามาในร้าน บารมีรู้สึกชอบนิสัยซื่อๆ ของกีณรินและออกจะแปลกใจที่อรพิมกับกีณรินเป็นลูกพี่ลูกน้องทั้งที่นิสัยต่างกันสุดขั้ว

“อร!” กีณรินเรียกอย่างดีใจแต่ก็ตกใจเมื่อเห็นอรพิมกำลังดื่มเหล้ากับผู้ชายแปลกหน้าแถมคลอเคลียกันอีกด้วย

“ยัยริน!” อรพิมทำหน้าเหม็นเบื่อ “เธอมาทำอะไรที่นี่”

“ก็มาตามอรนะซิ”

“ตาม...ตามทำไม ถึงเวลาฉันก็กลับเองนั้นแหละ” 

“ก็ลุงพงษ์โทรมาให้กลับบ้านด่วน มีเรื่องที่บ้าน”

“เหรอจ๊ะ” อรพิมหัวเสีย แต่พอมองเห็นบารมียืนอยู่ด้านหลังกีณรินก็รีบปรับน้ำเสียงใหม่ “คงไม่มีอะไรหรอก พ่อก็คงแค่คิดถึงพวกเราแล้วหาเรื่องมาอ้างให้เรากลับบ้านนั้นแหละ”

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก” กีณรินรู้สึกปวดหูเพราะเสียงเพลงในผับที่เปิดดังลั่นและยังต้องตะโกนคุยกันอีก “กลับบ้านเถอะ”

“ถ้าไม่มีธุระด่วนพ่อคงไม่โทรมามั่งครับน้องอร” บารมีนึกอยากหัวเราะอรพิมจริงๆ ที่แสร้งตีสองหน้าแบบนี้

“ดีใจจังที่พี่บอยเป็นห่วงอร” เธอปราดเข้ามาเกาะแขนบารมี แต่ส่งสายตาดุๆ ไปที่กีณริน “แต่อรรู้นิสัยพ่อของอรดีค่ะ ก็อรเป็นลูกนี่คะ”

คำพูดของอรพิมกรีดหัวใจของกีณรินนัก เธอรักและเคารพลุงพงษ์พ่อของอรพิมประดุจพ่อแท้ๆ เพราะถ้าไม่มีลุงพงษ์เธอก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไร อาจจะถูกส่งไปอยู่บ้านเด็กกำพร้าที่ไหนสักแห่งก็เป็นได้ 

“ถ้างั้น รินกลับไปดูลุงพงษ์นะ”

“แหมริน รินไม่ต้องเดือดร้อนกับเรื่องในครอบครัวอรก็ได้” อรพิมหัวเราะเสียงรื่นที่เห็นสีหน้าทุกข์ใจของกีณริน แต่ก็พอนึกได้ว่าอาร์พาเม้นท์จะว่างไม่มีใครมาเป็นก้างขวางคออีก “แต่ถ้ารินอยากไปก็ได้นะ”

กีณรินพยักหน้ารับเนืองๆ แล้วยกมือไหว้ลาบารมี ที่ไม่ทันรั้งกีณรินไว้ได้ทัน หญิงสาวรีบเดินเร็วๆ จนเกือบจะเป็นวิ่งออกมาแต่ก็ปะทะเข้ากับร่างสูงของใครคนหนึ่งเข้า 

“ริน”

“นัท” กีณรินเงยหน้ามองแผงอกที่ชนเข้าอย่างแรง นัทธีมีสีหน้าแปลกใจที่เห็นเธอ

 “รินมาทำอะไรที่นี่ ผมมางานวันเกิดเพื่อน”

“รินมาตามอรค่ะ” เธอพยายามกลั้นเสียงสะอื้นข้างใน 

“แล้วเจออรหรือยังครับ”

“เจอแล้วค่ะ รินกำลังจะกลับบ้าน”

“งั้นให้ผมไปส่งรินน่ะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ รินกลับเองได้ นัทไปงานวันเกิดเพื่อนเถอะ”

“เพื่อนไม่สนิทไม่เป็นไรหรอก หน้ารินซีดๆ ให้ผมไปส่งดีกว่านะ”

กีณรินรู้สึกย่ำแย่ในใจจึงไม่อยากปฏิเสธนัทธี เขาพาเธอเดินไปขึ้นรถที่จอดไว้ไม่ไกลนักโดยไม่รู้ว่ามีสายตาของใครคนหนึ่งจ้องมองผ่านร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง

“มองอะไรคะราฟาเอล”

“ก็ไม่มีอะไร”  

ราฟาเอลเอ่ยตอบแล้วหันมายกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม คาร่าไม่อยากเซ้าซี้จึงได้แต่เบียดประชิดเข้าไปใกล้อีก เธออุตส่าห์ลงทุนตามเขามาถึงเมืองไทยแบบนี้แล้วยังไงต้องจับเขาให้อยู่หมัดให้ได้ แต่ก็ดูเหมือนผู้ชายที่ร้อนแรงยามอยู่บนเตียงจะมีแต่ความเย็นชามอบให้ 

ช่างเถอะ ขอให้เขารวยพอจะเลี้ยงดูเธอไปตลอดชีวิตก็พอแล้ว”.

ราฟาเอลปลดเนคไทออกอย่างหงุดหงิด อากาศประเทศไทยนี่ช่างร้อนเหลือจะบรรยายขนาดว่ามาเมืองที่ติดทะเลยังรู้สึกร้อนและเหนอะหนะ จะว่าไปเขาไม่ชอบทะเลเลยต่างหากแต่ชอบดูสาวๆ ใส่ชุดว่ายน้ำมากกว่า

“คุณราฟาเอลอยากกลับไปพักบนฝั่งไหมครับ ที่นั่นมีโรงแรมห้าดาวหรูหรากว่านี้”  

สุรัตเอ่ยถามขณะขับรถไปที่โรงแรมแห่งเดียวบนเกาะเล็กๆ ในที่สุดเขาก็กลายเป็นคนพลขับจนได้ แถมยังเป็นบอส หนุ่มที่ไม่ชอบให้ใครติดตามเยอะแยะ เขาจึงขับรถจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ระยองพาทั้งรถและคนขึ้นเรือเฟอรี่ข้ามฟากมาที่เกาะ 

“ช่างเถอะ พักสักคืนถ้าไม่ไหวค่อยว่ากัน”  

 ราฟาเอลบ่นพลางมองไปนอกกระจกรถ เกาะนี้เล็กกว่าที่เขาคิดนักขับรถไม่เกินสามชั่วโมงก็น่าจะทั่วเกาะแล้ว แต่สภาพภูมิทัศน์ส่วนใหญ่ยังดำเนินไปตามวิถีชาวบ้านอยู่ คงเพราะเหตุนี้เองที่สภาพทะเลทั่วไปถึงยังคงสวยสดงดงามราวกับเพชรที่ยังไม่ถูกเจียระไน แต่ก็แบบนี้แหละที่นักท่องเที่ยวชอบแค่จัดการอะไรนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น

“ทีแรกผมคิดว่าคุณราฟาเอลจะพักที่ฝั่งก่อนพรุ่งนี้จะมาที่เกาะไม่คิดว่าจะมาวันนี้เลย”

“แล้วทำไม ไม่มีที่พักหรือไง”

“มีครับ มีแน่นอนอยู่แล้ว” 

สุรัตชักใจไม่ค่อยดี เห็นหน้านิ่งๆ แต่เดาอารมณ์ยากน่าดู และที่แน่ๆ ไม่ใช่คนที่ชอบให้ใครมาเอาอกเอาใจนักหรอก แต่ชอบให้คนสยบต่างหาก ถึงจะมีเงินสะสมอยู่บ้างแต่ก็ไม่อยากตกงานตอนอายุสี่สิบหรอก

รถเก่งคันหรูแล่นมาถึงโรงแรมแห่งเดียวของเกาะ สุรัตรีบก้าวลงจากรถไปเปิดประตูให้บอสหนุ่มก่อนที่จะขอตัวไปจัดการเรื่องห้องพักที่เขาจองไว้แล้ว ราฟาเอลหยิบแว่นกันแดดมาสวมพลางเหลือบมองรอบๆ กาย แล้วจินตนาการถึงโรงแรมระดับห้าดาวและบริการเต็มรูปแบบ ได้ยินว่าประเทศนี้ไม่อนุญาตให้เปิดบ่อนได้แต่ก็รับรู้ว่าพลเมืองประเทศนี้ชื่นชอบการพนันนัก ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเมื่อนึกถึงภาพพจน์ที่มีว่าคนตระกูลซิวีลิอาโน่ ทำงานด้านมืดเท่านั้นแต่ในระยะสิบปีที่ผ่านมา กิจการของซิวีลิอาโน่ไปไกลกว่าแค่จัดตั้งบริษัทฟอกเงินหรือทำตัวเป็นมาเฟียแบบเก่าๆ อีกแล้ว

สุรัตก้าวๆ ยาวๆ จะมาตามราฟาเอลแต่ชายหนุ่มหมุนตัวเดินกลับเข้ามาด้านในก่อน ผู้จัดการโรงแรมและพนักงานต้อนรับยกมือไหว้พร้อม เขาโบกมือไล่ก่อนที่พนักงานต้อนรับจะเอาพวงมาลัยมาคล้องคอแล้วเดินตามหลังสุรัตเข้าไปในลิฟต์เพื่อเข้าห้องพักของตนเอง

“ขอผมอยู่คนเดียว”

“ครับ ถ้าต้องการอะไรเรียกใช้ผมได้ทันที”

ราฟาเอลเดินไปลงกลอนประตูเมื่อสุรัตเดินออกไปแล้วชายหนุ่มปลดเสื้อนอกและเนคไทออกแล้วปลดปืนพกออกจากสายรัดวางไว้บนเตียง เขาไม่เคยไว้ใจใครและถูกสอนไม่ให้เชื่อใจใคร เมื่อคืนหลังจากตักตวงความสนุกจากคาร่าแล้วเขาก็บอกสุรัตว่าต้องการมาดูเกาะนี่ ดูท่าทางสุรัตออกจะแปลกใจนิดๆ แต่ก็ไม่ขัดใจยอมทำตามโดยไม่มีคำถาม ผู้หญิงบางคนก็เหมาะที่จะสนุกด้วยกันมากกว่าจะให้เป็นแม่ของลูก แต่ผู้หญิงดีๆ คงไม่หลงทางเข้ามาในชีวิตเขาง่ายๆ แน่ๆ แค่คิดเขาก็หัวเราะนึกขำโชคชะตา สงสัยว่าจะหาแม่ของลูกไม่ได้แน่ๆ ในชีวิตนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป