บทที่ 7 ถ้าอย่างนั้น

“แต่ฉันอยากไปคนเดียว” เขาสารภาพความจริงออกมา

“ผมจะขับรถไปให้...เมื่อถึงที่หมายผมจะให้ท่านอยู่ตามลำพังอย่างที่ต้องการครับ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ได้” ดูเหมือนเขาต้องยอมจำนนอย่างเสียไม่ได้ 

“ผมจะไปเตรียมรถอีกสิบห้านาทีเราจะเดินทางกันครับ”

ราฟาเอลพยักหน้ารับเนื่องๆ เขาผลุบหายเข้าไปจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เป็นแบบสบายๆ ง่ายๆ แต่ยังคงโทนสีเข้มขรึมอย่างที่สวมอยู่เป็นประจำราวกับชีวิตของเขาไว้ทุกข์ตลอดเวลา เขาเดินไปหยิบโกศเก็บอัฐิของมารดา ความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบายไหลเวียนอยู่ภายใน เขาไม่ได้ร้องไห้ในวันที่แม่เสียราวกับรับรู้มาตลอดว่าจะมีวันนี้สักวัน มารดาของเขาร่างกายอ่อนแอมาแต่ไหนแต่ไรยิ่งเมื่อให้กำเนิดเขาแล้วก็ยิ่งทรุดโทรมลงเรื่อยๆ แต่กระนั้นภาพที่เขาจดจำได้อยู่เสมอคือรอยยิ้มอ่อนโยนที่มารดามีให้เสมอและไม่เคยพูดถึงความเจ็บป่วยของตนเอง ซ้ำยังพูดอีกว่าเขาคือของขวัญที่พระเจ้าประทานให้แม้ว่าต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม

ชายหนุ่มมองภาพตัวเองในกระจกเงาตรงหน้าเพื่อสำรวจความเรียบร้อยอีกครั้งแล้วเดินออกมาเพื่อขึ้นรถที่จอดรออยู่โดยมีสุรัตเป็นคนขับ ราฟาเอลบรรจงวางโกศเก็บอัฐิไว้ข้างตัวขณะที่รถหรูเคลื่อนออกจากใจกลางกรุงเทพฯขณะที่มองออกไปนอกรถเสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น

“ที่รักคุณอยู่ไหนคะ”

ราฟาเอลขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดกับเสียงที่ได้ยิน เขาถอนหายใจหนักๆ และเอ่ยอย่างไม่รักษาน้ำใจอีกฝ่ายตอบกลับไปทันที

“คาร่าผมเคยบอกแล้วว่า...”

“ก็คาร่าคิดถึงคุณนี่คะ” หญิงสาวชิงพูดก่อนและหัวเราะ “ตอนนี้คาร่ามาถึงสนามบินแล้วนะ”

“สนามบินไหน”

“ก็สุวรรณภูมิไงคะ” หญิงสาวหัวเราะคิกคัก “คาร่าเคยบอกคุณที่ญี่ปุ่นแล้วไงว่าเราไม่จบกันแค่นี้หรอก”

ราฟาเอลรู้สึกหัวเสียมีผู้หญิงไม่น้อยที่พยายามตามเกาะติดเขาไม่ยอมปล่อยแต่เขาก็ยังไม่เคยใครที่เกาะติดเหมือนปลิงแบบนี้เลยสักครั้ง

“แต่ตอนนี้ผมไม่อยู่กรุงเทพนะ”

“คุณไปไหนคะที่รัก คาร่ามาเมืองไทยบ่อยเดี๋ยวคาร่าจะตามคุณไปเอง”

“คาร่า” เขาเอ่ยเสียงเครียด “อย่าทำตัวแบบนี้กับผม ถ้าผมไม่ชอบหรือรำคาญคุณจะลำบาก”

หญิงสาวอึกอักอย่างหวาดกลัวแต่ฝืนหัวเราะออกมา “แล้วคาร่าจะทำยังไงละคะ คาร่ามาหาคุณถึงที่นี่แล้วนะ”

“ก็ไหนว่าคุณมาเมืองไทยบ่อยๆ ก็คงเอาตัวรอดได้นี่”

“ราฟาเอล” หญิงสาวทอดเสียงหวาน “คุณลืมค่ำคืนที่แสนหวานและเร่าร้อนของเราได้ไงคะ”

ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมา ให้ตายเถอะ! เขาแค่ไปดูแลสาขาที่ญี่ปุ่นแล้วเจอดาราสาวคนนี้มาถ่ายแบบชุดว่ายน้ำในโรงแรมที่เขาพักอยู่ ก็แค่สนุกกันข้ามคืนไม่คิดว่าเจ้าหล่อนจะเอาจริงเอาจังขนาดนี้ เขามองไปทางสุรัตที่มองเขาผ่านกระจกส่องหลังพอดี

“ก็ได้...งั้นคุณพักที่โรงแรมรอผมก็แล้วกัน เดี๋ยวผมจะให้คนของผมจัดการที่พักให้คุณก็แล้วกัน” ราฟาเอลเอ่ยตอบ “ไม่เกินยี่สิบนาทีจะมีคนติดต่อคุณเรื่องที่พักเอง”

“ก็ได้ค่ะ แล้วคุณรีบกลับมานะคะ คาร่าเหงาอยากเจอคุณมากๆ เลย”

ราฟาเอลพยักหน้ากับโทรศัพท์แล้วกดปิดทันทีอย่างไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อหรือไม่ เขาเก็บโทรศัพท์เข้าที่แล้วมองที่สุรัตซึ่งพยักหน้ารับคำสั่ง เขาโทรศัพท์สั่งให้เลขาจัดการจองโรงแรมและส่งคนไปรับผู้หญิงของเจ้านายทันที

‘ทำงานเป็นแบบนี้คงอยู่ด้วยกันได้’

ราฟาเอลนึกชมอยู่ในใจ รถแล่นออกนอกเมืองไปยังจังหวัดนครปฐมทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องและรถราแน่นขนัดกลายเป็นบ้านเรือนหลังเล็กๆ อยู่ห่างๆ กันจนไปถึงโฮมสเตย์แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ริมน้ำได้เห็นวิถีชีวิตของคนริมน้ำได้เป็นอย่างดี

“ผมจอดรถรอตรงนี้นะครับ” สุรัตเอ่ยแล้วลงไปเปิดประตูให้บอสหนุ่มก้าวเดินไปอย่างเงียบๆ  

แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่ราฟาเอลมาบ้านเกิดของมารดาแต่เขากลับรู้สึกราวกับว่าเคยมาที่นี่แล้ว มารดาของเขาเป็นลูกครึ่งเหมือนกันนั่นก็คือยายเป็นคนไทยทำงานเป็นไกด์และพบรักกับหนุ่มอิตาลี่ที่มาท่องเที่ยวในไทยจนเกิดเป็นมารดาของเขา แต่เมื่อโตขึ้นเข้าสู่วัยรุ่นก็ไปใช้ชีวิตที่อิตาลี่กลับมาเมืองไทยเป็นบางครั้ง แต่ส่งเงินมาให้ทางบ้านสม่ำเสมอ แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่ามารดาของเขาจะกลายเป็นภรรยาของมาเฟียจนมีเขาเป็นตัวเป็นตนได้

แต่นั่นเป็นเรื่องของแม่ซึ่งเขาก็ไม่รู้เหตุผลว่าแม่รักพ่อหรือเปล่า เพราะเขาเองก็รู้สึกถึงการห่างเหินบางอย่าง เขาเดินไปตามทางเล็กๆ เพื่อมุ่งหน้าไปโฮมสเตย์ริมน้ำตามที่แม่เคยบอกไว้ก่อนตาย รูปร่างสูงโปร่งสะดุดตาจนมีสาวๆ เหลียวมองและส่งยิ้มให้ เขาเดินมาถึงที่หมายไม่ยากนักและอดคิดไม่ได้ว่าถ้าแม่ของเขาเติบโตที่นี่ไม่ได้ไปใช้ชีวิตที่อื่นจะเป็นอย่างไร แม่อาจมีความสุขมากกว่าอยู่กับริคาโด้ก็เป็นได้

“มาหาใครหรือจ๊ะพ่อหนุ่ม หรือว่ามาเช่าห้องพักจ๊ะ”

“เอ่อ เปล่าครับ เอ่อ ผม ผม” เอาละซิ เขาจะพูดว่าอะไรดี

หญิงชรามองใบหน้าอึกอักของชายหนุ่มแล้วเหลือบมองโกศที่เขาประคองอยู่ ก่อนจะเงยหน้าเพ่งมองใบหน้าของชายหนุ่มอีกครั้งแล้วดวงตาของหญิงชราก็มีน้ำตาเอ่อคลอ

“ราฟาเอลใช่ไหม พาแม่จอมขวัญกลับบ้านใช่ไหม”

“ครับ” เขาถอนหายใจเบาๆ ที่ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรมาก 

“เข้ามาก่อนซิหลาน” หญิงชราดึงมือของชายหนุ่มให้เดินตามมาด้านใน “นึกอยู่แล้วว่าต้องมีแบบนี้เข้าสักวัน จอมขวัญคงไปอยู่กับพ่อของเขาแล้วละ”

ราฟาเอลพูดอะไรไม่ถูก เขาไม่เคยอยู่ในสภาพนี้มันช่างแตกต่างจากที่เขาเคยอยู่และเติบโต เขารู้จากแม่ว่าตาเสียไปเมื่อสี่ปีที่แล้ว หญิงชราพาเดินไปหลังบ้านซึ่งมีต้นไม้ใหญ่หลายต้น

“จอมขวัญรักสวนหลังบ้านมาก มีต้นไม้หลายต้นที่แม่ของหลานปลูกเองกับมือ”

“ครับ อยู่ที่โน้นแม่ก็ชอบปลูกต้นไม่เหมือนกัน” เขาเอ่ยขึ้นพลางมองต้นไม้รอบกายที่ได้รับการดูแลอย่างดี

“พูดไทยได้ชัดดี จอมขวัญคงสอนมาละซิ”

“ครับ” เขายิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก “แม่ให้ผมพาแม่กลับมาบ้านครับ”

“ขอบใจหลานมาก ยายจะให้จอมขวัญอยู่กับพ่อของเขา” หญิงชรารับโกศบรรจุอัฐิมาไว้ในวงแขนด้วยมือที่สั่นเทา “กลับมาบ้านแล้วนะลูกนะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป