บทที่ 9 พูดเป็นเล่น
“พูดเป็นเล่น” อีกฝ่ายพูดเสียงสูงอย่างไม่เชื่อ “รินไม่เคยปฏิเสธงานยกเว้นติดสอบหรือติดเรียนนะเนี่ย”
“รินต้องกลับบ้านด่วนนะคะ มีธุระด่วนจริงๆ”
“มิน่าละ แล้วยัยอรไปด้วยไหม”
“คือ...รินติดต่ออรไม่ได้ค่ะ พยายามโทรติดต่อตั้งหลายหนน่าจะเลิกเรียนนานแล้วด้วย”
“ยัยอรเนี่ยนะจะเรียนจนหมดคาบได้” พี่เลี้ยงหัวเราะคิกคัก “ป่านนี้ไม่ไปแดนซ์กระจายตามผับตามบาร์แล้วเหรอ”
“ผับบาร์หรือคะ?” กีณรินใจหายวูบ นี่เข้าผับเข้าบาร์อีกแล้วเหรอ “พี่แป๋มพอทราบไหมคะว่าอรจะไปที่ไหน มีเรื่องด่วนที่บ้านจริงๆ ค่ะ”
“น่าจะแถวอาร์ซีเอนั้นแหละ เคยเห็นอยู่แถวนั้นนี่ คงเป็นร้านของบอยนั้นแหละได้ยินว่าตามจีบบอยอยู่นี่ จำบอยได้ไหมที่เราเคยไปรำอวยพรวันเกิดของพ่อเขาเมื่อสองเดือนก่อนไง”
“จำได้ค่ะ ร้านของพี่บอยชื่ออะไรอยู่ตรงไหนค่ะ เดี๋ยวรินจะลองไปตามหาดู”
กีณรินรีบจดชื่อร้านและที่อยู่ของร้าน เธอไม่เคยไปถนนเส้นนั้นตอนกลางคืนเลย แต่นี่ก็ยังหัวค่ำแท้ๆ อรพิมจะเข้าผับบาร์เร็วขนาดนี้เชียวหรือ? หลังจากวางสายโทรศัพท์แล้วเธอก็รีบผลัด เปลื่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อยืดสีชมพูหวานกับโปรงยาวคลุ่มเข่าแล้วรีบไปตามแผนที่ที่จดไว้ทันที
นาฬิกาในร้าน ‘บีทผับ’ บอกเวลาสองทุ่ม แต่พนักงานส่วนใหญ่ก็ประจำหน้าที่ของตัวเองแล้วเว้นแต่หญิงสาวในชุดเสื้อสายเดี่ยวสีขาวเข้ากับกระโปรงสั้นพลิ้วสีดำลายตารางหมากรุก ใบหน้าคมแต่งหน้าจัดจ้านผมก็เซ็ทเป็นทรงทันสมัยแทบดูไม่ออกเลยว่ายังเป็นนักศึกษาอยู่
อรพิมดูจะไม่สนใจคำนินทาของบรรดาสาวเสิร์ฟที่จ้องมองเธอนัก ช่างประไรสมัยนี้ถ้าผู้หญิงไม่ไล่จับผู้ชายก่อนแล้วจะเหลือผู้ชายหล่อๆ รวยๆ ให้ตะครุบเหรอนี่เธอลงทุนมานั่งเฝ้าเจ้าของร้านขนาดนี้ก็เพราะเรื่องนี้หรอกนะ รถสปอร์ตสุดหรูเข้ามาจอดหน้าร้านเรียกสายตาของอรพิมให้หันไปมองได้อย่างรวดเร็ว เธอรีบคว้าตลับแป้งมาดูความเรียบร้อยของใบหน้าแล้วฉีกยิ้มหวานฉ่ำทันทีที่ชายหนุ่มเจ้าของร้านเดินเข้ามา
“พี่บอยมาร้านเร็วจังค่ะ” อรพิมปรี่เข้าไปเกาะแขนอย่างเอาอกเอาใจทันที
“น้องอร” บอยหรือบารมีทำหน้าเลี่ยนๆ ที่เห็นหญิงสาวคนนี้ เขามั่นใจในเสน่ห์ของตนเองแต่บางทีมันก็น่ารำคาญที่ต้องเจออะไรแบบนี้ “น้องอรมาเร็วจังครับ”
“ก็น้องอรรีบมาเผื่อว่าจะช่วยงานอะไรพี่บอยได้ไงคะ” ‘อย่างเธอจะช่วยอะไรได้นอกจากนั่งอ่อยเรียกลูกค้า’
บารมีนึกต่อว่าในใจแต่ก็ยิ้มแย้มออกมา “ขอบคุณน้องอรมากเลยครับ น้องอรแค่นั่งเฉยๆ ยิ้มหวานๆ ตรงเคาน์เตอร์หรือจะแดนซ์ด้วยก็ได้นะครับ...พี่ชอบ”
“พี่บอยชอบเหรอคะ งั้นน้องอรจะทำให้เต็มที่เลยค่ะ”
“ดีครับ เดี๋ยวพี่ขอตัวสักครู่นะครับ”
บารมีแกะมือที่เกาะแขนตนเองออกแล้วเดินไปด้านในซึ่งเป็นห้องทำงานของผู้จัดการร้าน ผู้หญิงแบบอรพิมมีเยอะแยะจนคร้านจะใส่ใจ พวกนี้ชอบคิดว่าตัวเองสวยแต่ทำตัวไร้สมองเพราะคิดว่าผู้ชายจะยอมสยบเพราะความสวย หารู้ไม่ว่าไม่มีใครอยากจริงจังกับผู้หญิงแบบนี้นัก จะหาแม่ของลูกทั้งทีก็ต้องได้ ‘ดีๆ’หน่อยซิ ไม่ใช่ผู้หญิงประเภทพร้อมจะขึ้นเตียงกับผู้ชายคนไหนก็ได้ จะว่าไป ‘ผู้หญิงดีๆ’ ในประเทศนี้ก็หายากเหลือเกิน แต่ที่แน่ๆ คงไม่โผล่มาแถวนี้หรอกชายหนุ่มมีนึกขำกับความคิดตัวเองแล้วโทรเรียกรองผู้จัดการร้านเข้ามาพบ
“เดี๋ยวผมจะออกไปหาอะไรกินแล้วจะเข้ามาอีกทีนะ”
“ครับผม”
บารมีสั่งงานอีกเล็กน้อยแล้วลุกออกมาจากห้องแต่เลี่ยงที่จะเดินมาด้านหน้าร้าน เขายังไม่อยากเจอเด็กสาวๆ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อใกล้ชิดเขาในเวลานี้ชายหนุ่มตั้งใจจะเดินไปที่ร้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งอยู่ถัดไปอีกสองบล็อกซึ่งก็เป็นร้านอาหารของเพื่อนสนิทร่วมรุ่นอีกคนหนึ่ง ผับบาร์หลายแห่งเริ่มคึกคักแต่ผู้คนจะมาก กว่านี้เมื่อหลังสามทุ่มไปแล้ว เขาตัดสินใจทำผับก็แค่หาอะไรทำแก้เบื่อก่อนจะไปเรียนเมืองนอกเท่านั้น แต่ขณะที่เดินอยู่นั้นสายตาของเขาก็สะดุดกับหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังเหลียวซ้ายแลขวาเหมือนกำลังหลงทาง
‘หลงทาง’ หลงทางในอาร์ซีเอบ้านะซิ! ไม่มีใครมาหลงทางในนี้หรอก แต่เอ๊ะ หน้าคุ้นๆ แหะ?
บารมีขมวดคิ้วอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มที่มุมปากออกมา เขาเดินตรงไปหาเธออย่างมั่นใจว่าจะทักไม่ผิดคน เพราะเขามีความสามารถพิเศษที่จดจำผู้หญิงสวยๆ ได้แม้จะเจอกันเพียงหนเดียวก็ตาม
“น้องรินใช่ไหมครับ”
“ใช่ค่ะ เอ่อ คุณ...”
“พี่บอยไงครับ น้องรินเป็นนางรำของแป๋ม ตอนนั้นพี่จ้างให้รำอวยพรในงานวันเกิดของพ่อพี่”
“อ้อ...สวัสดีค่ะพี่บอย” กีณรินยกมือไหว้รู้สึกโล่งอกขึ้นมา ถึงแม้ว่าเธอจะทำงานกลางคืนแต่เธอก็ไม่ชอบสถานที่เสียงดังและแสงน้อยแบบนี้เลย แค่เดินเข้ามาไม่กี่นาทีเธอก็เริ่มรู้สึกมึนศีรษะแล้ว
“น้องรินมาทำอะไรแถวนี้ครับ อย่าบอกนะว่ามาเที่ยว”
“เปล่าค่ะ” กีณรินส่ายหน้าไปมาจนผมยาวสยายพลิ้วไปมา “รินกำลังจะไปร้านของพี่บอยแต่ไปไม่ถูกค่ะ”
“ไปร้านพี่นะเหรอ?” บารมีทำหน้างุนงง ผู้หญิงแบบกีณรินนะเหรอจะไปผับของเขาได้
“รินจะไปตามหาอรค่ะ พี่บอยเห็นอรไหมคะ”
กีณรินเอ่ยถาม วันที่เธอไปรำในงานวันเกิดของพ่อคุณบารมีก็เจออรพิมไปที่งานด้วย แต่ไปในฐานะของเพื่อนคุณบารมี ท่าทางอรพิมจะอายมากที่รู้ว่าเธอมางานเดียวกันแต่คนละสถานะกัน แต่บารมีกลับแสดงความชื่นชมเธอออย่างออกนอกหน้าทำเอาอรพิมไม่พอใจโกรธเธอไปหลายวันทีเดียว
บารมีร้องอ้อ! อยู่ในใจ แล้วพยักหน้ารับ “เห็นซิครับ นั่งอยู่ที่ร้านของพี่นั้นแหละ”
“จริงหรือคะ” กีณรินทำหน้าโล่งอก “ขอบคุณมากค่ะพี่บอย รินขอตัวไปหาอรก่อนนะคะ”
