บทที่ 3 ตอนที่ 3 เริ่มกลัว (30%)
ตอนที่ 3
เริ่มกลัว
อัญชิสากดไฟฉายจากโทรศัพท์ไว้พร้อม เธอเดินไปตามหมายเลขตู้ที่จดมาอย่างระมัดระวัง ปลายนิ้วไล่ผ่านสันแฟ้มทีละเล่ม จนเจอรหัสโครงการที่ต้องการ หญิงสาวดึงแฟ้มออกมา เปิดตรวจอย่างรวดเร็ว ใบรับของ ใบอนุมัติจัดซื้อ สำเนาสัญญา
และเอกสารแนบของบริษัทปลายทาง ทุกอย่างดูครบถ้วนในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับเธอ มีบางอย่างผิดปกติอย่างชัดเจน ลายเซ็นผู้รับของในเอกสารสามชุดเหมือนกันเกินไป เหมือนถูกสแกนแล้ววางซ้ำมากกว่าจะเป็นการลงนามจริงในคนละวัน
อัญชิสารีบถ่ายภาพเก็บไว้ แต่ยังไม่ทันถ่ายครบ เสียงประตูด้านนอกก็ดังแผ่ว ๆ กึก หญิงสาวชะงัก เธอเงยหน้าขึ้นจากแฟ้ม หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย
“มีใครอยู่ข้างนอกหรือเปล่าคะ” อัญชิสาเอ่ยถามเสียงดังพอให้คนด้านนอกได้ยิน พร้อมกอดแฟ้มไว้แนบอก ไม่มีเสียงตอบ เธอค่อย ๆ เดินย้อนกลับไปยังประตู วางมือลงบนลูกบิดแล้วออกแรงดึงประตูไม่ขยับ
อัญชิสาลองกดบัตรผ่านอีกครั้ง เครื่องอ่านบัตรไม่ตอบสนอง ไฟสีแดงเล็ก ๆ กระพริบขึ้นแทนไฟเขียว เธอลองดึงประตูซ้ำ คราวนี้ใช้แรงมากขึ้น แต่ประตูยังคงปิดแน่นสนิท มีคนล็อกจากด้านนอก
ลมหายใจของอัญชิสาสะดุดไปชั่วขณะ ภาพวัยเด็กบางอย่างวาบเข้ามาในหัวอย่างไม่ทันตั้งตัว ภาพห้องเล็ก ๆ หลังบ้านเช่า ภาพแม่ดึงเธอเข้าไปซ่อนตอนมีคนเมาโกรธจัดมายืนตะโกนด่าหน้าบ้านหลังจากข่าวเก่าถูกขุดขึ้นมาอีกครั้ง เสียงประตูถูกทุบดังโครม ๆ และเสียงแม่กระซิบทั้งน้ำตาว่าอย่าส่งเสียงอย่าให้เขารู้ว่าเราอยู่ในนี้ อย่าออกไป อย่าไว้ใจใคร
อัญชิสาหลับตาลงเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะบังคับตัวเองให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน เธอไม่ใช่เด็กหญิงคนนั้นแล้ว เธอไม่ได้อยู่หลังบ้านเช่าหลังเก่า และคนที่ล็อกเธอไว้ในห้องนี้จะไม่ได้เห็นเธอพังเพราะความกลัว
เธอกดโทรศัพท์ทันที แต่สัญญาณในห้องเก็บเอกสารอ่อนมาก หน้าจอขึ้นเพียงขีดเดียว ก่อนจะหายไป เธอลองโทรหาเบอร์ฝ่ายรักษาความปลอดภัย แต่สายไม่ออก อัญชิสาเดินไปตามมุมห้อง ยกโทรศัพท์สูงขึ้นเพื่อหาสัญญาณ ฝนด้านนอกกระหน่ำหนักขึ้นจนเสียงเม็ดฝนกระทบกระจกเล็ก ๆ ด้านบนดังพร่าเป็นจังหวะถี่
“อย่าตื่นตระหนก อัญชิสา คิดก่อน หาทางก่อน” เธอพูดกับตัวเองเบา ๆ ขณะเดินกลับไปยังประตูและใช้ไฟฉายสำรวจขอบล็อก
ระบบล็อกเป็นแบบแม่เหล็กไฟฟ้าจากด้านนอก หากมีคนสั่งล็อกผ่านระบบหรือปิดการตอบสนองบัตรผ่านชั่วคราว คนด้านในแทบไม่มีทางเปิดได้ นอกจากใช้กุญแจหลักหรือปลดจากห้องควบคุม
เธอเคาะประตูแรงขึ้น“มีใครอยู่ข้างนอกไหมคะ ดิฉันติดอยู่ในห้องเก็บเอกสาร ช่วยเปิดประตูให้หน่อยค่ะ” อัญชิสาเรียกเสียงดัง น้ำเสียงยังพยายามควบคุมให้มั่นคง แม้ข้อมือเริ่มเจ็บจากการเคาะประตูซ้ำ
ไม่มีคำตอบ เธอลองเคาะอีกครั้ง คราวนี้แรงกว่าเดิมจนฝ่ามือเริ่มชา
“ถ้าใครได้ยิน ช่วยเรียกรปภ.ให้ด้วยค่ะ ประตูถูกล็อกจากด้านนอก ดิฉันอยู่ข้างใน” อัญชิสาตะโกนอีกครั้ง เสียงของเธอก้องสะท้อนอยู่ในห้องแคบ ๆ ก่อนจะถูกกลืนหายไปในเสียงฝนและความเงียบ
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า อากาศในห้องเริ่มเย็นและอึดอัดขึ้นเรื่อย ๆ แม้เครื่องปรับอากาศยังทำงาน แต่ความรู้สึกถูกขังทำให้ลมหายใจเหมือนติดอยู่ในอก อัญชิสาถอดเสื้อสูทออกพาดไว้บนแขน เธอย่อตัวลงนั่งพิงตู้เหล็ก พยายามประหยัดแรงและคิดหาทางต่อไป เธอไม่อยากยอมรับว่าตัวเองกลัว
แต่ความกลัวกำลังคืบคลานเข้ามาเหมือนหมอกหนา
ไม่ใช่เพราะห้องมืด ไม่ใช่เพราะประตูล็อก แต่เพราะความรู้สึกคุ้นเคยเกินไปของการถูกปิดกั้นไม่ให้พูด ไม่ให้ไปไหน ไม่ให้มีสิทธิ์ทำอะไรกับความจริงที่อยู่ในมือ
อัญชิสาก้มมองแฟ้มเอกสารที่กอดไว้แน่น เธอหัวเราะเบา ๆ อย่างขมขื่น
“คุ้มไหมเนี่ย แค่แฟ้มเดียวทำให้โดนขังเลยเหรอ” เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงเหมือนประชดโชคชะตามากกว่าจะล้อเล่นจริง
ขณะเดียวกัน ชั้นผู้บริหารด้านบนยังคงมีแสงไฟเปิดอยู่ในห้องทำงานใหญ่ ตะวันยืนอยู่หน้ากระจกบานสูง มองสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาใส่เมืองทั้งเมืองเหมือนฟ้ากำลังระบายความอัดอั้น เขาเพิ่งประชุมสายกับฝ่ายกฎหมายเสร็จ รายงานของอัญชิสายังวางอยู่บนโต๊ะทำงาน เปิดค้างในหน้าที่มีข้อมูลบริษัทปลายทางทั้งสี่แห่ง
เขาอ่านมันซ้ำหลายรอบ ยิ่งอ่าน ยิ่งรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้พูดเกินจริง และยิ่งอ่าน เขายิ่งหงุดหงิดกับตัวเองอย่างประหลาด เพราะแทนที่ความสนใจจะหยุดอยู่ที่ตัวเลข เขากลับนึกถึงดวงตาของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดวงตาที่กล้าสบตาเขาโดยไม่หวั่น ดวงตาของคนที่บอกว่ากลัว แต่กลัวการเงียบมากกว่ากลัวความเดือดร้อน เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้นเบา ๆ เลขาฯ ของเขาเปิดเข้ามาพร้อมแท็บเล็ตในมือ
“ท่านประธานคะ รายงานจากฝ่ายระบบสารสนเทศส่งมาแล้วค่ะ มีการเข้าใช้งานเครื่องของคุณอัญชิสาจริงในช่วงที่เธออยู่ห้องประชุม และบัญชีที่เข้าใช้เป็นบัญชีชั่วคราวที่ถูกสร้างขึ้นในระบบเมื่อเช้านี้ค่ะ” เลขาฯ รายงานด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
ตะวันหันกลับมาทันที ดวงตาของเขาเย็นลงในเสี้ยววินาที
“ใครอนุมัติบัญชีนั้น” เขาถามเสียงต่ำ ทุกคำกดลงอย่างมีน้ำหนัก
“ยังตรวจสอบอยู่ค่ะ แต่ฝ่ายระบบบอกว่าร่องรอยถูกลบไปบางส่วน เหมือนคนทำรู้ระบบภายในดีมาก” เลขาฯ ตอบพร้อมก้มดูแท็บเล็ต สีหน้าบอกชัดว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดา
“แล้วอัญชิสาอยู่ไหน” ตะวันถามต่ออย่างรวดเร็ว
เลขาฯ ชะงัก ก่อนจะกดดูตารางการเข้าออกชั้นทำงาน
“ตามบันทึกบัตรผ่าน เธอเข้าห้องเก็บเอกสารชั้นย่อยเมื่อประมาณสี่สิบห้านาทีก่อนค่ะ แต่ยังไม่มีบันทึกออกมา” เลขาฯ ตอบเสียงเบาลงเล็กน้อย ราวกับเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติพร้อมกัน
สีหน้าของตะวันเปลี่ยนไปแทบมองไม่เห็น แต่ความเย็นในดวงตากลับกลายเป็นความเข้มจัดอย่างน่ากลัว
“เรียกรปภ. เปิดกล้องทางเดินหน้าห้องเก็บเอกสารเดี๋ยวนี้” เขาสั่งเสียงเฉียบ ก่อนจะคว้าเสื้อสูทจากพนักเก้าอี้และเดินออกจากห้องทันที
