บทที่ 1 การกลับมาเจอกันอีกครั้ง

ตอนที่ 1. การกลับมาเจอกันอีกครั้ง

แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลสะท้อนลงบนพื้นหินอ่อนภายในห้องบอลรูมของโรงแรมหรูในเครือ JKN Group บรรยากาศงานเลี้ยงเปิดตัวโครงการใหม่เต็มไปด้วยแขกผู้มีเกียรติ นักธุรกิจ และสื่อมวลชนที่กำลังพูดคุยแลกเปลี่ยนนามบัตรกันอย่างคึกคัก เสียงดนตรีแจ๊สบรรเลงคลอเบา ๆ ช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับค่ำคืนนี้เป็นอย่างมาก

เหล่าพนักงานจัดเลี้ยงเดินสวนกันไปมาพร้อมถาดอาหารและเครื่องดื่มอย่างเป็นระเบียบ

นิรินในชุดยูนิฟอร์มพนักงานจัดเลี้ยงสีดำขาวกำลังประคองถาดที่มีแก้วไวน์แดงหลายใบด้วยความระมัดระวัง หลังจากเลิกงานประจำวันนี้เธอตั้งใจว่าจะรีบไปหาแม่ที่โรงพยาบาล แต่เมื่อเพื่อนสนิทอย่างโยธินโทรมาบอกว่ามีงานพิเศษให้เธอทำนั้น เธอรีบเปลี่ยนชุดมารับงานพาร์ทไทม์ที่โรงแรมทันที เพราะเงินทุกบาทที่หาได้ล้วนมีความหมาย

"โต๊ะ VIP ด้านหน้าอีกสองแก้วนะนิริน" หัวหน้าทีมเอ่ยกำชับ

"ค่ะ" หญิงสาวพยักหน้ารับ ก่อนสูดหายใจลึกแล้วเดินฝ่าฝูงแขกที่กำลังสัญจรไปมา วันนี้เธอต้องทำให้ดีที่สุดเพราะเป็นงานใหญ่หรูหรา นิรินหมายมั่นปั่นมือก่อนจะเดินตรงไปที่จุดที่ผู้จัดการบอกกับเธอ

จังหวะเดียวกันนั้น ชายหนุ่มร่างสูงในสูทสีดำตัดเย็บเนี้ยบก็ก้าวออกมาจากวงสนทนาของเหล่าผู้บริหาร โดยมีผู้ติดตามเดินตามหลังห่าง ๆ ทุกสายตาในงานต่างให้ความเคารพเขาในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ JKN Group บริษัทใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อต้นปี แต่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่นักธุรกิจ เพราะว่ากันว่าประธานหนุ่มผู้นี้ไฟแรงเป็นอย่างมาก

นิรินเอาแต่ก้มมองถาดไวน์ในมือเพื่อไม่ให้เครื่องดื่มหก ขณะที่กำลังเดินอย่างระมัดระวังอยู่นั้น

ปึก!

"อ๊ะ!" เพล้ง !!

แรงกระแทกทำให้ถาดในมือของนิรินเอียงทันที ไวน์แดงในแก้วกระฉอกออกมาเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวและสูทราคาแพงของชายหนุ่มเต็มอก พร้อมกับเสียงแก้วหล่นกระแทกกับพื้นเสียงดังสนั่นไปทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยง ทุกสายตาต่างก็หันมามองนิรินเป็นตาเดียวกันด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก

ทั้งห้องเงียบลงชั่วขณะ นิรินเบิกตากว้าง ใบหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นรอยเปื้อนสีแดงบนเสื้อของอีกฝ่าย

"ขะ...ขอโทษค่ะ! ดิฉันไม่ได้ตั้งใจ..."

เธอรีบหยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมา แต่ยังไม่ทันได้แตะตัวเขา มือก็ชะงักค้างกลางอากาศชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองเธอ

ดวงตาคมเย็นชาคู่นั้นแข็งค้างไปเสี้ยววินาที ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแววเยาะหยันอย่างเห็นได้ชัด

ส่วนนิรินเองก็เหมือนถูกดึงให้หยุดหายใจ แก้วไวน์ในมือสั่นจนแทบหลุดร่วง

"อัคคี !!" เธอพึมพำออกมาอย่างแผ่วเบา

อัคคีมองรอยเปื้อนบนเสื้อสูทตัวเองก่อนจะหัวเราะในลำคอเบา ๆ น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเต็มไปด้วยความถากถาง

"หายไปตั้งสี่ปี กลับมาก็ยังสร้างเรื่องได้เหมือนเดิมเลยนะนิริน" เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วไม่เป็นมิตรสักเท่าไหร่

นิรินเม้มปากแน่น ใบหน้าซีดลงกว่าเดิมเมื่อได้ยินน้ำเสียงนั้นอัคคีก้มมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างเย็นชา

"รู้ไหมว่าชุดนี้ราคาเท่าไหร่ แล้วไวน์แก้วนี้อีก"

เขาใช้นิ้วแตะคราบสีแดงบนอกเสื้อเบา ๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก แต่แววตากลับกดดันจนคนฟังแทบหายใจไม่ออก

“เธอรู้ไหมว่าทั้งหมดนี่มันราคาเท่าไหร่ แล้วฉันต้องประชุมคืนนี้ !!”

“ขอโทษค่ะ” เธอพูดออกมาเสียงเบาเป็นอย่างมาก

"ชดใช้ค่าเสียหายมา"

นิรินชะงัก ก่อนจะก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด "ฉัน...ฉันไม่มีเงินค่ะ"

คำตอบนั้นทำให้อัคคีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ราวกับไม่คาดว่าจะได้ยินคำตอบตรงไปตรงมาเช่นนั้น นิรินรีบเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความลนลานและสำนึกผิด

“ไปห้องรับรองก่อนไหมคะ เดี๋ยวค่อยหาทางออก ฉันจะได้เก็บกวาดตรงนี้”

“ได้แต่ตรงนี้ไม่ต้อง !! เธอตามฉันมา”

อัคคีพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกก่อนจะเดินนำนิรินไปยังห้องรับรอง

"แต่ถ้าคุณต้องการให้ฉันทำอะไร ฉันยอมค่ะ ขอแค่...อย่าเอาเรื่องนี้ไปแจ้งหัวหน้าฉันเลย"

เสียงของเธอสั่นน้อย ๆ เพราะรู้ดีว่าหากถูกไล่ออก งานพาร์ทไทม์ที่เธอพึ่งพาอยู่จะหายไปทันที อีกทั้งยังเป็นปัญหากับโยธินที่หางานให้เธออีก อัคคีจ้องหน้าเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่ไม่ต่างจากการเยาะเย้ย

"ทำอะไรก็ยอม?"

นิรินกัดริมฝีปาก ก่อนพยักหน้าช้า ๆ

"ค่ะ"

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังชั่งใจ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่เฉียบ

"งั้นตามมาก่อน" พูดจบอัคคีก็หันหลังเดินออกจากห้องบอลรูมทันที โดยไม่สนใจสายตาของคนรอบข้างที่กำลังจับจ้องเหตุการณ์ตรงหน้า

นิรินยืนนิ่งอยู่กับที่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะรีบวางถาดลงบนโต๊ะใกล้ ๆ แล้วก้าวตามเขาไปอย่างไม่กล้าขัดขืน

บทถัดไป