บทที่ 11 ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร
ตอนที่ 11. ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร
ภายในห้องทำงานของประธานบริษัทอัคคีกำลังยืนอยู่ตรงกระจกบานใหญ่และเขาได้ยินบทสนทนานั้นเกือบทั้งหมดโดยเฉพาะประโยคหนึ่ง...
““ริน...ไม่มีชุดไปงานค่ะ””
ใบหน้าของอัคคียังคงนิ่งแต่คิ้วเข้มกลับขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
หมอ? ผู้ชาย? เอาชุดมาให้?
เขามองออกไปด้านนอกอีกครั้ง นิรินกำลังรีบเก็บของบางอย่างบนโต๊ะ ก่อนคว้ากระเป๋าแล้วเดินออกไปจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็วอัคคีมองตาม ก่อนกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานและเปิดดูภาพจากกล้องวงจรปิด
ไม่นานนัก...หญิงสาวก็ลงไปยังชั้นล่างของบริษัทชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังยืนรออยู่บริเวณล็อบบี้ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีอ่อนกับกางเกงสแล็กเรียบ ๆ บุคลิกสุภาพและดูอบอุ่น
ในมือของเขาถือ ถุงกระดาษใบใหญ่ ทันทีที่เห็นนิริน ชายหนุ่มก็ยื่นถุงนั้นให้นิรินรับมาทั้งสองพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่นิรินจะยิ้มให้เขา รอยยิ้มแบบเดียวกับที่อัคคีเคยเห็น...แต่ครั้งนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นกับเขา
อัคคีนั่งนิ่ง สายตาคมจับจ้องภาพนั้นโดยไม่ละไปไหนชายคนนั้นเป็นใคร? ทำไมถึงเอาเสื้อผ้ามาให้เธอถึงบริษัท?
และทำไม...นิรินถึงยิ้มให้เขาแบบนั้น? มือใหญ่ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงใบหน้าของอัคคียังคงเรียบเฉยก่อนจะพูดออกมาเบา ๆ กับตัวเอง
“ผู้ชายคนนั้น...” เขาหรี่ตามองชายหนุ่มผ่านหน้าจอ
“เป็นใครกัน?”
ในขณะเดียวกัน นิรินที่ไม่รู้เลยว่ากำลังถูกจับตามอง ก็โบกมือให้หมอธันวา “ขอบคุณนะคะหมอธันวา”
“ไม่เป็นไรครับ” หมอธันวายิ้มให้เธอ
“ไว้เจอกัน”
“ค่ะ”
ไม่นานหมอธันวารถของหมอธันวาเคลื่อนออกจากหน้าบริษัทนิรินก้มมองถุงกระดาษใบใหญ่ในมือ ก่อนยิ้มออกมาอย่างโล่งใจเธอมีชุดสำหรับคืนนี้แล้วอย่างน้อย...ปัญหาหนึ่งก็ได้รับการแก้ไข
แต่เธอไม่รู้เลยว่า...ปัญหาใหม่กำลังรอเธออยู่บนชั้นผู้บริหารเพราะทันทีที่นิรินเดินกลับเข้าลิฟต์...
อัคคีก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “คุณภพ”
“ครับท่านประธาน”
“หาข้อมูลหมอธันวา”
คุณภพชะงัก “หมอธันวา?”
“ใช่” อัคคีเหลือบมองถุงกระดาษที่อยู่ในมือของนิรินผ่านจอคอม
“ผมอยากรู้ว่าเขาเป็นใคร”
น้ำเสียงของเขายังคงเย็นเหมือนเดิมแต่คุณภพกลับรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ท่านประธานของเขา...สนใจเรื่องส่วนตัวของเลขาคนใหม่มากกว่างานบริษัทเสียอีก
“ครับ”
อัคคีวางสายก่อนจะพึมพำเบา ๆ
“เลขาของผม...” สายตาคมยังคงมองไปยังประตูลิฟต์ที่นิรินเพิ่งเดินเข้าไป
“มีคนมารับส่งถึงบริษัทตั้งแต่วันแรกเลยหรือไง”
ประตูลิฟต์เปิดออกนิรินเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานพร้อมถุงกระดาษใบใหญ่ในมือ ก่อนจะวางมันลงข้างเก้าอี้เธอเหลือบมองนาฬิกาอีกไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงเวลาเลิกงานคืนนี้เธอต้องไปงานเลี้ยงกับอัคคีจริง ๆหญิงสาวถอนหายใจ ก่อนหันกลับไปทำงานต่อ
แต่ยังไม่ทันเปิดเอกสาร...
“คุณนิริน” เสียงของคุณภพดังขึ้นจากด้านหลัง
“คะ?”
“ท่านประธานเรียกครับ”
หัวใจของเธอกระตุกเล็กน้อย “ตอนนี้เลยเหรอคะ?”
“ครับ” นิรินมองถุงกระดาษข้างตัว ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องทำงาน
ก๊อก ก๊อก “เข้ามา”
เธอเปิดประตู อัคคีนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ใบหน้าคมก้มอ่านเอกสารโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง
“ท่านประธานเรียกฉันเหรอคะ?”
“ใช่” เขาตอบสั้น ๆ
นิรินยืนรอผ่านไปหลายวินาที...อัคคียังคงอ่านเอกสารต่อโดยไม่พูดอะไร
“มีอะไรให้ฉันทำหรือเปล่าคะ?”
“ไม่มี”
นิรินขมวดคิ้ว “แล้วเรียกฉันเข้ามาทำไมคะ?”
คราวนี้อัคคีเงยหน้าขึ้นสายตาคมเลื่อนผ่านใบหน้าของเธอ
“ถุงนั่นอะไร? ที่เธอถือมาเมื่อกี้”
“อ๋อ ชุดค่ะ”
“ชุดอะไร?”
“ชุดไปงานคืนนี้ค่ะ”
“ของคุณ?”
“ค่ะ”
อัคคีเงียบไปก่อนถามต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ซื้อใหม่?”
“เปล่าค่ะ”
“แล้วเอามาจากไหน?”
นิรินเริ่มรู้สึกแปลก ๆ “มีคนเอามาให้ค่ะ”
“ใคร?” คำถามนั้นออกมาเร็วเกินไปนิรินเงยหน้ามองเขา
“เพื่อนค่ะ” ทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น ใบหน้าของอัคคีก็เย็นลงกว่าเดิม
“เพื่อน?”
“ค่ะ”
“สนิทกัน?” นิรินขมวดคิ้ว
“ก็...รู้จักกันค่ะ”
“แค่รู้จัก?”
“ค่ะ”
อัคคีเอนหลังพิงเก้าอี้ “คนรู้จักทั่วไปคงไม่เอาเสื้อผ้ามาให้ถึงบริษัท”
นิรินนิ่งไปก่อนจะเริ่มเข้าใจว่าคำถามของเขาไม่เกี่ยวกับงานเลยสักนิด
“ท่านประธานกำลังสอบสวนเรื่องส่วนตัวของฉันอยู่เหรอคะ?”
อัคคีมองเธอ “ผมถามเฉย ๆ”
“แต่คุณถามละเอียดมากนะคะ”
“ในฐานะเจ้านาย ผมควรรู้เรื่องของเลขาตัวเอง”
นิรินแทบหลุดหัวเราะ “หมอธันวาเอาชุดมาให้ฉัน เพราะฉันไม่มีชุดไปงานค่ะ ไม่ได้เกี่ยวกับงานของคุณเลย” นิรินเพิ่งรู้ตัวว่าพูดมากไปเลยรีบหยุดพูด
อัคคีเงียบ
“อีกอย่าง...” เธอพูดต่อ
“เขาเป็นหมอที่ดูแลคุณแม่ของฉันด้วย” เธออยากจะพูดแบบนี้แต่เธอก็เลือกที่จะไม่พูด
“อะไร”
“เขาเป็นเพื่อนสนิทของฉัน” นิรินเลือกที่จะปกป้องตัวเอง
“เข้าใจแล้ว”
นิรินพยักหน้า “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวนะคะ”
“เดี๋ยว” เธอหยุดอีกครั้ง “อะไรอีกคะ?”
อัคคีมองนาฬิกา “ใกล้เลิกงานแล้ว”
“ค่ะ”
“ไปเตรียมตัว”
“ที่ไหนคะ?”
“ที่นี่”
นิรินชะงัก “หมายความว่า...”
“คุณคิดว่าผมจะให้เลขาผมกลับบ้านไปเปลี่ยนชุด แล้วกลับมาใหม่หรือไง?”
“ก็...ใช่ค่ะ”
“เสียเวลา” เขาตอบหน้าตาย
“ห้องรับรองชั้นนี้มีห้องแต่งตัว”
นิรินมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ “ฉันต้องเปลี่ยนชุดที่นี่เหรอคะ?”
“ใช่”
“แต่ว่า...”
“หรือคุณอยากกลับไปเปลี่ยน?”
“ไม่ค่ะ”
เธอรีบตอบ “งั้นฉันไปเปลี่ยนที่ห้องรับรองก็ได้ค่ะ”
อัคคีพยักหน้า “ห้าโมงครึ่งให้ไปเตรียมตัว”
นิรินหันหลังเดินออกไปแต่ก่อนประตูจะปิดลง เธอก็ได้ยินเสียงเขาดังตามมา
“นิริน”
“คะ?”
