บทที่ 12 ตรวจสอบ

ตอนที่ 12. ตรวจสอบ

“ชุดนั้น...” อัคคีมองหน้านิรินก่อนจะพูดขึ้นมา

“เอามาให้ผมดูก่อน”

หญิงสาวหันกลับมาทันที “ทำไมคะ?”

“ผมเป็นคนพาคุณไปงาน”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับชุดของฉันคะ?”

“ถ้าชุดไม่เหมาะสม คุณจะทำให้บริษัทเสียภาพลักษณ์”

นิรินมองเขานิ่ง ๆ “เข้าใจแล้วค่ะ รอสักครู่นะคะ” นิรินเดินออกไปจากห้องทำงานของเขา และไม่นานเธอกลับมาพร้อมกับถุงกระดาษในมือ

เธอหยิบถุงขึ้นมาและยื่นให้เขาก่อนจะพูดต่อ

“แต่ถ้าท่านประธานกังวลเรื่องภาพลักษณ์บริษัทมากขนาดนั้น...”

หญิงสาวยิ้มบาง ๆ

“ก็ไม่ต้องมองฉันสิคะ” พูดจบก็เดินออกไปทันที

ประตูปิดลงอัคคีนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะ ก่อนถอนหายใจออกมาเบา ๆ

“ผู้หญิงคนนี้...” เขายกมือขึ้นนวดขมับ

ไม่กี่ปีที่ผ่านมาเขาเคยคิดว่าตัวเองรู้จักนิรินดีที่สุด

แต่ตอนนี้...ดูเหมือนเธอจะยิ่งทำให้เขาปวดหัวมากกว่าเดิม

เวลาห้าโมงครึ่งนิรินเดินเข้าไปในห้องรับรองพร้อมถุงกระดาษของหมอธันวาที่อัคคีให้คุณภพเอามาคืนเธอ

เธอเปิดถุงออก ด้านในเป็นชุดเดรสเรียบหรูสีอ่อนที่เข้ากับรูปร่างของเธอพอดีหญิงสาวมองชุดนั้นแล้วอดยิ้มไม่ได้

“ขอบคุณนะคะหมอธันวา”

หลังจากนั้นไม่นาน...ประตูห้องรับรองก็เปิดออกนิรินเดินออกมาในชุดเดรสตัวนั้นเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นเบา ๆ อัคคีที่กำลังยืนคุยงานกับคุณภพอยู่หน้าห้องชะงักไปทันที

สายตาคมหยุดอยู่ที่เธอเพียงเสี้ยววินาที...แต่คุณภพเห็นเต็มตาท่านประธานของเขาเงียบไปเลยนิรินเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า

“พร้อมแล้วค่ะ”

อัคคีมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าชุดนี้ไม่ได้โป๊ไม่ได้เปิดเผยอะไร แต่มันกลับทำให้เธอดูสวยกว่าที่เขาคิดและสิ่งที่ทำให้เขาหงุดหงิดที่สุดก็คือ...ผู้ชายอีกคนเป็นคนเลือกชุดนี้ให้เธอ

“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”

เสียงนิรินทำให้เขาได้สติ อัคคีละสายตาออก

“ไม่มีอะไร”

เขาหันไปหาคุณภพ “ไปกันได้แล้ว”

นิรินเดินตามเขาไปแต่ก่อนจะถึงลิฟต์ อัคคีก็หยุดกะทันหัน

“เดี๋ยว”

นิรินหันมา “คะ?”

เขามองเธออีกครั้ง “เปลี่ยนรองเท้า”

หญิงสาวก้มมองรองเท้าของตัวเอง “ทำไมคะ?”

“ส้นสูงเกินไป”

“แต่มันเข้ากับชุดนะคะ”

“ผมบอกให้เปลี่ยน”

นิรินถอนหายใจ “นี่มันเรื่องงานจริง ๆ เหรอคะ?”

อัคคีสบตาเธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบเสียงเรียบ

“ผมไม่อยากให้คุณเดินไม่สะดวก”

คำตอบนั้นทำให้นิรินเงียบส่วนคุณภพที่ยืนอยู่ด้านข้าง...

ได้แต่ก้มหน้ากลั้นยิ้ม เพราะดูเหมือนท่านประธานของเขาจะเริ่มมีปัญหาเสียแล้ว ปากบอกว่าเป็นเรื่องงาน แต่สายตานั่น...มันไม่เหมือนเรื่องงานเลยสักนิด

“ผมไม่อยากให้คุณเดินไม่สะดวก” คำพูดของอัคคีทำให้นิรินนิ่งไปครู่หนึ่ง เธอมองใบหน้าหล่อเหลาของเขาอย่างพยายามค้นหาความหมายที่ซ่อนอยู่แต่สุดท้ายก็เลือกไม่คิดมาก

“ก็ได้ค่ะ” นิรินหันกลับไปที่ห้องรับรอง ก่อนหยิบรองเท้าคู่ใหม่ออกมาเปลี่ยน คราวนี้เป็นรองเท้าส้นเตี้ยสีเดียวกับชุดเธอเดินกลับมาหาเขา

“แบบนี้ได้หรือยังคะ?” อัคคีเหลือบมองรองเท้า ก่อนพยักหน้า

“ไปกัน”

นิรินเดินตามเขาไปขึ้นลิฟต์ ภายในลิฟต์มีเพียงพวกเขาสองคนบรรยากาศเงียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเครื่องปรับอากาศนิรินยืนอยู่มุมหนึ่ง ส่วนอัคคียืนอีกฝั่งแต่เธอกลับรู้สึกได้ถึงสายตาที่แอบมองมาเป็นระยะจนสุดท้ายเธอก็ทนไม่ไหว

“ท่านประธานคะ”

“ว่า?”

“คุณมองฉันทำไม?”

อัคคีหันหน้ามามองเต็ม ๆ “ผมมองตรงไหน?”

“ก็มองฉันอยู่”

“คิดไปเอง”

นิรินถอนหายใจ “ค่ะ”

เธอหันกลับไปมองประตูลิฟต์แต่คราวนี้คนที่แอบมองกลับเป็นอัคคีแทน เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันตั้งแต่เธอกลับเข้ามาในชีวิต...

ทุกอย่างที่เกี่ยวกับนิรินดูจะดึงความสนใจของเขาไปหมดแม้แต่ชุดที่เธอใส่ รองเท้าที่เธอเปลี่ยน หรือแม้กระทั่งรอยยิ้มของเธอที่มอบให้คนอื่น

โดยเฉพาะ...ผู้ชายคนนั้น หมอธันวา แค่คิดถึงชื่อก็ทำให้เขาหงุดหงิดอย่างไม่มีเหตุผล

งานเลี้ยงจัดขึ้นที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งของ JKN Group ทันทีที่รถจอดหน้าโรงแรม พนักงานก็รีบเข้ามาต้อนรับ

อัคคีลงจากรถก่อน จากนั้นจึงหันกลับไปยื่นมือให้นิรินหญิงสาวมองมือใหญ่ตรงหน้าอย่างลังเล

“ฉันลงเองได้ค่ะ”

“ผมรู้” เขาตอบเรียบ ๆ “แต่คุณเป็นเลขาผม”

นิรินไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวกันตรงไหนแต่สุดท้ายก็วางมือลงบนมือของเขาทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกัน...หัวใจของทั้งคู่กลับเต้นผิดจังหวะขึ้นพร้อมกัน นิรินรีบปล่อยมือเมื่อเท้าถึงพื้น

“ขอบคุณค่ะ”

อัคคีไม่ได้ตอบเขาเพียงเดินเข้าไปด้านในนิรินรีบตามไปภายในงานเต็มไปด้วยนักธุรกิจและผู้บริหารจากบริษัทต่าง ๆ หลายสายตาหันมามองทั้งคู่

โดยเฉพาะนิริน “เลขาคนใหม่ของท่านประธานสวยมากเลยนะครับ”

เสียงหนึ่งดังขึ้น อัคคีหันไปมองคนพูดทันทีชายหนุ่มคนนั้นหัวเราะเบา ๆ

“ผมพูดจริงครับ”

อัคคีตอบเพียง “ขอบคุณ”

แต่กลับขยับมายืนข้างนิรินมากขึ้น จนไหล่ของทั้งสองแทบชนกัน

นิรินเหลือบมองเขา “คุณทำอะไรคะ?”

“อะไร?”

“มายืนใกล้ขนาดนี้ทำไม?”

“คนเยอะ”

“แล้ว?”

“เดี๋ยวคุณหลง”

นิรินมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ “ฉันโตแล้วนะคะ”

“ผมรู้” อัคคีตอบหน้าตาย

“แต่คุณเพิ่งมาทำงานวันแรก”

เธอเถียงไม่ออก

เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงนิรินยืนคุยกับผู้บริหารฝ่ายหนึ่ง ขณะที่อัคคีกำลังสนทนากับแขกกลุ่มใหญ่ทุกอย่างกำลังเป็นไปด้วยดีจนกระทั่งโทรศัพท์ของนิรินสั่นขึ้นเธอหยิบขึ้นมาดูหน้าจอปรากฏชื่อ หมอธันวา

หญิงสาวกดรับสายทันที “ฮัลโหลค่ะหมอธันวา”

อัคคีที่ยืนอยู่ไม่ไกลหันมามองทันที

“คุณแม่เป็นยังไงบ้างคะ?” เสียงของนิรินอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

เธอฟังปลายสาย ก่อนพยักหน้า “ค่ะ ถ้าอย่างนั้นรบกวนหมอด้วยนะคะ”

“ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ”

เธอวางสายและทันทีที่เงยหน้าขึ้น...ก็พบว่าอัคคีกำลังยืนมองเธออยู่

“มีอะไรหรือเปล่าคะ?”

“ไม่มีอะไรค่ะ”

อัคคีพยักหน้า “อืม” แล้วเดินกลับไปคุยกับแขกต่อ

นิรินมองตามอย่างงุนงง อะไรของเขา?

แต่เธอไม่รู้เลยว่า...ในหัวของอัคคีตอนนี้มีเพียงคำถามเดียว

ทำไมผู้ชายคนนี้ต้องโทรหาเธอตอนกลางคืนด้วย?

และที่แย่กว่านั้น...เขาไม่ชอบเลยสักนิด

หลังงานเลี้ยงจบลงนิรินเดินออกมาหน้าโรงแรมพร้อมอัคคี

“คืนนี้ขอบคุณนะ”

เธอยิ้มบาง ๆ “งั้นฉันกลับก่อนนะคะ”

“เดี๋ยว”

นิรินหันกลับอัคคีมองเธอ “ผมไปส่ง”

“ไม่ต้องค่ะ ฉันกลับเองได้”

“ผมไม่ได้ถาม”

“แต่”

“ขึ้นรถ” น้ำเสียงนั้นทำให้นิรินถอนหายใจ

“ค่ะ” เธอเดินตามเขาไปแต่ก่อนจะขึ้นรถ โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้ง

หมอธันวา

นิรินมองหน้าจอ ก่อนกดรับ “ค่ะหมอ”

อัคคีหยุดเดินทันทีเขาหันกลับมามองเธอนิรินไม่ได้สนใจ ยังคงคุยโทรศัพท์ต่อ

“ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ รินกำลังจะกลับแล้ว”

“พรุ่งนี้เจอกันค่ะ” เธอวางสาย เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าอัคคีกำลังมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

“ขึ้นรถ” เขาพูดเสียงเย็นนิรินขึ้นรถโดยไม่พูดอะไรส่วนอัคคีเดินอ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับทันทีที่รถเคลื่อนออกจากโรงแรม...บรรยากาศภายในรถก็เงียบสนิท

จนกระทั่งอัคคีเอ่ยขึ้น “คุณกับหมอธันวา...”

นิรินหันมามอง “ทำไมคะ?”

มือของอัคคีกำพวงมาลัยแน่นขึ้นเล็กน้อย “สนิทกันมากเหรอ?”

นิรินเลิกคิ้วก่อนจะยิ้มบาง ๆ “ทำไมคะ?”

เธอจงใจถามกลับ “ท่านประธานหึงเหรอ?”

รถทั้งคันเงียบกริบอัคคีหันมามองเธอเพียงเสี้ยววินาทีก่อนหันกลับไปมองถนน

“อย่าสำคัญตัวเองผิด”

น้ำเสียงเย็นจัด “ผมแค่ถามในฐานะเจ้านาย”

นิรินหัวเราะเบา ๆ “ค่ะ”

เธอหันไปมองนอกหน้าต่าง“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของฉัน”

คำตอบนั้นทำเอาอัคคีถึงกับพูดไม่ออก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป