บทที่ 14 ที่อยู่ที่เธอไม่เคยบอก

ตอนที่ 14.ที่อยู่ที่เธอไม่เคยบอก

“คุณภพ” อัคคีหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรกลับทันที หลังจากนั่งนิ่งอยู่ในรถได้ไม่กี่วินาที

“ครับท่านประธาน”

“งั้นหาที่อยู่บ้านมาเดี๋ยวนี้”

น้ำเสียงของเขาหนักแน่นจนปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง

“หมายถึงที่อยู่ของคุณนิรินใช่ไหมครับ?”

“ใช่”

“ผมกำลังหาให้ครับ”

“ผมไม่สนว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน”

อัคคีเหลือบมองถนนตรงหน้า “ผมต้องการที่อยู่จริงของเธอ”

“ครับ” สายถูกตัดไป

อัคคีวางโทรศัพท์ลงบนเบาะข้างตัว ก่อนเอนหลังพิงเบาะอย่างหงุดหงิด เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องทำถึงขนาดนี้เธอจะไปไหน พักที่ไหน มีใครอยู่ด้วย มันเกี่ยวอะไรกับเขา?

แต่ยิ่งพยายามบอกตัวเองว่าไม่เกี่ยว...ภาพนิรินที่ขึ้นแท็กซี่หลังจากหลอกให้เขาไปส่งที่คอนโดก็ยิ่งวนกลับมาในหัว

“ทำไมต้องโกหกกันด้วยวะ...” เขาพึมพำกับตัวเอง

ไม่ถึงสิบนาที โทรศัพท์ก็ดังขึ้น คุณภพ

อัคคีกดรับทันที

“ได้ที่อยู่แล้วครับ”

“ส่งมา”

“เป็นที่อยู่ตามเอกสารสมัครงานที่คุณนิรินกรอกไว้ครับ ผมส่งเข้าเครื่องท่านประธานแล้ว”

อัคคีเปิดข้อความบนหน้าจอปรากฏที่อยู่แห่งหนึ่งเขานั่งอ่านอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนขมวดคิ้ว

“นี่มัน...”

สายตาคมไล่ไปตามรายละเอียดของที่อยู่

“ในซอย?”

“ครับ”

“แล้วทำไมในเอกสารถึงระบุว่าเป็นบ้าน ไม่ใช่คอนโด?”

“ผมก็ไม่ทราบครับ”

อัคคีไม่ได้ตอบ เขากดปิดโทรศัพท์ ก่อนสตาร์ทรถทันทีไม่นาน รถยนต์คันหรูก็เลี้ยวเข้าไปในซอยตามที่อยู่ ถนนเริ่มแคบลงเรื่อย ๆจากถนนใหญ่ที่เต็มไปด้วยแสงไฟ กลายเป็นถนนที่มีเพียงไฟส่องสว่างเป็นระยะ

อัคคีขับช้าลง สายตาคมกวาดมองบ้านแต่ละหลัง

“บ้านเลขที่ไหนวะ...” เขาพึมพำ

ขับไปอีกเล็กน้อย “ทำไมที่อยู่คือในซอยนี้...”

รถค่อย ๆ เคลื่อนผ่านบ้านหลังแล้วหลังเล่าอัคคีมองซ้ายที ขวาที

จนกระทั่ง...เขาเห็นบ้านหลังหนึ่งอยู่ลึกเข้าไปจากถนนเล็กน้อยสภาพไม่ได้หรูหราอะไร รั้วเก่ามีรอยสีหลุดลอก ประตูเหล็กขึ้นสนิมบางส่วน บริเวณหน้าบ้านมีถังขยะตั้งอยู่

อัคคีชะลอรถ

“หรือว่าจะเป็นที่นี่...” เขากำลังจะขับผ่านไป

แต่ในจังหวะนั้นเอง...ประตูรั้วก็เปิดออกหญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมาอัคคีจำเธอได้ทันที

นิริน

เธออยู่ในชุดอยู่บ้านธรรมดา เสื้อยืดแขนสั้นกับกางเกงขาสั้น ผมยาวถูกมัดรวบอย่างง่าย ๆ

ไม่มีภาพของเลขาสาวที่เพิ่งเดินเคียงข้างประธานบริษัทในงานเลี้ยงเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ในมือของเธอมีถุงขยะใบใหญ่นิรินเดินไปที่ถังขยะหน้ารั้ว ก่อนยกถุงขึ้นวาง

จากนั้นก็หันกลับมา เธอปิดประตูรั้วแล้วเดินกลับเข้าไปในบ้านอัคคีนั่งนิ่งอยู่ในรถ สายตายังคงจับจ้องบ้านหลังนั้น

เขามองบ้าน มองรั้ว แล้วมองนิรินที่กำลังเดินหายเข้าไปด้านใน

“นี่มันอะไร...”

ภาพที่เขาเคยคิดมาตลอดหลายปีผุดขึ้นมาในหัว เขาเคยคิดว่าเธอทิ้งเขาไปเพราะมีผู้ชายคนใหม่ ผู้ชายที่เธอบอกว่าดีกว่าเขา ผู้ชายที่สามารถดูแลเธอได้ ผู้ชายที่มีพร้อมทุกอย่าง แต่ตอนนี้...

ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่ากำลังใช้ชีวิตสุขสบายกับผู้ชายคนนั้น กลับมายืนถือถุงขยะอยู่หน้าบ้านเก่า ๆ ในซอยแคบ ๆ อัคคีหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

“ไหนบอกว่ามีแฟนใหม่ที่รวยมาก...”

เขามองเข้าไปในบ้านอีกครั้ง “แล้วทำไมถึงอยู่แบบนี้?”

ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามา หรือหมอธันวาไม่ได้ดูแลเธออย่างที่เขาคิด?

อัคคีขบกรามแน่น “แล้วไอ้หมอคนนั้น...”

เขาหยุดพูดไปชั่วครู่ ก่อนสบถออกมาอย่างหงุดหงิด

“แม่งให้เธออยู่แบบนี้ได้ยังไงวะ”

แต่พอพูดจบ เขาก็ชะงักคำถามนั้นทำให้เขาเองต้องย้อนกลับมามองตัวเอง

ทำไมเขาถึงคิดว่าหมอธันวาต้องดูแลนิริน?

ในเมื่อเขากับเธอเลิกกันไปนานแล้ว เธอจะอยู่กับใคร

ใช้ชีวิตแบบไหน มันก็ไม่เกี่ยวกับเขาอีกแล้ว แต่หัวใจของเขากลับไม่ยอมรับความจริงข้อนั้น อัคคีมองบ้านหลังเดิมอีกครั้งภายในบ้านมีแสงไฟสีเหลืองอ่อนส่องออกมาจากหน้าต่าง เขาเห็นเงาของนิรินเดินผ่านไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหายลับเข้าไปด้านใน

ชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่นานความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในใจมันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความหึง แต่เป็นความสงสัย...และความรู้สึกผิดที่เขาเองก็ยังไม่เข้าใจว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร

“นิริน...” เขาเรียกชื่อเธอเบา ๆ

“เธอไปอยู่ที่ไหนมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา?”

ไม่มีคำตอบ มีเพียงความเงียบของบ้านหลังนั้น อัคคีเหลือบมองนาฬิกาบนหน้าปัดรถ ดึกมากแล้วแต่เขากลับยังไม่ยอมขับรถออกไปเขายังคงนั่งอยู่ตรงนั้น...เหมือนกำลังรอคำตอบจากบ้านหลังหนึ่งที่ไม่สามารถตอบอะไรเขาได้

ก่อนจะสบถออกมาอีกครั้งด้วยความหงุดหงิด

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ...” และเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่อัคคีเริ่มไม่แน่ใจว่า... เรื่องราวในอดีตที่เขาเชื่อมาตลอดนั้น เป็นความจริงทั้งหมดจริง ๆ หรือเปล่า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป