บทที่ 2 ไม่มีเงินจ่าย

ตอนที่ 2. ไม่มีเงินจ่าย

ประตูห้องรับรองผู้บริหารถูกปิดลงพร้อมเสียง "ปัง" เบา ๆ ตัดขาดความวุ่นวายจากงานเลี้ยงด้านนอกโดยสิ้นเชิงภายในห้องตกอยู่ในความเงียบ

นิรินยืนก้มหน้าอยู่หน้าประตู มือทั้งสองกำชายกระโปรงยูนิฟอร์มแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาชายที่ยืนหันหลังให้

อัคคีปลดเนกไทออกเล็กน้อย ก่อนถอดสูทที่เปื้อนไวน์วางลงบนโซฟา เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างเย็นชา

"นี่น่ะเหรอ..." เขาค่อย ๆ หันกลับมามองเธอ ดวงตาคมเต็มไปด้วยความผิดหวังที่เก็บกดมานานหลายปี

"ชีวิตที่เธอเลือก" นิรินเม้มริมฝีปากแน่น อัคคีก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าเธอ ระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่ก้าว

"จำได้ไหม วันนั้นเธอเป็นคนบอกฉันเอง"

เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย ก่อนเอ่ยทีละคำอย่างชัดเจน

พูดจบก็นั่งลงกลางโซฟาและมองหน้าผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่ยากเกินกว่าจะคาดเดาได้

"วันนั้นเธอบอกว่า...เลิกกับฉันแล้วเธอจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้"

น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดัง แต่ทุกคำกลับบาดลึกกว่าการตะโกนใส่หน้าเธอเสียอีก ก่อนที่สายตาคมกวาดมองชุดยูนิฟอร์มพนักงานจัดเลี้ยง และเลื่อนสายตามามองมือที่หยาบกร้านจากการทำงานหนัก

"นี่คือชีวิตที่ดีของเธอ...ใช่ไหม นิริน"

คำถามนั้นทำให้หัวใจของหญิงสาวบีบรัดเธอก้มหน้าลงทันที พยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังเอ่อคลอ

"ค่ะ"

คำตอบสั้น ๆ ทำให้อัคคีนิ่งไปชั่วขณะ "ถึงจะเหนื่อย...แต่ฉันเลือกเอง" นิรินสูดหายใจลึก พยายามรักษาน้ำเสียงไม่ให้สั่น

"เพราะฉะนั้น คุณไม่ต้องสงสารฉันหรอกค่ะ"

อัคคีหัวเราะหยันเบา ๆ

"สงสาร?" เขาส่ายหน้าช้า ๆ

"เธอคิดว่าฉันเรียกเธอเข้ามาเพราะสงสารงั้นเหรอ"

ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนอีกครั้งก่อนก้าวเข้าไปอีกหนึ่งก้าว จนเธอต้องเงยหน้าขึ้นสบตาเขา

"ฉันแค่อยากรู้..." เขาเว้นจังหวะ ดวงตาคมฉายแววเจ็บปวดที่ปิดซ่อนไว้มาตลอด

"ว่าผู้หญิงที่ทิ้งฉันไป เพราะบอกว่าจะมีชีวิตที่ดีกว่า วันนี้มีความสุขกับชีวิตแบบนี้จริง ๆ หรือเปล่า"

นิรินสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนเงยหน้ามองชายตรงหน้า

"คุณต้องการอะไรกันแน่" น้ำเสียงของเธอเรียบนิ่ง แต่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้า

"ฉันไม่มีเวลาว่างที่จะมายืนคุยกับคุณทั้งวันหรอกค่ะ"

อัคคีมองเธอนิ่ง ก่อนปรายสายตาไปยังคราบไวน์ที่เปื้อนอยู่บนเสื้อเชิ้ตและสูท

"เสื้อเชิ้ตตัวนี้ห้าหมื่น" เขาใช้นิ้วแตะคราบไวน์บนหน้าอกตัวเองเบาๆ

"ส่วนรองเท้าคู่นี้..." ชายหนุ่มก้มลงมองรองเท้าหนังสีดำที่มีหยดไวน์กระเด็นเปื้อนอยู่

"สามหมื่น" เขาเงยหน้ากลับมาสบตาเธอ

"รวม ๆ แล้วก็แปดหมื่นบาท ยังไม่รวมอย่างอื่นที่เสียหายอีกน่าจะราว ๆ แสนต้น ๆ เห็นจะได้"

หัวใจของนิรินกระตุกวูบ

อัคคียกยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา "รู้ไหม...มูลค่าของของที่เธอทำเสียหายเมื่อกี้ มากกว่าค่าแรงที่เธอจะได้จากการทำงานวันนี้ทั้งวันเสียอีก ไม่สิทั้งเดือน หรือหลาย ๆ เดือนก็ไม่ได้มั้ง"

หญิงสาวกำหมัดแน่น พยายามข่มอารมณ์

"แล้วจะให้ฉันทำยังไง" เธอหัวเราะออกมาบาง ๆ อย่างสมเพชตัวเอง

"ฉันไม่มีเงินจ่ายให้คุณหรอก" ดวงตาคู่สวยสบตาเขาโดยไม่หลบ

"ในเมื่อคุณก็รู้ดีอยู่แล้วว่า ค่าแรงของฉันมันน้อยกว่าสิ่งของที่คุณใส่ทั้งตัว"

บรรยากาศภายในห้องเงียบงัน อัคคีจ้องเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเข้าไปหา

"ไม่มีเงินก็ไม่เป็นไร เอาตัวเธอเข้าแลกสิ อย่างที่เธอเคยทำ"

“อะไรนะ ไม่มีทาง !! ”

คำพูดของเขาทำให้นิรินชะงัก ชายหนุ่มลดสายตาลงมองรองเท้าหนังคู่แพงของตัวเอง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"งั้นก็ก้มลง..." เขาเขยิบปลายรองเท้าเข้ามาอยู่ตรงหน้าเธอ

"เช็ดรองเท้าให้ฉัน"

นิรินเบิกตากว้าง "อะไรนะ..."

"เช็ดให้สะอาด" อัคคีเอ่ยซ้ำอย่างไม่ทุกข์ร้อน

"ถือว่าใช้แรงงานชดใช้หนี้" เขาจ้องเธอเขม็ง ก่อนพูดต่ออย่างเฉียบขาด

"รองเท้าคู่นี้ราคาเกือบสามหมื่น"

"ถ้าเธอเช็ดมันจนฉันพอใจ..." มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ

"ฉันจะหักหนี้ให้สามหมื่นบาท"

นิรินนิ่งงันอยู่หลายวินาทีมือเรียวกำแน่นจนเล็บจิกลงบนฝ่ามือ ความภาคภูมิใจในตัวเองกำลังต่อสู้กับความจริงที่โหดร้าย

สุดท้าย...

เธอค่อย ๆ ย่อตัวลงช้า ๆ น้ำตาเม็ดหนึ่งหยดลงบนหลังมือ ก่อนที่เธอจะรีบปาดมันออกลวก ๆ ไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นความอ่อนแอของตัวเอง

นักรบยื่นมือมาบีบปลายคางของเธอเอาไว้ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงที่บาดลึกไปจนถึงขั้วหัวใจของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า

“ในเมื่อมันคือความสุขที่เธอเลือก งั้นก็ทำมันซะ”

เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋ายูนิฟอร์มออกมา ก่อนก้มลงเช็ดคราบไวน์บนรองเท้าหนังสีดำอย่างเงียบงันไม่มีคำพูดแก้ตัวเธอเพียงเช็ดและขัดจนมันขึ้นเงาตามเดิม

อัคคียืนนิ่ง มองภาพตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก คนที่เคยเป็นผู้หญิงซึ่งเขาทะนุถนอมที่สุด...คนที่ครั้งหนึ่งเขาไม่เคยปล่อยให้ทำงานหนักแม้แต่น้อย...วันนี้กลับกำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้า เพราะคำพูดของเขาเอง

หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบ เขาอยากเอื้อมมือไปดึงเธอให้ลุกขึ้นอยากบอกว่า..."พอแล้ว"

อยากกอดเธอเหมือนเมื่อสี่ปีก่อน และถามว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอใช้ชีวิตอย่างไร เหตุใดถึงปล่อยให้ตัวเองลำบากถึงขนาดนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป