บทที่ 4 ในรอบหลายปีที่เจอกัน

ตอนที่ 4.ในรอบหลายปีที่เจอกัน

เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่คนซึ่งเคยบอกตัวเองว่าไม่อยากพบเธออีกกลับเป็นฝ่ายมองหาเธอด้วยหัวใจที่เริ่มกระสับกระส่าย

หลังเลิกงาน...

ท้องฟ้ายามค่ำคืนถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟจากตึกสูง นิรินเปลี่ยนชุดยูนิฟอร์มเป็นเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ตัวเก่า ก่อนรีบขึ้นรถโดยสารประจำทางมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาล ตลอดทางเธอเอาแต่นั่งเหม่อลอย แม้ร่างกายจะอ่อนล้าจากการทำงานทั้งวัน แต่เธอไม่เคยข้ามการมาเยี่ยมคนคนหนึ่ง คนที่เป็นเหตุผลให้เธอต้องกัดฟันทำงานหนักทุกวัน

โรงพยาบาลรัฐบาลแห่งหนึ่ง

นิรินเดินตรงไปยังแผนกผู้ป่วยโรคเลือดอย่างคุ้นเคยเมื่อเปิดประตูห้องพักผู้ป่วยเข้าไป เธอก็เห็นหญิงวัยกลางคนนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดเซียวจากพิษของโรคและการรักษา สายน้ำเกลือและอุปกรณ์ทางการแพทย์รายล้อมอยู่ข้างกาย

"แม่..." เสียงเรียกเบา ๆ ทำให้หญิงคนนั้นลืมตาขึ้น ก่อนจะยิ้มอ่อนโยนทันทีที่เห็นลูกสาว

"มาแล้วเหรอลูก"

นิรินฝืนยิ้ม ทั้งที่ความเหนื่อยล้ายังปรากฏอยู่บนใบหน้าเธอเดินเข้าไปนั่งข้างเตียง จับมือผู้เป็นแม่เอาไว้แน่น

"วันนี้เป็นยังไงบ้างคะ"

"แม่สบายดี หมอบอกว่าพรุ่งนี้จะให้ยาอีกแล้ว"

หญิงวัยกลางคนลูบมือของลูกสาวเบา ๆ ก่อนสังเกตเห็นว่าดวงตาของนิรินแดงผิดปกติ

"ร้องไห้มาเหรอ"

นิรินชะงัก ก่อนรีบส่ายหน้า "เปล่าค่ะ...แค่ทำงานหนักนิดหน่อย"เธอไม่กล้าบอกเรื่องที่เกิดขึ้นในโรงแรม ไม่กล้าบอกว่าเพิ่งเจอผู้ชายที่เคยเป็นทั้งความรัก...และความทรงจำที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต

แม่ยิ้มอย่างเอ็นดู ก่อนถอนหายใจเบา ๆ

"แม่บอกแล้วไง ไม่ต้องรับงานพาร์ทไทม์หลายที่ก็ได้"

"ไม่ได้หรอกค่ะ" นิรินยิ้ม แม้ดวงตาจะเริ่มคลอไปด้วยน้ำตา

"ถ้าหนูไม่ทำ...แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่ารักษาแม่"

คำพูดนั้นทำให้ผู้เป็นแม่เงียบลงเธอรู้ดีว่าค่ารักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดของตัวเองสูงเพียงใด แม้จะมีสิทธิ์การรักษาช่วยแบ่งเบาบางส่วน แต่ยังมีค่ายา ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายอีกมากมายที่ลูกสาวต้องรับผิดชอบเพียงลำพัง

ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา...นิรินทำงานประจำในตอนกลางวันตกเย็นรับงานพาร์ทไทม์ทุกอย่างที่ทำได้ ไม่ว่าจะเป็นงานจัดเลี้ยง เสิร์ฟอาหาร จัดอีเวนต์ หรือแพ็กสินค้า เพราะเธอมีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวคือยื้อชีวิตของแม่เอาไว้ให้นานที่สุด หญิงสาวยกมือขึ้นกุมมือแม่อีกครั้ง พร้อมฝืนยิ้มอย่างเข้มแข็ง

"ไม่ต้องห่วงหนูนะคะหนูไหว" แม้ในใจของนิรินจะรู้ดีว่า...ทุกวันที่ผ่านไป เธอแทบไม่มีแรงจะยืนต่อแล้วก็ตาม

เวลาล่วงเลยเกือบสามทุ่มหลังจากพูดคุยกับแม่อยู่พักใหญ่ นิรินก็จัดผ้าห่มให้เรียบร้อย ก่อนยิ้มอ่อน ๆ

"หนูกลับก่อนนะคะ พรุ่งนี้เช้าหนูจะมาใหม่"

"กลับดี ๆ นะลูก" นิรินพยักหน้า ก่อนเดินออกจากห้องพักผู้ป่วย 

ปิดประตูเบา ๆ ไม่ให้รบกวนคนไข้ห้องข้างเคียง เธอเดินมาตามทางเดินของแผนกอายุรกรรมโรคเลือด พลางก้มดูเวลาบนโทรศัพท์

21.08 น.

"ดึกขนาดนี้แล้ว..." หญิงสาวถอนหายใจเบา ๆ พรุ่งนี้เช้าเธอยังมีนัดสัมภาษณ์งานใหม่อีก หากได้งานนั้น รายได้ของเธออาจเพียงพอที่จะไม่ต้องรับงานพาร์ทไทม์หนักเหมือนทุกวันนี้ ขณะกำลังจะเดินผ่านเคาน์เตอร์พยาบาล เสียงทุ้มนุ่มก็เรียกเธอไว้

"คุณนิริน"

เธอหันกลับไป ก่อนจะเห็นชายหนุ่มในชุดกาวน์สีขาวเดินตรงเข้ามาใบหน้าหล่อเหลาอ่อนโยน ประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่น แว่นตากรอบบางยิ่งทำให้เขาดูสุขุมและน่าเชื่อถือ

ป้ายชื่อบนอกเสื้อเขียนไว้ว่า นพ.ธันวา วัฒนกุล แพทย์อายุรกรรมโรคเลือด และเป็นแพทย์เจ้าของไข้ของแม่เธอ

"สวัสดีครับ" ธันวายกยิ้ม

"วันนี้คุณแม่อาการค่อนข้างคงที่ ผลเลือดก็ดีขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อนนิดหน่อย"

คำพูดนั้นทำให้นิรินยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ

"จริงเหรอคะ"

"ครับ"

หมอหนุ่มพยักหน้า "ถึงจะยังต้องรักษาต่อ แต่ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี"

นิรินยกมือไหว้เขาทันที "ขอบคุณมากนะคะคุณหมอ"

ธันวารีบยกมือห้าม "ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับ ผมแค่ทำหน้าที่"

เขามองหญิงสาวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสังเกตเห็นสีหน้าที่อิดโรยและดวงตาแดงช้ำ

"คุณดูเหนื่อยมาก"

นิรินยิ้มเจื่อน ๆ "นิดหน่อยค่ะ"

"กลับยังไงครับ"

"รถเมล์ค่ะ"

ธันวาขมวดคิ้วเล็กน้อย "ตอนนี้สามทุ่มกว่าแล้วนะครับ"

เขาหยิบกุญแจรถขึ้นมา "เดี๋ยวผมไปส่ง"

นิรินรีบโบกมือ "ไม่เป็นไรค่ะ เกรงใจ"

"ไม่ต้องเกรงใจหรอก" ธันวาหัวเราะเบา ๆ

"ผมกำลังจะกลับพอดี"

"แต่..."

"ดึกแล้ว" น้ำเสียงของเขายังคงอ่อนโยน

"ผมไม่สบายใจถ้าปล่อยให้ญาติคนไข้กลับคนเดียว"

นิรินยังลังเล เธอไม่อยากรบกวนใคร โดยเฉพาะคนที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งวันเหมือนกันแต่เมื่อมองออกไปนอกกระจก...ท้องฟ้ามืดสนิทรถโดยสารก็เริ่มน้อยลงทุกที เธอนึกถึงนัดสัมภาษณ์งานในเช้าวันรุ่งขึ้น หากกลับบ้านดึกเกินไป ร่างกายคงยิ่งอ่อนล้าสุดท้ายหญิงสาวจึงยอมพยักหน้าช้า ๆ

"ก็ได้ค่ะ"

"แต่รบกวนคุณหมอแค่ครั้งนี้นะคะ"

ธันวายิ้มกว้างขึ้นอย่างอบอุ่น "ยินดีครับ"

เขาเดินนำไปยังลานจอดรถ ก่อนเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้เธออย่างสุภาพนิรินยิ้มบาง ๆ พร้อมเอ่ยคำขอบคุณอีกครั้งแม้จะเป็นเพียงการกระทำเล็ก ๆ แต่ความอ่อนโยนของผู้ชายคนนี้ กลับแตกต่างจากความเย็นชาของใครอีกคนอย่างสิ้นเชิง

❤️❤️❤️

1 comment เท่ากับ 1 กำลังใจนะคะสามารถไปดูคลิปของน้องนิริน ได้ที่หน้าเฟซได้เลยค่ะ

หน้าเพจ นามปากกา แอดมินตัวกลม

ภาพปกเป็นภาพของนิยายเรื่องนี้เลยนะคะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป