บทที่ 6 สัมภาษณ์งานด้วยตัวเอง
ตอนที่ 6. สัมภาษณ์งานด้วยตัวเอง
เสียงพูดคุยเบา ๆ ดังขึ้นทั่วหน้าห้องสัมภาษณ์งานของบริษัท JKN Group ผู้สมัครหลายสิบคนนั่งเรียงรายอยู่บนเก้าอี้ด้วยสีหน้ากดดัน บางคนกอดแฟ้มเอกสารแน่น บางคนเอาแต่เปิดอ่านประวัติของตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ตำแหน่งที่ทุกคนกำลังรอคอยคือ...
เลขานุการส่วนตัวของท่านประธานบริษัท ตำแหน่งที่ขึ้นชื่อว่าเข้ายากที่สุดในบริษัท และเงินดีที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากคุณสมบัติจะต้องครบแล้ว ยังมีข่าวลือออกมาว่า ครั้งนี้ท่านประธานจะเป็นคนสัมภาษณ์ด้วยตัวเอง
“ได้ยินมาว่าคนก่อนหน้าเข้าไปไม่ถึงห้านาทีเองนะ”
“จริงเหรอ? โห... แสดงว่าประธานเข้มมาก”
“ก็เขาเป็นถึงอัคคีไง คนที่ทำให้ JKN Group ขึ้นมาอยู่ระดับประเทศได้” เสียงกระซิบดังขึ้นเป็นระยะ นิรินนั่งเงียบอยู่มุมหนึ่ง มือเรียวกำแฟ้มเอกสารเอาไว้แน่น แม้ภายนอกเธอจะดูสงบนิ่ง แต่ภายในหัวใจกำลังเต้นแรง เธอแทบไม่ได้ยินด้วยซ้ำว่าคนข้าง ๆ ที่พูดถึงเมื่อกี้นี้คือใคร
เธอไม่ได้มาที่นี่เพราะอยากแข่งขันกับใคร เธอแค่ต้องการงานที่มั่นคง...หลังจากผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมา เธอไม่มีสิทธิ์เลือกมากนัก
“คุณนิริน เชิญเข้าห้องสัมภาษณ์ค่ะ” เสียงเรียกทำให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้น
“ค่ะ” เธอลุกขึ้น ก่อนเดินตรงไปยังห้องสัมภาษณ์ด้วยความมั่นใจที่พยายามสร้างขึ้นมา ทันทีที่ประตูเปิดออก ภายในห้องกว้างเงียบสนิท ด้านหน้ามีชายคนหนึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน โดยหันหลังให้เธอ นิรินมองเห็นเพียงแผ่นหลังกว้างในชุดสูทสีเข้มข้าง ๆ กันมีชายอีกคนยืนอยู่ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเลขาหรือคนสนิทของประธานบริษัท
“เชิญนั่งครับ คุณนิริน” ชายคนนั้นเปิดแฟ้มประวัติของเธอ
“ประสบการณ์ทำงานของคุณค่อนข้างหลากหลาย... ทั้งด้านเอกสาร การจัดการ และการประสานงาน”
“ค่ะ ฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้สามารถนำมาปรับใช้กับตำแหน่งเลขานุการได้ค่ะ”
นิรินตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ คำถามต่าง ๆ ถูกยิงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การจัดตารางงาน ความกดดันในการทำงาน รวมถึงการรับมือกับเจ้านายที่มีบุคลิกเข้มงวด
เธอตอบทุกคำถามอย่างดีที่สุดจนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง
ชายคนนั้นปิดแฟ้มลง “คุณนิริน คุณผ่านการสัมภาษณ์ครับ”
หญิงสาวถอนหายใจออกมาเบา ๆ “ขอบคุณค่ะ”
“นี่คือสัญญาจ้างงาน กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนเซ็นครับ”
นิรินรับเอกสารมาอ่านอย่างละเอียด
ตำแหน่ง...
เลขานุการส่วนตัวของประธานบริษัท
เงินเดือน...
สวัสดิการ...
ทุกอย่างตรงตามที่ตกลงไว้
เธอหยิบปากกาขึ้นมา ก่อนจรดลายเซ็นลงบนกระดาษ
ทันทีที่ปลายปากกาหยุดลง เสียงของชายที่นั่งหันหลังมาตลอดก็ดังขึ้น
“เซ็นเรียบร้อยแล้วสินะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำ...น้ำเสียงที่เธอไม่มีวันลืมนิรินชะงักหัวใจเหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะชายคนนั้นค่อย ๆ หมุนเก้าอี้กลับมา
และวินาทีนั้น...ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างใบหน้าคมคายที่เคยอยู่ในความทรงจำผู้ชายที่เธอเคยรัก...ผู้ชายที่เธอคิดว่าจะไม่มีวันได้เจอกันอีกกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าเธอ
“อัคคี...” เสียงเรียกชื่อเขาหลุดออกมาอย่างแผ่วเบาอัคคีมองเธอนิ่งๆ สีหน้าไม่ได้แสดงความรู้สึกใดต่างจากนิรินที่กำลังสับสน
เพราะเธอเพิ่งรู้ว่า...งานใหม่ที่เธอคิดว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่กลับกลายเป็นการกลับมาอยู่ใต้คำสั่งของผู้ชายที่เธอพยายามลืมมาตลอดหลายปี
อัคคีเอนหลังพิงเก้าอี้ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
“ยินดีต้อนรับสู่ JKN Group” เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนมองเธอตรง ๆ
“นิรินตั้งแต่วันนี้... คุณคือเลขาของผม”
นิรินนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น ความรู้สึกมากมายตีกันอยู่ภายในอก
ทั้งตกใจ ทั้งสับสน และไม่อยากเชื่อว่าคนที่เธอพยายามหลีกหนีมาตลอด จะกลับมายืนอยู่ตรงหน้าเธอในฐานะเจ้านาย
“ไม่ค่ะ”
คำปฏิเสธดังออกมาอย่างรวดเร็ว อัคคีเลิกคิ้วเล็กน้อย มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่แสดงอารมณ์
“อะไรนะ?”
นิรินกำมือแน่น พยายามควบคุมความสั่นไหวของตัวเอง
“ฉันไม่ทำงานนี้แล้วค่ะ”
เธอวางปากกาลงบนโต๊ะ ก่อนเลื่อนเอกสารกลับไป
“คุณหาคนใหม่เถอะค่ะ”
คำพูดของเธอทำให้เลขาคนสนิทของอัคคีมองหน้ากันอย่างตกใจเพราะตั้งแต่ทำงานกับอัคคีมา ไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวของเขาหลังจากผ่านการคัดเลือกแต่อัคคีกลับไม่ได้โกรธเขาเพียงมองเธอนิ่ง ๆ
“ได้” คำตอบสั้น ๆ ทำให้นิรินชะงักไปเล็กน้อยเธอคิดว่าเขาจะต่อว่า จะถามเหตุผล หรือพยายามรั้งเธอไว้
แต่ไม่...เขากลับยอมง่ายเกินไป
“งั้นฉันขอตัวนะคะ” นิรินกำลังจะหมุนตัวเดินออกไป
“แต่ก่อนออกไป...” เสียงเรียบเย็นของอัคคีดังขึ้น ทำให้เธอหยุดฝีเท้า
“อ่านสัญญาให้ดี”
นิรินหันกลับไปมอง “อะไรนะคะ?”
อัคคีหยิบเอกสารขึ้นมา ก่อนเปิดไปยังหน้าสุดท้าย
“ในสัญญาระบุไว้ชัดเจน หลังจากผู้สมัครเซ็นยืนยันเข้าทำงานแล้ว หากยกเลิกโดยไม่มีเหตุผลตามเงื่อนไข จะมีค่าปรับตามจำนวนที่กำหนด”
หัวใจของนิรินกระตุก “ค่าปรับ?”
เธอรีบเดินกลับไปหยิบเอกสารขึ้นมาเปิดอ่านอีกครั้งดวงตาคู่สวยไล่อ่านตัวหนังสืออย่างรวดเร็วและเมื่อเห็นข้อความนั้น...ใบหน้าของเธอก็ค่อย ๆ ซีดลงเพราะมันมีอยู่จริง
เงื่อนไขการยกเลิกสัญญาหลังการเซ็นรับตำแหน่งพร้อมจำนวนเงินค่าปรับที่ไม่ใช่น้อย ๆ สำหรับคนที่ต้องทำงานหาเงินทุกบาททุกสตางค์อย่างเธอ...
มันเป็นจำนวนที่หนักเกินไป “นี่มัน...”
นิรินเม้มริมฝีปาก เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกบีบให้จนมุมอัคคีมองสีหน้าของเธอ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“คุณเป็นคนเซ็นเอง” คำพูดนั้นแทงเข้ากลางใจเพราะมันเป็นความจริงเธอรีบร้อนเกินเพราะเธออยากได้งานจนไม่ได้ตรวจสอบ
🔥🔥🔥🔥
หนึ่งคอมเม้นเท่ากับ 1 กำลังใจนะคะ
