บทที่ 7 ประชุมแรก

ตอนที่ 10.ประชุมแรก

ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นห้องประชุม อัคคีเดินนำออกไปด้วยท่าทีสุขุม ขณะที่นิรินรีบก้าวตามหลัง มือหนึ่งถือแฟ้มเอกสาร

 อีกมือกำแท็บเล็ตแน่น นี่เป็นการประชุมครั้งแรกของเธอในฐานะเลขาส่วนตัวของประธานบริษัท

และแน่นอน...มันต้องเป็นการประชุมที่กดดันที่สุดในชีวิตด้วยทันทีที่ประตูห้องประชุมเปิดออก ผู้บริหารหลายคนที่นั่งอยู่ด้านในต่างลุกขึ้นยืน

“สวัสดีครับท่านประธาน”

“สวัสดีค่ะท่านประธาน”

อัคคีพยักหน้าเพียงเล็กน้อย ก่อนเดินไปนั่งตรงตำแหน่งประธาน

นิรินนั่งลงด้านข้างและเปิดแท็บเล็ตเตรียมจดรายละเอียด

การประชุมเริ่มขึ้นทันที

“ไตรมาสนี้ยอดจองห้องพักของโรงแรมในเครือเพิ่มขึ้นสิบสองเปอร์เซ็นต์ครับ แต่ต้นทุนการบริหารเพิ่มขึ้นเกือบแปดเปอร์เซ็นต์”

ผู้บริหารฝ่ายการเงินรายงานอัคคีเปิดเอกสารขึ้นดู

“เพราะอะไร?”

“ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรครับ”

“ลดตรงไหนได้บ้าง?”

“ถ้าลดจำนวนพนักงานลง...”

อัคคีเงยหน้าขึ้นทันที “ผมไม่ได้ถามว่าจะลดคนตรงไหน”

ทั้งห้องเงียบกริบ “ผมถามว่าต้นทุนส่วนไหนไม่จำเป็น”

น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดัง แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกกดดันมากกว่าเดิม

นิรินก้มหน้าจดทุกคำ นี่สินะ...อัคคีในฐานะประธานบริษัทเขาแตกต่างจากผู้ชายที่เธอเคยรู้จักมาก

เมื่อก่อนเขาอาจจะเป็นผู้ชายที่เธอเคยหัวเราะด้วย เคยเดินเล่นด้วย และเคยจับมือกันแต่ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอในวันนี้...คือผู้บริหารที่สามารถควบคุมทั้งห้องประชุมได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยค

“คุณนิริน” เสียงเรียกทำให้เธอเงยหน้าขึ้นทันที

“คะ?”

“รายงานยอดจองโรงแรมสาขาภูเก็ตของเดือนที่แล้ว”

เธอเปิดข้อมูลทันที

“ยอดจองอยู่ที่แปดสิบเจ็ดเปอร์เซ็นต์ค่ะ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนประมาณห้าเปอร์เซ็นต์”

อัคคีมองเธอ “แน่ใจ?”

“ค่ะ”

“ตัวเลขมาจากไหน?”

“รายงานประจำเดือนของฝ่ายบริหารโรงแรมค่ะ ฉันตรวจสอบข้อมูลเมื่อเช้าก่อนเข้าประชุม”

คำตอบของเธอทำให้ผู้บริหารหลายคนหันมามอง

อัคคีพยักหน้า “ดี”

เพียงคำเดียว...แต่กลับทำให้หัวใจของนิรินเต้นผิดจังหวะอย่างประหลาดเธอรีบก้มหน้าลง จะตื่นเต้นทำไมเนี่ย เขาแค่ชมเรื่องงานไม่ใช่เรื่องอื่นเสียหน่อย

การประชุมดำเนินต่อไปอีกเกือบหนึ่งชั่วโมงและในที่สุด...

“พอแค่นี้” อัคคีปิดแฟ้ม

ทุกคนลุกขึ้นพร้อมกัน “ขอบคุณครับท่านประธาน”

นิรินรีบเก็บเอกสาร ก่อนเดินตามอัคคีออกจากห้องแต่เพิ่งเดินออกมาได้ไม่กี่ก้าว...

“คุณนิริน”

เธอหยุด

“คะ?”

“ตามผมมา”

“ค่ะ”

อัคคีเดินเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว นิรินเดินตามเข้าไปแล้วปิดประตู

“มีอะไรหรือคะ?”

เขาวางแฟ้มลงบนโต๊ะ “การประชุมเมื่อกี้ คุณทำได้ดี”

เธอชะงักนี่เป็นครั้งที่สองในวันเดียวที่เขาชมเธอ

“ขอบคุณค่ะ”

“แต่มีอย่างหนึ่งที่ต้องแก้”

นิรินเตรียมใจทันที “อะไรคะ?”

“เวลาผมถาม คุณไม่จำเป็นต้องก้มหน้าหลบสายตา”

เธอเงยหน้าขึ้น “ฉันไม่ได้หลบค่ะ”

“งั้นมองผม”

นิรินชะงัก อัคคีมองเธอนิ่ง ๆ เธอฝืนสบตาเขาแต่เพียงไม่กี่วินาที...

หัวใจของเธอก็เริ่มเต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล เพราะสายตาคู่นั้นเหมือนเมื่อหลายปีก่อนเหลือเกิน เหมือนผู้ชายคนเดิมที่เคยทำให้เธอรู้สึกว่าโลกทั้งใบมีเพียงพวกเขาสองคน

“เห็นไหมคะ” นิรินเป็นฝ่ายพูดก่อน

“ฉันมองแล้วค่ะ”

อัคคียังคงมองเธอ “ดี”

เขาเว้นช่วง “เพราะต่อจากนี้ คุณต้องอยู่ข้างผมตลอดเวลา”

หัวใจของนิรินกระตุก “หมายความว่าอะไรคะ?”

“คุณเป็นเลขาผม” เขาตอบอย่างเป็นธรรมชาติ

“เวลาผมประชุม คุณต้องอยู่ด้วย เวลาผมเดินทาง คุณต้องจัดการตาราง เวลาผมมีนัด คุณต้องรู้ทุกอย่าง”

นิรินพยักหน้า “เข้าใจแล้วค่ะ”

“และคืนนี้...” เขาหยุดพูด

นิรินมองเขา “คืนนี้อะไรคะ?”

“คุณต้องไปงานเลี้ยงกับผม”

“คืนนี้?”

“ใช่” อัคคีเปิดตารางงานบนโต๊ะ

“งานเลี้ยงผู้บริหารโรงแรมในเครือ”

นิรินนิ่งไป “ฉันต้องไปด้วยเหรอคะ?”

“หน้าที่เลขา”

“แต่นี่เป็นวันแรกของฉันนะคะ”

“ผมรู้”

“แล้วคุณยังให้ฉันไปงานกลางคืนอีก?”

อัคคีเงยหน้ามอง “มีปัญหา?”

นิรินสูดหายใจลึก “ไม่มีค่ะ”

“ดี” เขาก้มลงเซ็นเอกสารต่อ

“เลิกงานหกโมง เตรียมตัวให้เรียบร้อย”

นิรินกำลังจะเดินออกไป แต่จู่ ๆ อัคคีก็พูดขึ้นอีกครั้ง

“แล้วอย่าใส่ชุดทำงานไป”

เธอหันกลับมา “คะ?”

อัคคีเงยหน้าขึ้นมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า

“งานเลี้ยง” เขาพูดสั้น ๆ

“แต่งตัวให้เหมาะสม” นิรินก้มมองเสื้อเชิ้ตกับกระโปรงทำงานของตัวเอง ก่อนพยักหน้า

“เข้าใจแล้วค่ะ”

เธอเดินออกจากห้องไปแต่พอประตูปิดลง...อัคคีกลับวางปากกาลงสายตาคมยังคงจับจ้องไปยังประตูบานนั้น ภาพนิรินในชุดทำงานเมื่อครู่ยังติดอยู่ในหัวเขาขมวดคิ้วกับตัวเอง

นี่เขากำลังคิดอะไรอยู่?

แค่เลขา...ก็แค่เลขาเท่านั้นแต่ไม่รู้ทำไม...เขาถึงเริ่มอยากรู้แล้วว่าถ้านิรินเปลี่ยนจากชุดทำงานธรรมดาเป็นชุดออกงาน...เธอจะสวยแค่ไหน

หลังจากประชุมเสร็จ นิรินกลับมานั่งประจำโต๊ะของตัวเองและเริ่มจัดการเอกสารที่กองอยู่ตรงหน้าแต่ยังไม่ทันได้ทำงานต่อเธอก็นึกขึ้นมาได้ว่าต้องโทรหาหมอธันวา แต่เมื่อกดโทรออกกลับไม่มีคนรับสาย

“สงสัยคงไม่ว่าง” เธอบ่นกับตัวเองก่อนจะทำงานต่อ ไม่นานโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าก็ดังขึ้น หญิงสาวหยิบออกมาดู ก่อนจะกดรับสายทันที

“ฮัลโหลค่ะหมอธันวา” ปลายสายเป็นเสียงทุ้มอบอุ่นของชายหนุ่ม

“ว่าไงริน โทรมาหาผมมีอะไรหรือเปล่า?” นิรินเหลือบมองประตูห้องทำงานของอัคคี ก่อนลดเสียงลงเล็กน้อย

“รินรบกวนหมออีกแล้วค่ะ”

“เรื่องคุณแม่เหรอ?”

“ค่ะ” น้ำเสียงของเธออ่อนลงทันที

“วันนี้หมอช่วยดูอาการคุณแม่ให้รินหน่อยได้ไหมคะ? รินต้องทำงานจนเย็น แล้วคืนนี้...” เธอหยุดไปครู่หนึ่ง

“คืนนี้?” หมอธันวาถามอย่างเป็นห่วง

“มีอะไรหรือเปล่า?”

นิรินถอนหายใจเบา ๆ “รินต้องไปงานเลี้ยงกับท่านประธานค่ะ”

“ต้องไปด้วยเหรอ?”

“ค่ะ เป็นงานของบริษัท”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนหมอธันวาจะถาม “แล้วคุณมีชุดไปงานหรือยัง?”

คำถามนั้นทำให้นิรินเงียบ “เอ่อ...”

“ริน?”

“คือ...” เธอเหลือบมองเสื้อผ้าที่ตัวเองใส่ ก่อนพูดอย่างอ้ำอึ้ง

“ริน...ไม่มีชุดไปงานค่ะ”

หมอธันวาหัวเราะเบา ๆ “ผมก็นึกว่าเรื่องอะไร”

“รินไม่คิดว่าจะต้องไปตั้งแต่วันนี้นี่คะ”

“ไม่เป็นไร”

“คะ?”

“เดี๋ยวหลังเลิกงานผมเอาชุดไปให้ที่บริษัท”

นิรินรีบปฏิเสธ “ไม่ต้องก็ได้ค่ะ รินเกรงใจ”

“เกรงใจอะไร”

“มันรบกวนหมอเปล่า ๆ”

“ริน” เสียงของหมอธันวานุ่มลง

“คุณช่วยผมมาตั้งหลายครั้ง เรื่องแค่นี้ผมช่วยไม่ได้หรือไง?”

นิรินเผลอยิ้มออกมา “ก็ได้ค่ะ...ขอบคุณนะคะ”

“ตกลงตามนั้น ผมจะเอาไปให้ช่วงเย็น”

“ค่ะ แล้วเรื่องคุณแม่...”

“ไม่ต้องห่วง ผมจะเข้าไปดูให้เอง”

“ขอบคุณมากนะคะหมอธันวา”

“ตั้งใจทำงานเถอะ”

“ค่ะ”

สายถูกตัดไป

นิรินวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ก่อนถอนหายใจด้วยความโล่งอก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป