บทที่ 11 11
“โอเคครับ คือว่าเพื่อนพี่ที่เชียงใหม่ เขาล้มในห้องน้ำ ทำให้ต้องคลอดก่อนกำหนด พี่เป็นห่วงเลยต้องขับไปเยี่ยมเขาที่เชียงใหม่”
“ตายจริง! แล้วเพื่อนพี่ณัฐเป็นอย่างไรบ้างคะ ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูกหรือเปล่า” หญิงสาวยังมีแก่ใจเอ่ยถามออกมาด้วยความเป็นห่วง ตามประสาคนขี้ใจอ่อน ห่วงใยเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
“ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูกครับ” ชายหนุ่มกล่าวยิ้มๆ ที่เห็นเธอยอมพูดด้วยดีๆ ไม่แสดงอาการปั้นปึ่งออกมา
“ค่อยโล่งอกหน่อยค่ะ แต่ถ้าพี่ณัฐติดธุระด่วน ก็น่าจะบอกธิดาตั้งแต่แรก เลื่อนนัดเป็นวันอื่นก็ได้นี่คะ” กวินธิดาอดที่จะตำหนิพ่อเลี้ยงหนุ่มไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ติดใจเอาความอะไร
“พี่ขอโทษ ต่อไปพี่จะไม่ทำอีกแล้ว พี่ณัฐให้สัญญา” ชายหนุ่มชูสองนิ้วขึ้นมาให้คำมั่นสัญญากับคนแสนงอน
“ครั้งนี้ธิดายอมยกโทษให้ เพราะมีเหตุผลเพียงพอ แต่คราวต่อไป ธิดาไม่ยอมจริงๆ ด้วย” หญิงสาวกล่าวคาดโทษออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง แต่ภายในใจกลับร้องบอกว่า แม้ชายหนุ่มจะทำผิดสักร้อยครั้ง เธอก็ไม่สามารถทำใจโกรธเขาลงได้ อย่างมากก็แค่งอนเพียงไม่กี่วัน พอเขามาง้องอนพูดจาอ่อนหวานเข้าหน่อย ก็ใจอ่อนยวบ ยอมให้อภัยเขาดั่งเดิม ก็คนมันรัก จะให้ทำอย่างไรได้ หญิงสาวได้แต่คร่ำครวญอยู่ในใจ
“วันนี้ออกไปทานข้าวกับพี่นะครับ พี่อยากชดเชยเรื่องคราวนั้น” นัยน์ตาคมจ้องดวงหน้าหวาน อย่างไม่ละสายตา ยิ่งมองยิ่งสวยกว่าทุกๆ ครั้งที่เจอกัน
“เอ่อ...คือว่า” หญิงสาวหลุบตาต่ำลงด้วยความเขินอาย กับการกระทำที่แสนอ่อนโยนของพ่อเลี้ยงหนุ่ม
“ว่าไงครับคนดี” ปลายนิ้วเรียวแกร่งเชยปลายคางมนขึ้นมาสบสายตา ทำไมน้องน้อยของเขา ช่างขี้อายซะเหลือเกิน น่ารักน่าใคร่ไปซะทุกอย่าง เลือดในกายเริ่มร้อนระอุขึ้นมา
“คงไม่ได้หรอกค่ะ ธิดาพาเพื่อนมาด้วย ทิ้งเขาอยู่บ้านน่าเกลียดตายเลยค่ะ” หญิงสาวกล่าวปัดปฏิเสธ ด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม
“ก็ชวนเขาไปด้วยสิครับ ไม่เห็นจะยากเลย”
“ได้เหรอคะ พี่ณัฐให้เพื่อนธิดาได้ด้วยได้ใช่มั้ยคะ” หญิงสาวเอ่ยถาม พร้อมเขย่าแขนด้วยความดีใจ
“ได้สิครับ จะพาเพื่อนไปกี่คนก็ได้” พ่อเลี้ยงหนุ่มกล่าวยิ้มๆ กับท่าทางดีใจเกินเหตุของเธอ
“งั้นธิดาขอตัวไปบอกนนท์ก่อนนะคะ” หญิงสาวพูดจบ รีบวิ่งขึ้นห้องไปชั้นบนอย่างร่าเริง จนเขาต้องส่ายหน้าให้ด้วยความเอ็นดู
ช่วงค่ำพ่อเลี้ยงณัฐวุฒิ ขับรถมาจอดรอรับกวินธิดากับเพื่อน ที่หน้าบ้าน เห็นหญิงสาวกำลังเดินลงมา ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มกระจายเต็มหน้า จนเขาไม่อยากละสายตาจากดวงหน้าหวานสักวินาทีเดียว ยิ่งหญิงสาวอยู่ในชุดเดรสสั้นสีฟ้าอ่อน คล้องคอ ช่างดูน่ารักน่าทะนุถนอมซะเหลือเกิน ทำไมเขาถึงได้ตาบอด มองข้ามเธอไปได้ตั้งหลายปี สองสายตาสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว ราวกับตกอยู่ในภวังค์มนตร์สะกดชั่วขณะ แต่เสียงกระแอมของใครคนหนึ่งดังสอดแทรกขึ้นมา ทำเอาทั้งคู่ยิ้มให้กันแบบเก้อๆ ด้วยความเขินอาย
“อะไรติดคอนนท์” กวินธิดาหันมาถามเพื่อนรักด้วยความสงสัย
“เปล๊า! ว่าแต่พ่อเลี้ยงณัฐนี่หล่อ จนน่าฟัดจริงๆ” นนทิวัฒน์ก้มลงพูดหยอกเย้าเพื่อนรักเล่นๆ แต่ภาพความสนิทสนมของทั้งคู่นั้น กลับทำให้พ่อเลี้ยงหนุ่มรู้สึกขุ่นเคืองใจเป็นอย่างมาก แทบอยากจะเดินเข้าไปแทรกกลางทั้งคู่ยิ่งนัก
“ห้ามยุ่งกับพี่ณัฐ” กวินธิดากัดฟันพูดกับเพื่อนรักเบาๆ เพราะกลัวชายหนุ่มในดวงใจจะได้ยินเสียก่อน
“ฮึ ! แค่นี้ทำเป็นหวง งานนี้เพื่อนก็เพื่อนเถอะ ใครดีใครได้นะจ๊ะ” นนทิวัฒน์แกล้งพูดยั่วคนหวงก้าง อย่างสนุกสนาน
“งั้นฉันจะโทรไปฟ้องคุณป้า ว่าแกหนีมากบดานอยู่ที่นี่” กวินธิดาเริ่มหาจุดอ่อน มาเล่นงานเพื่อนรักจนได้ ทำเอานนทิวัฒน์ยอมจำนน
“โอเคไม่ยุ่งก็ได้ ชิ” นนทิวัฒน์แยกเขี้ยวใส่เพื่อนรัก ด้วยความเจ็บใจ
“เอ่อ...พี่ณัฐคะ นี่นนท์เพื่อนรักธิดาเองค่ะ” หญิงสาวมีหน้าที่กล่าวแนะนำให้สองหนุ่มได้รู้จักกัน
“ยินดีที่ได้รู้จักฮะ พ่อเลี้ยง” นนทิวัฒน์พยายามทำเสียงห้าวออกมา พร้อมยื่นมือไปสัมผัสกับพ่อเลี้ยงหนุ่ม แต่ถูกกวินธิดาปัดมือทิ้งอย่างหวงแหน
“เช่นกันครับคุณนนท์” พ่อเลี้ยงหนุ่มกล่าวทักทายเสียงเรียบ แต่ภายใจกลับร้อนรุ่ม สงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นอย่างมาก
“รีบไปกันเถอะค่ะพี่ณัฐ” กวินธิดาหันมาพูดกับพ่อเลี้ยงหนุ่ม ที่ยืนทำหน้าเครียดอยู่ข้างๆ
“เอ่อ...เชิญครับ” พ่อเลี้ยงณัฐวุฒิเดินไปเปิดประตูให้กวินธิดานั่งคู่กับเขาด้านหน้าเสร็จสรรพ
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวกล่าวขอบคุณเบาๆ ก่อนก้าวเท้าขึ้นไปนั่งเบาะหน้าคู่คนขับรถสุดหล่อ โดยไม่เห็นเพื่อนรักที่นั่งเบาะหลัง เบ้ปากให้ด้วยความหมั่นไส้
กวินธิดารู้สึกแปลกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย เมื่อเห็นพ่อเลี้ยงณัฐวุฒิขับรถพามาทานอาหารที่ร้านเดิม ร้านที่เขาปล่อยให้เธอเป็นแม่สายบัวรอเก้อ
“เอ๊ะ ทำไมถึงได้เลือกร้านเดิมล่ะคะ” หญิงสาวหันไปถามพ่อเลี้ยงหนุ่ม ด้วยความสงสัย
“เป็นร้านของศิวิมลเพื่อนของพี่เอง ธิดาคงจำได้นะ”
“ฮึ! ร้านแฟนเก่านั่นเอง ได้ข่าวว่าแต่งงานไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยสุ้มเสียงที่ไม่ค่อยจะพอใจนัก
“ใช่ แต่พึ่งหย่ากับสามีที่อังกฤษ เลยกลับมาทำร้านอาหารไทยที่นี่” พ่อเลี้ยงหนุ่มหันมาอธิบายให้หญิงสาวฟังคร่าวๆ ตามที่ศิวิมลบอกกล่าว ตอนที่แวะไปหาเขาที่บ้านไร่เมื่อเดือนก่อน แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนักหนา
“ค่ะ” หญิงสาวตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ แต่ก็หวังว่าชายหนุ่มคงไม่หวนคืนกลับไปขอคืนดีกับแฟนเก่าอย่างศิวิมลอีกก็แล้วกัน
“เข้าไปด้านในกันเถอะ พี่โทรมาจองโต๊ะไว้แล้ว เชิญครับคุณนนท์” พ่อเลี้ยงณัฐวุฒิหันมาเชื้อเชิญแขกหนุ่มของกวินธิดาเข้าไปในร้านพร้อมกัน
“ฮะ พ่อเลี้ยง”นนทิวัฒน์ส่งตาหวานให้พ่อเลี้ยงหนุ่ม จนกวินธิดาหันมาส่งตาเขียวปั้ดอย่างหวงๆ
“ไฮที่รัก ศิดีใจที่เจอคุณ” ศิวิมลโผเข้ากอดอดีตคนรักด้วยความดีใจ จนออกนอกหน้า
“เอ่อ...ศิปล่อยผมก่อน” พ่อเลี้ยงหนุ่มพยายามแกะมือกาวของแม่หม้ายสาว ออกจากลำคอด้วยความอาย จนใบหน้าแดงเถือก
“ก็ศิดีใจนี่คะ ว่าแต่คุณพาใครมาคะเนี่ย หน้าตาคุ้นๆ” ศิวิมลมองหญิงสาวข้างกายอดีตคนรัก ด้วยความริษยาในความสวยหวาน จนเธอดูแก่ไปถนัดตา
“ธิดา กวินธิดาคุณคงจำได้”
“อ๋อๆ เด็กกะโปโล ที่ตามคุณต้อยๆ เวลาเราไปเที่ยวกันนี่เอง” คำพูดที่ดูถูกเหยียดหยาม ทำให้กวินธิดาต้องเม้มปากไว้แน่น พยายามสะกดกลั้นอารมณ์โกรธไว้ ไม่ให้แสดงอาการออกมา
