บทที่ 2 2
“ตาณัฐไม่ต้องพูด เดี๋ยวอาจัดการเอง โตแล้วไม่ใช่เด็กๆ ได้ยินที่พ่อพูดมั้ยกวินธิดา” พ่อเลี้ยงฉัตรชลเรียกบุตรสาวเสียงเข้มอีกครั้ง
“ได้ยินแล้วค่ะ” หญิงสาวทำหน้างอเง้ามานั่งลงข้างๆ บิดา
“ได้ยินแล้วก็ขอโทษพี่เขาซะ”
“ขอโทษค่ะ” หญิงสาวยกมือขึ้นไหว้ขอโทษพ่อเลี้ยงหนุ่มอย่างจำใจ
“ดีมากยัยหนู ต่อไปอย่าแสดงกิริยาแบบนี้กับพี่เขาอีก เชิญคุยกันตามสบายนะตาณัฐ เดี๋ยวอาขอตัวเข้าไปดูงานในไร่สักหน่อย”
“ครับคุณอา”
“ธิดา” พ่อเลี้ยงณัฐวุฒิย้ายมานั่งลงข้างๆ คนตัวเล็ก ที่นั่งหน้าเชิด ไม่ยอมหันหน้ามามองเขาเลยสักนิด
“คุยกับพี่หน่อยสิครับ โกรธพี่เรื่องอะไร หืม” ชายหนุ่มพูดพร้อมชะโงกหน้าเข้ามาถามใกล้ๆ จนหญิงสาวผลักหน้าหนีแทบไม่ทัน
“เปล๊า! ธิดาไม่ได้โกรธอะไรพี่ณัฐ และไม่มีสิทธิ์จะโกรธด้วย ถ้ามีเรื่องที่จะคุยกับธิดาแค่นี้ งั้นธิดาขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ” หญิงสาวพูดจบก็ลุกพรวดพราดขึ้นยืนทันที
“เดี๋ยวสิธิดา” พ่อเลี้ยงหนุ่มผวาลุกขึ้นไปดักหน้าคนแสนงอนไว้
“เอ่อ...เย็นนี้พี่อยากชวนธิดาออกไปทานข้าวในตัวเมือง”
“บ้านธิดาก็มีข้าวทาน” หญิงสาวกลับไม่ยอมใจอ่อน อ่อนข้อให้ง่ายๆ
“แต่พี่อยากพาธิดาไปเลี้ยงฉลอง ที่ธิดาสำเร็จการศึกษากลับมา แถมคุณอายังบอกว่าธิดาได้เกียรตินิยมอันดับสองพ่วงมาด้วยไม่ใช่เหรอครับ” ชายหนุ่มพยายามพูดหว่านล้อมให้หญิงสาวใจอ่อน ตอบตกลง
“เอ่อ...คือว่า”
“ได้โปรด พี่อยากแสดงความยินดีกับความสำเร็จของน้องสาวคนเก่งของพี่ ออกไปทานข้าวด้วยกันสักมื้อนะครับ” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกุมมือเล็กเพื่อขอร้อง จนหญิงสาวใจอ่อนยอมตกปากรับคำไป ใครจะกล้าปฏิเสธเสียงทุ้มนุ่มนั้นได้กัน ฟังแล้วหัวใจเธออ่อนยวบ จนแทบจะละลายเสียให้ได้
“แต่งตัวสวยๆ นะครับ เดี๋ยวเย็นนี้พี่ขับรถมารับที่ไร่ หนึ่งทุ่มตรง”
“ค่ะพี่ณัฐ” หญิงสาวขานรับเสียงเบาหวิว
“งั้นพี่ขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ” พ่อเลี้ยงหนุ่มหันมาเอ่ยกับน้องน้อยของเขาเสียงนุ่ม เอื้อมมือขึ้นลูบไล้เรือนผมหญิงสาวเบาๆ ก่อนเขาจะเดินออกจากห้องรับแขกไป ปล่อยให้กวินธิดายืนอมยิ้มอยู่เพียงลำพัง ด้วยความสุขใจ
เวลาหนึ่งทุ่มตรงที่ไร่ฉัตราภัคร
กวินธิดาเดินลงบันไดมาด้วยชุดเดรสสั้นสีทองแค่เข่า เกล้าผมเป็นมวยไว้หลวมๆ คืนนี้เธอสวมสร้อยคอสีเงินที่มีจี้เป็นรูปหัวใจ ที่พ่อเลี้ยงณัฐวุฒิเคยมอบให้เป็นของขวัญ ก่อนวันที่เธอจะเดินทางไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ หญิงสาวมักจะใส่ติดตัวไว้ตลอดเวลา เหมือนเป็นตัวแทนของเขา
“ลูกสาวพ่อสวยเหลือเกิน” พ่อเลี้ยงฉัตรชลกล่าวชมบุตรสาวสุดที่รักด้วยรอยยิ้มที่แสนปลาบปลื้มใจ จนหญิงสาวยิ้มออกมาอย่างเอียงอาย
“คุณพ่อก็ชมธิดาเกินไป ธิดาก็เขินแย่สิคะ” ร่างบางเดินเข้ามาสวมกอดบิดาไว้อย่างออดอ้อน
“ก็จริงนี่ยัยหนู หนูสวยเหมือนแม่หนูมากเลยรู้มั้ยลูก” พ่อเลี้ยงฉัตรชลกล่าวพร้อมกอดรัดร่างบางของบุตรสาวไว้แน่น
“ถ้าคุณพ่อเหงา...” หญิงสาวพยายามกลั้นใจพูดออกมา เพื่อความสุขของบิดา
“ไม่มีใครมาแทนที่แม่ของหนูได้หรอกลูกรัก”
“ขอบคุณค่ะคุณพ่อ ที่ยังรักและมั่นคงกับคุณแม่เสมอ” กวินธิดาก้มลงกราบที่อกบิดาด้วยความซาบซึ้งใจ เพราะตัวเธอเอง ก็ไม่อยากได้ขึ้นชื่อว่ามีแม่เลี้ยง และที่สำคัญที่สุด เธอกลัวว่าบิดาจะหมดรักในตัวเธอไปในที่สุด เสียงรถเคลื่อนเข้ามาจอดในบริเวณหน้าบ้าน ทำให้หญิงสาวผละออกจากอกของบิดา
“สงสัยตาณัฐจะมารับแล้วล่ะลูก”
“งั้นธิดาขอตัวออกไปดูก่อนนะคะ”หญิงสาวกล่าวจบก็หมุนตัวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
“ลุงบุญ แล้วพี่ณัฐล่ะคะ” หญิงสาวเอ่ยถามคนขับรถของพ่อเลี้ยงณัฐวุฒิด้วยความสงสัย
“เอ่อ...คือว่าพ่อเลี้ยงติดธุระด่วนที่เชียงใหม่ตั้งแต่บ่าย เลยให้ลุงขับรถมารับคุณหนูธิดาแทน และให้พาคุณหนูธิดาไปรอท่านที่ร้านอาหารเลยครับ” นายบุญรายงานให้กวินธิดาทราบตามที่เจ้านายสั่งมา อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง
“งั้นเหรอคะ” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วๆ อดที่จะผิดหวังไม่ได้ ที่ชายหนุ่มไม่ได้ขับรถมารับด้วยตัวเอง
“งั้นก็รีบไปเถอะยัยหนู เผื่อว่าพี่เขาจะไปรออยู่ที่ร้านอาหารแล้วลูก”
“ค่ะคุณพ่อ ธิดาไปก่อนนะคะ” หญิงสาวเดินเข้ามาหอมแก้มบิดาหนึ่งฟอดใหญ่ เหมือนเคยทำทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน
“ทานอาหารให้อร่อยนะลูก และอย่าดื้อกับพี่เขาล่ะ” พ่อเลี้ยงฉัตรชลเอ่ยกำชับบุตรสาว ในระหว่างที่เธอจะก้าวขาขึ้นรถไป หญิงสาวถึงกับทำหน้ามุ่ย
“ธิดาไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะคะคุณพ่อขา” กวินธิดาหันมาโบกมือลาบิดาอีกครั้ง ก่อนจะสั่งให้นายบุญขับรถไปที่ร้านอาหารชื่อดังในตัวเมือง
กวินธิดานั่งรอพ่อเลี้ยงณัฐวุฒิอยู่ที่ร้านอาหารเกือบสี่ชั่วโมง แต่ก็ไร้วี่แววว่าชายหนุ่มจะตามมาที่ร้าน เธอจึงโทรเข้ามือถือพ่อเลี้ยงหนุ่ม เกือบยี่สิบกว่าสาย แต่ปรากฏว่าไม่มีใครกดรับสาย
“ไปไหนของเขานะ โทรไปก็ไม่รับ” เรียวปากบางบ่นขมุบขมิบเบาๆ และอดที่จะน้อยใจในตัวชายหนุ่มไม่ได้ เธอจึงตัดสินใจเรียกพนักงานที่ร้านมาเช็กบิล เพราะคิดว่าถ้านั่งรอต่อไปก็คงจะเปล่าประโยชน์ อย่างไรคืนนี้เขาก็คงจะไม่มาตามนัดอย่างแน่นอน
คนที่กวินธิดากล่าวถึงนั้น กำลังนั่งหน้าเครียดอยู่หน้าห้องคลอด ของโรงพยาบาลชื่อดังของตัวจังหวัดเชียงใหม่ จนลืมคนที่เขานัดไว้ที่ร้านอาหารอย่างสนิทใจ
“ลุงว่าคืนนี้พ่อณัฐพักเสียที่โรงแรมนี่แหละ ไม่ต้องเหนื่อยขับรถกลับไปที่ไร่หรอก”
“ขอบคุณครับคุณลุง แต่ผมว่าจะรอคุณฟ้ากับหลานปลอดภัยก่อนครับ” พ่อเลี้ยงณัฐวุฒิกล่าว พร้อมจ้องมองไปที่ประตูหน้าห้องคลอด ด้วยความเป็นห่วงปลายฟ้ากับหลานตัวน้อยที่กำลังจะเกิดมา ถ้าเธอไม่หกล้มในห้องน้ำ จนต้องทำคลอดก่อนกำหนด เขาคงไม่ต้องมานั่งห่วงมากมายถึงเพียงนี้
“ถึงมือหมอแล้ว อย่างไรลูกฟ้ากับหลานต้องปลอดภัย” พ่อเลี้ยงเมฆาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ รู้สึกหวาดกลัวไม่แพ้ชายหนุ่มข้างกาย
“ครับคุณลุง คุณฟ้ากับหลานต้องปลอดภัย แล้วคุณลุงส่งข่าวให้คุณพายุทราบหรือยังครับ” ชายหนุ่มรีบพูดเปลี่ยนประเด็น เพราะกลัวพ่อเลี้ยงเมฆาจะคิดมาก
“ลุงให้นายวัฒน์โทรไปบอกตอนที่เกิดเรื่อง เห็นบอกว่าจะรีบเดินทางกลับมาให้ด่วนที่สุด รายนั้นเขาก็ยุ่งจนแทบไม่มีเวลาพัก แถมยังต้องคอยดูแลลูกฟ้าอีก” พ่อเลี้ยงเมฆาอดที่จะชื่นชมในตัวบุตรเขยไม่ได้ เพราะพายุได้พิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนได้ประจักษ์ ว่ารักปลายฟ้ามากแค่ไหน
“ผมดีใจที่คุณลุงเปิดใจรับคุณพายุได้ คุณฟ้าเธอจะได้สบายใจครับ”
