บทที่ 4 4

“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับคุณพายุ ฟ้าเขาก็เพื่อนผมคนหนึ่ง คิดเป็นคนอื่นคนไกลไปได้” พ่อเลี้ยงณัฐวุฒิหันมายิ้มให้อดีตศัตรูหัวใจ ก่อนจะเดินทางกลับ แต่สิ่งแรกที่เขาควรทำในเวลานี้มากที่สุด คือต้องไปอธิบายเรื่องที่เขาผิดนัดกับกวินธิดาให้เข้าใจ หวังว่าเธอคงมีเหตุผลมากพอ ที่จะยอมรับฟังคำอธิบาย พ่อเลี้ยงหนุ่มขับรถมุ่งตรงไปยังไร่ฉัตราภัครทันที

นพรุจน์ ธินโยธานุกุล เดินทางมาเยี่ยมหลานชายคนใหม่        ที่โรงพยาบาลชื่อดังของประจำจังหวัด ทำให้เขาบังเอิญเจอสาวแสบอย่างวลัยพรอีกครั้ง

ทั้งสองหนุ่มสาวยังคอยขัดแย้งกันตลอดเวลาที่นั่งอยู่ใกล้ๆ กัน ทำให้คุณพ่อคุณแม่ลูกอ่อน ถึงกับส่ายหน้าให้อย่างอ่อนอกอ่อนใจ

“แบ่งหลานให้ผมอุ้มบ้างสิคุณ ไม่เมื่อยบ้างหรือไง” นพรุจน์ก้มกระซิบลงข้างใบหูขาวของสาวแสบเบาๆ ไออุ่นจากลมหายใจของชายหนุ่มรินรดที่แก้มนวล จนทำให้หญิงสาวถึงกับหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา ด้วยความเขินอาย

“ถอยไปสิคุณ ที่นั่งก็ออกเยอะแยะ”

“ก็ผมอยากอยู่ใกล้ๆ หลานนี่ ใช่มั้ยครับตาคิมน้อยของอา” นพรุจน์หยอกล้อหลานตัวน้อย ที่นอนมองเขาตาแป๋ว น่ารักน่าเอ็นดูซะเหลือเกิน ทำให้อยู่ดีๆ เขาเกิดอยากมีลูกขึ้นมาบ้าง เผลอมองหน้าคนข้างกายอย่างลืมตัว แต่เสียงกระแอมดังขึ้นขัดจังหวะ เรียกสติของนพรุจน์กลับคืนมา

“อะไรติดคอแกวะยุ” นพรุจน์หันมาถามเพื่อนรักเสียงขุ่น

“ความหวานติดคอน่ะสิ” พายุกล่าวยิ้มๆ จนปลายฟ้าต้องหันมาตีแขนให้ด้วยความหมั่นไส้

“พี่รุจน์อย่าไปสนใจคำพูดของคุณพายุเลยนะคะ”

“พี่เข้าใจฟ้า ไอ้ยุมันก็ปากหมาอย่างนี้แหละ ตอนเรียนมีเรื่องกลับบ้านมาไม่เว้นแต่ละวัน ทำให้คุณแม่บ่นปวดหัวเป็นประจำ” นพรุจน์นำเรื่องในอดีตของเพื่อนรักมาเผา ให้ปลายฟ้าฟัง

“ข้อนั้นฟ้าทราบดีค่ะพี่รุจน์” ปลายฟ้าพูดสนับสนุนอีกแรง โดยไม่สนใจว่าสามีจะทำหน้าอย่างไร

“โธ่ ฟ้าจ๋าเรื่องมันผ่านมานานมากแล้วนะครับ ไอ้รุจน์แกจะฟื้นฝอยหาตะเข็บอะไรเนี่ย” พายุหันไปเล่นงานเพื่อนรักบ้าง

“ขำๆ ไม่เห็นจะร้ายแรงตรงไหน จะโวยวายทำไมเนี่ย”

“คุณนั่นแหละจะไปกวนน้ำให้ขุ่นทำไม เดี๋ยวยัยฟ้ากับคุณยุก็ทะเลาะกันหรอก” วลัยพรอดที่จะตำหนิชายหนุ่มข้างกายไม่ได้

“ผมไปกวนน้ำให้ขุ่นตรงไหนไม่ทราบครับคุณผู้หญิง”

“เอ๊ะยังจะมาเถียงอีก” วลัยพรหันมาตวัดสายตามองคนพูดมากอย่างไม่ชอบใจนัก

“เอ่อ...แนนจ๋าส่งตาหนูมาให้ฉันหน่อยสิ ฉันจะให้กินนม” ปลายฟ้าเบี่ยงเบนความสนใจของวลัยพร ก่อนที่จะอารมณ์เสียไปมากกว่านี้

“สงสัยจะหิวนมแม่ฟ้าแล้วใช่มั้ยลูก” วลัยพรมองการกระทำของหลานตัวน้อยด้วยความเอ็นดู

“รุจน์ลงไปซื้อของเป็นเพื่อนฉันหน่อย” พายุเดินเข้ามาดึงแขนเพื่อนรักให้ลุกขึ้น ออกจากห้องพักฟื้น

“แต่ว่า...ฉัน” นพรุจน์ทำท่างอิดออด เพราะไม่อยากลุกจากตรงนี้ไป

“ไม่มีแต่ ไปสิ” พายุเร่งเร้าให้เพื่อนรักลุกขึ้น

“เออ...ก็ได้ อาไปก่อนนะครับหลานรัก” นพรุจน์ก้มลงจุ๊บแก้มหลานรักเบาๆ จนวลัยพรทำเสียงจิจ๊ะใส่ด้วยความรำคาญ แถมชายหนุ่มยังแกล้งเฉียดผ่านแก้มนวลของหญิงสาว จนเธอต้องเบือนหน้าหนีออกมา

“ไปได้แล้วไอ้รุจน์” พายุส่ายหน้าให้กับความกะล่อนของเพื่อนรัก ที่ฉวยโอกาสกับคู่กัดตัวเอง แทบจะไม่อยากเชื่อว่านพรุจน์จะไม่สนใจวลัยพร

“เร่งอยู่ได้ จะรีบไปไหนของแกเนี่ย” นพรุจน์บ่นพึมพำอย่างอารมณ์เสีย เดินหน้ายุ่งตามหลังเพื่อนออกไป โดยไม่เห็นวลัยพรแอบสะบัดค้อนตามหลังให้

“เป็นอะไรยัยแนน” ปลายฟ้าถามยิ้มๆ

“ไม่ต้องมายิ้มเลยยัยฟ้า ฉันว่าฉันกลับก่อนดีกว่า” วลัยพรส่งหลานชายคืนให้กับปลายฟ้า ก่อนก้มลงไปหยิบกระเป๋าคู่กายขึ้นมาถือไว้ เพื่อเตรียมตัวกลับ

“อะไรกันพึ่งมาไม่นานเอง จะกลับแล้วเหรอ หรือว่าเธอกำลังกลัวอะไร” ปลายฟ้าพูดดักคอเพื่อนรักไว้อย่างรู้ทัน

“เปล๊า! ฉันไม่ได้กลัวอะไรสักหน่อย” วลัยพรรีบปฏิเสธเสียงสูง เพราะกลัวเสียฟอร์ม

“ไม่กลัวก็จะรีบกลับไปไหน” ปลายฟ้าแกล้งทำเสียงขรึม แต่ในใจอดที่จะขำท่าทางของเพื่อนรักไม่ได้ มีแววว่าทั้งคู่จะได้ลงเอ่ยกันเร็วๆ นี้เป็นแน่

“เธอก็เห็น ว่าฉันคุยกับเขาได้ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ คนอะไรกวนประสาทที่สุด” วลัยพรต่อว่าชายหนุ่มด้วยความโมโห

“พี่รุจน์คงแหย่เล่นน่ะแนน อย่าคิดมากสิ” ปลายฟ้าอมยิ้มเล็กน้อย

“แหย่บ้าอะไรยัยฟ้า ฉันกลับล่ะ” วลัยเบ้ปากออกมาอย่างไม่ชอบใจ

“แต่ไหนเธอบอกว่ามีเรื่องมาขอคำปรึกษาจากฉันไงแนน”

“จริงสิ ฉันก็ลืมไป เธอรีบพาตาคิมไปนอนก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันไปนั่งรอเธอที่ห้องรับแขกก็ได้” วลัยพรลืมปัญหาใหญ่ไปชั่วขณะ ตั้งแต่พบหน้ากับนพรุจน์ เขาคอยพูดกวนประสาท ทำให้เธอลืมเรื่องสำคัญที่จะมาขอปรึกษากับปลายฟ้าไปเสียสนิทใจ เรื่องนี้จะโทษใครไม่ได้ นอกจากนพรุจน์คนเดียวเท่านั้น หญิงสาวแอบบริภาษชายหนุ่มอยู่ภายในใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป