บทที่ 6 6

“ยัยกวินบ้า แกก็รู้ว่าฉันไม่ชอบชะนี คิดแล้วก็ขนลุก” นนทิวัฒน์จีบปากจีบคอพูด พร้อมกับทำท่าทางขนลุกขนพอง

“เว่อร์ไปแล้วยัยนนนี่ ทีผู้ชายทำตาหวานเยิ้มใส่”

“นั่นของมันชอบนี่ยัยกวิน”

“เรียกชื่อฉันเหมือนคนอื่นได้มั้ยนนนี่” กวินธิดารู้สึกขัดหูทุกครั้ง ที่นนทิวัฒน์เรียกเธอว่ากวิน

“ก็ฉันชอบชื่อนี้ ว่าแต่แกเถอะเป็นอะไร ถึงได้นั่งซึมกระทืออยู่แบบนี้”

“เปล๊า ฉันไม่ได้ซึมอย่างที่แกพูดสักหน่อย” หญิงสาวรีบปัดปฏิเสธทันควัน

“เหรออ” นนทิวัฒน์ลากเสียงยาวไม่ยอมเชื่อ พร้อมจิกสายตามองเพื่อนรักอย่างไม่วางตา

“ไม่เชื่อก็ตามใจ” กวินธิดาลุกขึ้นยืน เพราะทนสายตาจับผิดของเพื่อนรักไม่ไหว

“นังกวิน แกยังคิดว่าฉันเป็นเพื่อนอยู่หรือเปล่า”

“ก็เป็นสิ แกนี่ถามแปลกๆ”

“งั้นนั่งลง แล้วมาเล่าให้ฉันฟังดีๆ” นนทิวัฒน์เดินไปดึงแขนกวินธิดาลงนั่ง

“ไม่มีอะไรร้ายแรงหรอกน่า แกอย่ารู้เลย” หญิงสาวพยายามสะบัดหน้าหนี ไม่อยากเอาเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่แอบน้อยใจพ่อเลี้ยงณัฐวุฒิมาพูด ซึ่งอาจจะดูเหมือนไร้สาระในความรู้สึกของคนอื่น

“ไม่ร้ายแรงก็ต้องเล่า เราเคยสัญญากันไว้ แกจำได้มั้ย ว่าเรื่องอะไร สำคัญแค่ไหน เราจะเล่าให้กันฟังไง”

“เดี๋ยวแกก็มาด่าฉัน” กวินธิดาเงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนรักอย่างชั่งใจ

“ฉันสัญญาจะไม่ด่าแก เร็วสิ เล่ามา” นนทิวัฒน์เร่งเร้าให้กวินธิดาระบายความในใจออกมา

“เอ่อ...ฉันก็แค่น้อยใจพี่ณัฐเท่านั้นเอง” หญิงสาวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม

“อะไรนะยะนังกวินน้อย ที่แกนั่งซึมเพราะน้อยใจผู้ชายงั้นเหรอ” นนทิวัฒน์ลุกขึ้นยืนเท้ามือใส่เอว จ้องหน้าหญิงสาวอย่างเอาเรื่อง

“ชู่ว์ เบาๆ สินนนี่ เดี๋ยวคนในบ้านก็ได้ยินกันหมอพอดี” กวินธิดารีบยกมือขึ้นปิดปากกายเป็นชาย แต่ใจเป็นหญิงไว้ ก่อนที่ทุกคนในบ้านจะแตกตื่น

“อื้อๆ ปล่อยฉันสิ” นนทิวัฒน์ดึงมือเล็กของหญิงสาวออก ก่อนที่เขาจะใช้หลังมือเช็ดปากอย่างรังเกียจ

“แหวะ เข้าห้องน้ำล้างมือหรือเปล่าเนี่ย”

“อย่ามาเว่อร์แถวนี้ นนนี่”

“โอเคไม่เล่นแล้วก็ได้ ว่าแต่แกน้อยใจพ่อเลี้ยงสุดหล่อทำไม” นนทิวัฒน์ทรุดตัวนั่งลงข้างกายเพื่อนรัก เอ่ยถามเพราะความอยากรู้

“ก็พี่ณัฐเขาผิดคำพูดกับฉัน ที่เขาเคยบอกว่าจะส่งเมลไปให้ฉันทุกอาทิตย์เขาก็ไม่เคยทำได้ ส่งไปให้ก็แค่ปีแรกๆที่ฉันไปเรียนอยู่ที่อังกฤษเท่านั้นแหละ ทุกเทศกาลเขาบอกว่าจะส่งของขวัญไปให้ แต่เขาก็ไม่เคยส่ง แม้แต่วันเกิดของฉัน เขาก็ไม่เคยจำได้ ตอนที่ฉันเดินทางกลับเมืองไทย เขาสัญญาว่าจะมารับฉันที่สนามบิน เขาก็ไม่มานนนี่ และที่สำคัญเมื่อคืนที่ผ่านมา เขาชวนฉันไปเลี้ยงฉลอง แกรู้มั้ยว่าเขาปล่อยให้ฉันรอเป็นแม่สายบัวตั้งสี่ชั่วโมงที่ร้านอาหาร โทรไปก็ไม่ยอมรับสาย แบบนี้จะไม่ให้ฉันน้อยใจเขาได้อย่างไร   นนนี่” กวินธิดาระบายความอัดอั้นตันใจออกจนหมดสิ้น

“พ่อเลี้ยงคงมีเหตุผลน่ะกวิน” นนทิวัฒน์ปลอบใจเพื่อนรัก พร้อมลูบไล้แผ่นหลังบางไปมาด้วยความสงสาร

“เขาไม่เคยแคร์ความรู้สึกฉันเลยนนนี่ คอยดูนะ ต่อไปฉันจะไม่ใส่ใจเขาอีก” หญิงสาวกล่าวพร้อมทำปากยื่นออกมาเล็กน้อย อย่างไม่สบอารมณ์ ราวกับคนที่เธอพูดด้วยนั้น คือพ่อเลี้ยงณัฐวุฒิ

“แกพูดอย่างกับแกเป็นแฟนพ่อเลี้ยงณัฐอย่างนั้นแหละยัยกวิน” นนทิวัฒน์ก้มถามอย่างจับผิด เพราะตั้งแต่ที่เรียนมาด้วยกัน กวินธิดาไม่เคยสนใจผู้ชายคนไหนเลย แม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะหล่อเฟอร์เฟกต์ขนาดไหน เธอก็ไม่เคยคิดที่จะสนใจ

“เปล๊า! สักหน่อย แกอย่ามาเดาส่งเดชสิยัยนนนี่ พูดกับแกแล้วเครียด ไปหาคุณยายดีกว่า” กวินธิดาแกล้งโมโหกลบเกลื่อนความเขินอายภายในใจ รีบวิ่งเข้าไปภายในบ้านหลังงามอย่างรวดเร็ว

“ฮึ! ทำมาปากแข็งนะยัยกวินน้อย ฉันจะทำให้แกสารภาพความจริงให้ได้คอยดู” นนทิวัฒน์มองตามแผ่นหลังบางอย่างเจ้าเล่ห์

รสจเรศหรือน้อยได้รับโอกาสดีๆ จากนายสาวอย่างปลายฟ้า ให้เข้าไปศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยชื่อดังของจังหวัดเป็นเวลาสองปี ส่วนวันหยุดเธอต้องเข้ามาช่วยนายสาว ทำเกี่ยวกับงานบัญชีของที่ไร่และรีสอร์ต แต่หลังช่วงเลิกเรียนกลับมาจากมหาวิทยาลัย หญิงสาวยังมีหน้าที่ดูแลน้องแก้มหรือเด็กหญิงกัญญาดาบุตรสาวคนเดียวของชัยวัฒน์คนรักของเธอเหมือนเดิม หรืออาจจะมากกว่าพี่เลี้ยงทั่วๆ ไป

“พี่น้อยขา ทำไมวันนี้คุณพ่อกลับบ้านดึกจังคะ” น้องแก้มเอ่ยถามพี่เลี้ยงคนสวย ด้วยความสงสัย เพราะปกติบิดามักจะกลับตรงเวลาเสมอ

“เมื่อตอนเย็นคุณพ่อโทรมาบอกกับพี่น้อยว่า ทำงานในไร่ยังไม่เสร็จค่ะ อาจจะกลับบ้านดึก พี่น้อยว่าน้องแก้มเข้านอนก่อนดีกว่านะคะ พรุ่งนี้จะได้ตื่นนอนไปโรงเรียนแต่เช้าค่ะ” รสจเรศเอื้อมมือขึ้นลูบไล้เรือนผมเด็กสาวเบาๆด้วยความเอ็นดู

“ก็ได้ค่ะพี่น้อย แต่คืนนี้พี่น้อยต้องเล่านิทานให้น้องแก้มฟังสองเรื่องด้วย งั้นน้องแก้มไม่ยอมจริงๆ”

“โห สองเรื่องเลยเหรอคะ” หญิงสาวแกล้งทำตาโต ร้องออกมาด้วยความตกใจ ทำให้เด็กน้อยหัวเราะคิกๆ ออกมาอย่างชอบใจ

“ใช่ค่ะพี่น้อยขา งั้นเราเข้าไปในห้องนอนกันเลยนะคะ น้องแก้มอยากฟังนิทานจะแย่อยู่แล้วค่ะ” น้องแก้มเดินเข้ามาออดอ้อนพี่เลี้ยงคนสวย ตามประสาเด็กช่างประจบ

“โอเคค่ะ เอ่อ...น้องแก้มเข้าไปรอพี่น้อยในห้องนอนก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่น้อยตามเข้าไปค่ะ” รสจเรศหันมาพูดกับน้องแก้มด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป