บทที่ 10 รอยมลทินยามเช้าตรู่
แสงแดดอ่อนยามเช้าที่สอดส่องผ่านรอยแยกของม่านทึบแสงไม่ได้ช่วยให้อากาศภายในห้องนอนใหญ่ของเพนต์เฮาส์อุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย บรรยากาศรอบกายยังคงหนาวเย็นเยือกเย็นและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของบทรักอันป่าเถื่อนที่เพิ่งจบสิ้นลงเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
พิมพ์มาดาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก เปลือกตาบวมบอบช้ำสะท้อนความทรมานที่สะสมตลอดทั้งคืน
พื้นที่ข้างกายบนเตียงกว้างคิงไซส์ว่างเปล่าและเย็นชืด... คาร์เตอร์ แอนเดอร์สัน ไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว ชายหนุ่มไม่อยู่แม้กระทั่งทิ้งความอบอุ่นหรือร่องรอยแห่งความสงสารไว้ให้เธอ มีเพียงผืนผ้าห่มยับย่นและคราบน้ำรักที่แห้งกรังตอกย้ำความสัมพันธ์อันต่ำต้อย
“อื้อ...”
หญิงสาวส่งเสียงครางแผ่วเบาในลำคอเมื่อพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นริ้วตั้งแต่ช่วงเอวสะโพกลงไปจนถึงช่องทางรักที่บอบช้ำจากการถูกแทรกเสือกอย่างรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า รอยเขียวช้ำสีเข้มกระจายอยู่เต็มลาดไหล่ลามไปถึงอกอวบอิ่มและหน้าท้องเนียนราวกับตราประทับความเป็นทาสที่ชายหนุ่มสลักไว้บนเรือนร่างของเธอ
พิมพ์มาดากัดริมฝีปากล่างที่บวมเจ็บจนรับรู้ถึงรสเค็มของเลือด เธอพยุงร่างที่สั่นเทาลงจากเตียงเดินอย่างโซซัดโซเซเข้าไปในห้องน้ำ
ภาพที่ปรากฏในกระจกบานใหญ่ทำให้หยาดน้ำตาไหลร่วงลงมาอีกครั้ง ผู้หญิงในกระจกคือภาพสะท้อนของคนที่แตกสลายอย่างสมบูรณ์ ดวงตาโศกบวมแดงผิวพรรณเนียนนุ่มเต็มไปด้วยรอยบีบคั้นและรอยฟันป่าเถื่อน แต่สิ่งที่น่าสมเพชที่สุดคือ... แม้ร่างกายจะรวดร้าวเพียงใด หัวใจของเธอกลับยังคงสั่นไหวยามนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาและอ้อมกอดอันเร่าร้อนของเขาในความมืด
‘ทำไมถึงยังโหยหาเขานะพิม... ทำไมถึงไม่จำว่าเขาเห็นเธอเป็นแค่ขยะ...’
พิมพ์มาดาเปิดน้ำอุ่นรดลงบนเรือนร่างชำระล้างคราบมลทินและความชื้นแฉะออกอย่างพิถีพิถัน แม้สายน้ำจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดทางกาย แต่ไม่อาจชะล้างความขมขื่นในอกออกไปได้เลย เธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวผ้าฝ้ายตัวหลวมและกางเกงขายาวมิดชิดที่สุดเท่าที่จะหาได้ เพื่อปิดบังรอยแผลแห่งความอัปยศเหล่านั้นไว้ไม่ให้ใครเห็น
เมื่อพิมพ์มาดาก้าวออกจากห้องนอนไปยังโถงกว้างของเพนต์เฮาส์ ภาพที่เห็นเบื้องหน้าคือความสมบูรณ์แบบอันน่าหวาดหวั่น
คาร์เตอร์ในชุดสูทสั่งตัดสีเทาเข้มทรงเสน่ห์นั่งอยู่บนโซฟาหนังสีดำราคาแพงติดผนังกระจกบานใหญ่ ชายหนุ่มดูงดงามและสง่างามดั่งเทพบุตรในนิตยสารระดับโลกผมสั้นสีดำถูกเซ็ตอย่างเป็นระเบียบ มือหนาถือแท็บเล็ตตรวจเช็กข่าวสารทางเศรษฐกิจพลางยกแก้วกาแฟเอสเปรสโซขึ้นจิบอย่างสงบนิ่ง
ไม่มีร่องรอยของอสูรร้ายที่กระแทกกระทั้นกายใส่เธออย่างป่าเถื่อนเมื่อคืนเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย เขาดูเฉียบขาด เยือกเย็น และอยู่สูงเกินกว่าที่คนอย่างเธอจะเอื้อมถึง
ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาของพิมทำให้คาร์เตอร์ละสายตาจากหน้าจอแท็บเล็ต นัยน์ตาสีฟ้าอมเทาคมกริบกวาดมองร่างบอบบางที่เดินเข้ามาใกล้ สายตาคู่นั้นเย็นชาและปราศจากความรู้สึกใด ๆ ราวกับกำลังมองสิ่งของไร้ชีวิตชิ้นหนึ่ง
“ตื่นแล้วเหรอ...”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเฉยจนน่ากลัว
“คุณ... คุณคาร์เตอร์”
พิมพ์มาดาขานรับเสียงแผ่ว ยืนประสานมือไว้ข้างหน้าด้วยท่าทางสงบเจียมตัว
คาร์เตอร์วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง กึก ก่อนจะยื่นมือไปหยิบกล่องยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน แผงใหม่ที่วางอยู่ข้างแก้วน้ำขึ้นมา
เพียะ!
โดยไม่ทันให้เธอได้ตั้งตัว คาร์เตอร์ก็สะบัดมือโยนกล่องยาคุมฉุกเฉินนั้นเข้าใส่หน้าเธออย่างป่าเถื่อน!
กล่องกระดาษแข็งปะทะเข้ากับโหนกแก้มเนียนของพิมพ์มาดาอย่างจังจนหน้าหงาย ก่อนจะตกลงบนพื้นกระเบื้องหินอ่อนแทบเท้าของเธอ ความเจ็บแสบที่แก้มไม่เทียบเท่าความอับอายและหยามเกียรติที่ซัดถาโถมเข้าใส่จนหน้าชาไปทั้งแถบ
“กินซะ!”
คาร์เตอร์ตวาดเสียงเข้ม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเกลียดชังและสั่งการเด็ดขาด
“ต่อหน้าฉัน เดี๋ยวนี้!”
ร่างบางชะงักยืนตะลึงมองกล่องยาบนพื้นด้วยดวงตาที่คลอน้ำตา
“เมื่อคืน... เมื่อคืนพิมกินไปแล้วนะคะคุณคาร์เตอร์...”
“ฉันสั่งให้กินก็กินอย่าเรื่องมาก!”
คาร์เตอร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก้าวเท้าเข้ามาหาเธอด้วยท่วงท่าคุกคามดุจพญามัจจุราช
“อย่าคิดว่าการที่ฉันกอดเธอเมื่อคืน... หรือการที่เธอนอนครางอยู่ใต้ร่างฉัน มันจะทำให้เธอมีค่าขึ้นมานะพิมพ์มาดา! เธอมันก็แค่ผู้หญิงขัดดอก! แค่ของเล่นระบายความแค้นที่ฉันซื้อมารองรับอารมณ์!”
เขาก้าวลงมาหยุดตรงหน้าเธอ ใช้ปลายรองเท้าหนังราคาแพงเขี่ยกล่องยาบนพื้นให้เข้าใกล้เท้าเธอมากขึ้น
“ฉันไม่ยอมเสี่ยงให้มารหัวขนที่เกิดจากเลือดเนื้อสกปรกของเธอและพ่อมาแปดเปื้อนตระกูลแอนเดอร์สันเป็นอันขาด!”
คำพูดแต่ละคำของเขาดั่งเข็มพิษที่ตอกย้ำความจริงอันแสนเจ็บปวด
“เธอไม่มีค่าพอจะเป็นแม่ของลูกฉัน... ไม่มีค่าแม้กระทั่งจะอุ้มท้องสายเลือดของฉัน!”
คำว่า 'ไม่มีค่า' สะท้อนก้องในหัวของพิม
หยาดน้ำตาเม็ดโตไหลร่วงอาบแก้มที่ช้ำระบม เธอค่อย ๆ ย่อตัวลงอย่างสั่นเทาก้มลงเก็บกล่องยาคุมฉุกเฉินขึ้นมาจากพื้นด้วยมือที่ไร้เรื้อแรง ก่อนจะแกะแผงยาออกหยิบเม็ดยาสีขาวใส่ปากแล้วเดินไปยกแก้วน้ำบนเคาน์เตอร์ขึ้นมากระดกกลืนมันลงคอต่อหน้าเขาโดยไม่ร้องขอความเมตตาแม้แต่คำเดียว
รสชาติขมปร่าของยาซึมซาบไปทั่วช่องปาก แต่หัวใจของเธอกลับขมขื่นกว่าหลายพันเท่า
