บทที่ 11 ศักดิ์ศรีที่แหลกลาญกลางความเงียบงัน
คาร์เตอร์มองภาพหญิงสาวที่ยอมจำนนและกลืนยาลงคอด้วยสายตาพึงพอใจ แต่แววตาอมเทานั้นยังคงฉายความเย็นชาเหี้ยมเกรียม เขาเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างหลังเธอโน้มใบหน้าลงมาพร่าชิดใบหูสั่นระริก
“จำกฎเหล็กของฉันไว้ให้ดีพิมพ์มาดา...”
น้ำเสียงของเขาต่ำลึกและดุดันดุจคำสั่งเงียบจากนรก
“ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป... เธอไม่มีตัวตนในโลกภายนอก!”
“ห้ามเธอแสดงตัวกับใคร ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาดว่าเธออยู่ที่นี่หรือมีความสัมพันธ์ใด ๆ กับฉัน!”
“อย่าเสนอหน้าทำตัวเป็นเมีย... หรือแม้กระทั่งเมียน้อย! เพราะสำหรับฉันเธอเป็นแค่ 'ขยะ' ที่ฉันขังไว้ในกรงทองแห่งนี้เท่านั้น!”
“ถ้ามีแขกหรือใครก็ตามมาที่นี่...”
คาร์เตอร์ใช้นิ้วแข็งแรงบีบลาดไหล่ของเธอแน่นจนเนื้อนุ่มบุ๋ม
“เธอต้องมุดหัวซ่อนตัวอยู่ในห้องนอนเหมือนไร้ตัวตน! ถ้าฉันรู้ว่าเธอแอบเผยตัวหรือพยายามส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากใคร... สัญญาเรื่องพ่อของเธอเป็นอันยกเลิกทันที!”
พิมพ์มาดาหลับตาลงอย่างรวดร้าวความหวังที่จะได้รับความเห็นใจหรือความรักจากชายที่เป็นรักแรกสลายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความจริงที่ว่า เธอคือ 'ทาสรับใช้' ที่ถูกตอกย้ำความไร้ค่าในทุก ๆ วัน
“พิม... เข้าใจแล้วค่ะ”
หญิงสาวตอบรับเสียงแผ่วเบา
“พิมจะไม่ให้ใครเห็น... จะไม่บอกใครว่าพิมเป็นอะไรกับคุณ... พิมจะเป็นแค่ขยะตามที่คุณต้องการค่ะ”
คาร์เตอร์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินน้ำเสียงยอมรับชะตากรรมอย่างราบเรียบนั้น หัวใจแกร่งวูบไหวด้วยความหงุดหงิดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาควรจะสะใจที่เห็นเธอยอมหมดยกมือไหว้ราบจำนน แต่ทำไม... ยิ่งเธอทำตัวเหมือนไร้วิญญาณมากเท่าไหร่ เขากลับยิ่งรู้สึกโกรธขึ้นมาเรื่อย ๆ!
แกร๊ก!
เสียงประตูเพนต์เฮาส์เปิดออก มาร์คัสก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นบรรยากาศตึงเครียดและความช้ำบนใบหน้าของพิมพ์มาดา แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นทางการตามหน้าที่
“นายครับ เอกสารการรายงานอาการของคุณพิชัยจากโรงพยาบาลครับ”
มาร์คัสรายงาน พลางยื่นซองให้คาร์เตอร์ คาร์เตอร์รับเอกสารมาเปิดดูผ่าน ๆ ก่อนจะเหยียดยิ้มเย็นชา หันไปทางพิมพ์มาดา
“ฟังไว้นะพิมพ์มาดา... พ่อของเธอยังต้องใช้ยาราคาแพง และทีมแพทย์ชำนาญการพิเศษอีกนาน”
คาร์เตอร์โบกซองเอกสารในมือไปมาตรงหน้าเธอ
“ชีวิตพ่อของเธออยู่ในกำมือฉัน... ถ้าไม่อยากเห็นพ่อเธอถูกลากกลับไปนอนรอความตายที่โรงพยาบาลอนาถา... ก็จำคำสั่งฉันไว้ให้ดี!”
“ขอบคุณค่ะ... ที่ยังรักษาชีวิตพ่อของพิมไว้”
พิมพ์มาดายกมือขึ้นไหว้อย่างสั่นเทา ดวงตาโศกมองเขาด้วยความกตัญญูปนรวดร้าว
“พิมจะทำตามที่คุณสั่งทุกอย่าง... ขอแค่คุณอย่าทำร้ายพ่อก็พอค่ะ”
คาร์เตอร์มองมือบางที่ยกขึ้นไหว้อย่างสมเพช ชายหนุ่มสะบัดหน้าหนีอย่างไม่ใยดีก่อนจะหันไปสั่งมาร์คัส
“มาร์คัส... เฝ้าที่นี่ไว้ อย่าให้ผู้หญิงคนนี้ออกไปไหนเด็ดขาด ถ้ามีใครถามถึงผู้หญิงในเพนต์เฮาส์ ให้บอกว่าไม่มี!”
“รับทราบครับนาย”
มาร์คัสก้มศีรษะรับคำสั่ง
คาร์เตอร์จัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่หยิบกล่องบุหรี่และกระเป๋าเงินขึ้นมา ชายหนุ่มก้าวเดินผ่านร่างบอบบางของพิมไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองอีกแม้แต่สายตาเดียว ประตูหนาหนักของเพนต์เฮาส์ปิดลงเสียงดัง ปัง! ทิ้งให้พิมพ์มาดายืนอยู่กลางห้องโถงใหญ่อันกว้างขวางและเงียบงันเพียงลำพัง
ฮึก...
เมื่อร่างสูงกำยำพ้นสายตาไปพิมพ์มาดาก็ไม่อาจอดทนต่อความเจ็บปวดได้อีกต่อไป หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ บนพื้นหินอ่อนที่หนาวเย็น กอดเข่าตัวเองไว้แน่นแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลทะลักออกมาอย่างสุดกลั้น
ความทรมานจากการถูกตอกย้ำว่าไร้ค่า... การถูกโยนยาคุมใส่หน้า... และคำสั่งห้ามไม่ให้มีตัวตนในชีวิตของเขา มันกัดกินศักดิ์ศรีชิ้นสุดท้ายของเธอจนหมดสิ้น
เธอกลายเป็นเพียงหงส์หลงทางที่ถูกตัดบิน ขังไว้ในกรงทองอันหรูหราแต่ไร้หัวใจ ต้องยอมรับทัณฑ์ราคะและความเกลียดชังจากชายคนที่เธอรักหมดหัวใจ โดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะร้องขอความสงสาร
'พ่อคะ... พิมเจ็บเหลือเกิน...'
พิมสะอื้นไห้ในความเงียบ เสียงร้องไห้แผ่วเบาดังสะท้อนอยู่ในกรงทองอันกว้างใหญ่
'พิมต้องทนอยู่ในนรกแห่งนี้อีกนานแค่ไหน... หัวใจของพิมถึงจะหยุดรักหยุดโหยหาคนใจร้ายอย่างเขาเสียที...'
