บทที่ 2 ปีศาจบนยอดตึกสูง

ทว่าในวันนี้ เขากลับมาแล้ว....

เขาไม่ได้กลับมาในฐานะพี่ชายที่แสนดีคนเดิม แต่กลับมาในฐานะ “อสูรร้าย” ผู้กุมชะตาชีวิตและลมหายใจสุดท้ายของพ่อเธอไว้ในมือ คาร์เตอร์ แอนเดอร์สัน คือชายนัยน์ตาสีน้ำข้าวที่จะลากตระกูลอัครเดโชลงสู่หุบเหวแห่งความพินาศ

“เป็นเขา... จริง ๆ เหรอคะ”

            พิมพึมพำน้ำเสียงแผ่วเบาคล้ายคนละเมอ

“ครับคุณหนู ทางตัวแทนของแอนเดอร์สัน กรุ๊ปแจ้งมาว่า... หากคุณหนูพิมต้องการเจรจาเพื่อยืดเวลาชำระหนี้และขอถอนฟ้องคดีอาญาของคุณท่าน คุณหนูจะต้องไปพบผู้บริหารสูงสุดของพวกเขาด้วยตัวเองตามที่อยู่นี้ครับ”

            ทนายสมเกียรติยื่นการ์ดสีดำขอบทองสุดหรูใบหนึ่งให้เธอ บนการ์ดใบนั้นระบุชื่อที่อยู่ของคอนโดมิเนียมระดับเพนต์เฮาส์หรูหราใจกลางเมือง... และชื่อเจ้าของคือ คาร์เตอร์ แอนเดอร์สัน

พิมพ์มาดาบีบการ์ดใบนั้นแน่นจนนิ้วซีดขาว ความกลัว ความเศร้า และความรักที่ยังคงหลงเหลืออยู่ปะปนกันจนกลายเป็นความเจ็บปวดที่แน่นหน้าอก เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่การเจรจาธุรกิจธรรมดา แต่มันคือ “บ่วงแค้น” ที่เขาจงใจกางดักรอเธออยู่และเขาก็กำลังบีบให้เธอเดินเข้าไปหาเขาด้วยตัวเองอย่างไม่มีทางเลือก

พิมมองใบหน้าซูบตอบของพ่อที่นอนไม่ได้สติ ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก แววตาโศกเศร้าคู่นั้นค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวอย่างช้า ๆ

“เพื่อช่วยพ่อ... ต่อให้ต้องเดินเข้ากองไฟ หรือต้องตกเป็นทาสของปีศาจอย่างพี่... พิมก็ยอม”

            หากห้อง ICU ในโรงพยาบาลรัฐบาลคือดินแดนแห่งความสิ้นหวังอันร้อนรุ่มด้วยไอแห่งความตาย... ห้องทำงานบนชั้นที่ 68 ของตึกระฟ้าใจกลางมหานครแห่งนี้ ก็คงไม่ต่างอะไรจากยอดเขาโอลิมปัสอันหนาวเหน็บ ที่ซึ่งพระผู้เป็นเจ้าหรืออาจจะเป็นปีศาจใช้จ้องมองและพิพากษาชีวิตของมนุษย์เดินดินด้วยความเย็นชา

เครื่องปรับอากาศภายในห้องทำงานกว้างขวางสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกพ่นลมเย็นเยือกจนผิวหนังแทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง ผนังห้องฝั่งหนึ่งเป็นกระจกใสบานยักษ์โค้งมนจากพื้นจรดเพดานเผยให้เห็นทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืน แสงไฟระยิบระยับนับล้านดวงจากท้องถนนและตึกรามบ้านช่องดูเล็กจิ๋วราวกับฝุ่นผงเมื่อมองจากมุมนี้

ท่ามกลางความสลัวของห้องที่มีเพียงแสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะราคาแพง ร่างสูงใหญ่กำยำของ คาร์เตอร์ แอนเดอร์สัน ยืนตระหง่านอยู่หน้าบานกระจกยักษ์นั้น แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทเนื้อดีที่ถูกปลดกระดุมเม็ดบนออกสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและลำคอหนาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามแบบฉบับลูกครึ่งไทย-อังกฤษ

มือใหญ่ที่ปูดโปนไปด้วยเส้นเลือดและมัดกล้ามถือแก้วคริสตัลบรรจุเหล้าสีเข้ม คาร์เตอร์หมุนแก้วช้า ๆ ส่งผลให้ก้อนน้ำแข็งกระทบขอบแก้วดัง คลิ้ง... คลิ้ง... เป็นจังหวะแผ่วเบา แต่มันกลับทรงพลังอย่างน่าประหลาดในความเงียบ

คาร์เตอร์พ่นควันซิการ์กลิ่นฉุนกึกราคาแพงออกมาจากริมฝีปากหยักลึกรูปกระจับ นัยน์ตาสีฟ้าอมเทาคมกริบคู่สวยทว่าดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายในป่าลึกจ้องมองออกไปยังความมืดมิดเบื้องนอก ใบหน้าของเขาหล่อเหลาอย่างไร้ที่ติราวกับรูปสลักของประติมากรเอกที่ตั้งใจเจียระไนสันกรามคม สันจมูกโด่งเป็นแกนตรงและคิ้วหนาพาดเฉียง ทว่าความหล่อเหลานั้นกลับถูกบดบังด้วยรังสีอำมหิตและความเกรี้ยวกราดที่แผ่ออกมาตลอดเวลา

“สิบปี... สิบปีที่ฉันต้องตกนรกเพราะพวกแก”

            น้ำเสียงทุ้มต่ำพึมพำกับตัวเองถ้อยคำนั้นรุนแรงและร้อนรุ่มสวนทางกับนัยน์ตาสีน้ำแข็ง คาร์เตอร์ยังคงจำภาพเหตุการณ์ในอดีตได้ดี... ภาพของมารดาผู้ให้กำเนิดชาวไทยที่ต้องดิ่งตึกลงมาเสียชีวิตต่อหน้าต่อตาเขา หลังจากถูก พิชัย อัครเดโช หักหลังทางธุรกิจจนล้มละลายและไม่มีแม้แต่เงินรักษาอาการป่วย ความแค้นครั้งนั้นมันสลักลึกลงในกระดูก กดดันให้เด็กหนุ่มลูกครึ่งไร้หัวนอนในวันนั้นตะเกียกตะกายขึ้นมาเป็นมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลและนักธุรกิจที่ใคร ๆ ก็ต้องสยบยอมในวันนี้เพื่อกลับมาลากตระกูลอัครเดโชลงนรก!

เสียงเคาะประตูไม้สักบานยักษ์ดังขึ้นสามครั้ง ก่อนที่ มาร์คัส มือขวาคนสนิทร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำเรียบกริบจะก้าวเข้ามาในห้องอย่างนอบน้อม

“นายครับ...”

            มาร์คัสเอ่ยขึ้นน้ำเสียงราบเรียบ

“เอกสารการโอนกรรมสิทธิ์และสัญญาอายัดทรัพย์สินของตระกูลอัครเดโชทั้งหมดเรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้ทรัพย์สินทุกตารางนิ้วรวมถึงคฤหาสน์ของพวกมันตกเป็นของแอนเดอร์สัน กรุ๊ปอย่างสมบูรณ์แล้วครับ”

            คาร์เตอร์ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เขาเพียงยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแอลกอฮอล์ร้อนแรงบาดคอแต่กลับไม่ระคายความรุ่มร้อนในอกของเขาเลยสักนิด

“แล้วตัวไอ้พิชัยล่ะ?”

            น้ำเสียงของคาร์เตอร์แฝงความสะใจอย่างเด่นชัด

“อาการสาหัสครับ หมอบอกว่าเส้นเลือดในสมองแตกเฉียบพลัน ตอนนี้นอนเป็นอัมพฤกษ์อยู่ในห้อง ICU รวมที่โรงพยาบาลรัฐบาล สภาพสิ้นเนื้อประดาตัวจนไม่มีปัญญาแม้แต่จะจ่ายค่ายาจำเพาะครับ”

            มาร์คัสรายงานตามจริง คาร์เตอร์เค้นเสียงหัวเราะในลำคอเสียงหัวเราะที่ฟังดูเยือกเย็นและเหี้ยมเกรียมจนน่าขนลุก

“สมน้ำหน้ามัน... นอนรอความตายอย่างทรมานในที่โสมมแบบนั้น เหมาะสมกับเศษสวะอย่างมันที่สุดแล้ว! แต่แค่นั้นมันยังน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่มันทำไว้กับแม่ของฉัน!”

            ชายหนุ่มลูกครึ่งหมุนตัวกลับมาใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น นัยน์ตาสีฟ้าอมเทาวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล มาร์คัสขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะส่งซองเอกสารสีน้ำตาลอีกซองให้ผู้เป็นนาย

“นี่เป็นข้อมูลของ พิมพ์มาดา อัครเดโช ลูกสาวคนเดียวของมันครับ หลังจากเรียนจบเธอก็ไม่ได้ทำงานที่ไหนเพราะต้องคอยดูแลพ่อที่ป่วย และตอนนี้เธอเป็นคนเดียวที่ต้องรับผิดชอบหนี้สินทั้งหมดครับ”

            คาร์เตอร์กระชากซองเอกสารมาเปิดออกอย่างไร้ความปราณี เขาหยิบรูปถ่ายของพิมพ์มาดาขนาดสี่คูณหกนิ้วขึ้นมาจ้องมอง

ในภาพนั้น... พิมพ์มาดาอยู่ในชุดนักศึกษาสีขาวสะอาด ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววบริสุทธิ์และไร้เดียงสา รอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้าจิ้มลิ้มและผิวพรรณที่ขาวจัดสะกดสายตาของคาร์เตอร์ให้หยุดนิ่งไปชั่วอึดใจความอ่อนหวานของเธอช่างตัดกับโลกสีดำสนิทอันโสมมของเขาโดยสิ้นเชิง

หัวใจของคาร์เตอร์กระตุกไหววูบหนึ่ง... เขายังจำเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ผมเปียที่ชอบวิ่งตามเขาต้อย ๆ และเรียกเขาว่า “พี่คาร์เตอร์” ได้เป็นอย่างดี ทว่าความรู้สึกอ่อนโยนนั้นถูกความเกลียดชังอันบ้าคลั่งเข้าบดบังทันทีในวินาทีต่อมา

“หึ... พิมพ์มาดา”

            คาร์เตอร์บดขยี้รูปถ่ายในมือจนยับยู่ยี่ด้วยแรงอารมณ์อันรุนแรง

“โตขึ้นมาสวยดีนี่... สวยพอที่จะเป็นเครื่องระบายอารมณ์ให้ฉันได้เลยล่ะ!”

“จะให้ผมส่งคนไปจับตัวเธอมาเลยไหมครับนาย?”

            มาร์คัสถาม

“ไม่จำเป็น...”

            คาร์เตอร์โยนเศษรูปถ่ายที่ยับยู่ยี่ลงบนโต๊ะทำงานอย่างไม่ใยดี

“คนอย่างพิมพ์มาดามันรักพ่อของมันยิ่งกว่าชีวิตตัวเอง ถ้ารู้ว่าพ่อกำลังจะโดนถอดเครื่องช่วยหายใจและโดนส่งเข้าคุกตาราง... ผู้หญิงอ่อนแอและโง่เง่าแบบนั้นจะทำยังไงได้ นอกเสียจากต้องคลานเข่าเข้ามากราบกรานแทบเท้าฉันเอง!”

            ร่างสูงก้าวเดินไปที่โต๊ะทำงานหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมาควงเล่น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความกระหายชัยชนะและความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอย่างบ้าคลั่ง

“ฉันจะต้อนเธอให้จนมุม... พิมพ์มาดา ฉันจะทำให้รู้ว่าการต้องตกเป็นทาสกามและทาสบำเรอแค้นของคนที่เคยรัก... มันรวดร้าวและเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าความตายร้อยเท่าพันเท่า!”

            คาร์เตอร์แสยะยิ้มร้ายกาจที่มุมปากดวงตาสีฟ้าอมเทาไม่มีความปราณีหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย เขากำลังเฝ้ารอ... รอเวลาที่เหยื่อสาวแสนสวยจะเดินเข้ามาติดกับดักในกรงทองของปีศาจอย่างเขาด้วยตัวของเธอเอง!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป