บทที่ 4 กรงทองเคลื่อนที่ท่ามกลางสายฝน
บรรยากาศภายในรถลีมูซีนสีดำขลับเงียบสงบจนได้ยินเพียงเสียงฝนตกกระทบกระจกด้านนอกอย่างบ้าคลั่ง ความอุ่นระอุจากเครื่องปรับอากาศราคาแพงไม่ได้ช่วยให้พิมพ์มาดารู้สึกอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ร่างกายบอบบางในชุดเสื้อผ้าเปียกปอนนั่งสั่นสะท้านอยู่บนเบาะหนังนุ่มหยาดน้ำฝนผสมโคลนไหลหยดจากปลายผมลงสู่พื้นรถที่สะอาดเอี่ยมแต่เธอกลับไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
ข้างกายเธอคือ คาร์เตอร์ แอนเดอร์สัน ชายหนุ่มลูกครึ่งผู้เปรียบเสมือนฝันร้ายที่ตื่นมาพบเจอ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนื้อดีนั่งไขว่ห้างอย่างทอดอารมณ์นัยน์ตาสีฟ้าอมเทาเย็นชาปานน้ำแข็งจ้องมองดวงหน้าซีดเซียวของเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม มือหนาเรียวยาวเลื่อนไปหยิบแก้วบรั่นดีขึ้นจิบช้า ๆ กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกผสมกลิ่นบุหรี่หรูอบอวลไปทั่วห้องโดยสาร
“มองหน้าฉันทำไม? คิดว่าการกระทำน่าสงสารของเธอจะทำให้ฉันใจอ่อนเหรอ พิมพ์มาดา?”
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบกระแทกเข้ากลางใจของหญิงสาว คาร์เตอร์ละสายตาจากแก้วเหล้ามาจ้องมองเธอตรง ๆ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มสมเพช
“พิม... พิมแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมพี่คาร์เตอร์ต้องทำถึงขนาดนี้”
เสียงหวานสั่นเครือน้ำตาเอ่อคลอสองเต้าตาโศก
“เรื่องในอดีตระหว่างพ่อกับแม่ของพี่... พิมไม่เคยรู้เรื่องเลย ทำไมพี่ต้องเอาความแค้นมาลงที่พ่อกับพิมด้วยคะ?”
“หยุดเรียกฉันว่าพี่!”
หมับ!
คาร์เตอร์ตวาดลั่นพร้อมกับเอื้อมมือหนามากระชากกลุ่มผมเปียกชื้นของพิมพ์มาดาอย่างแรงจนดวงหน้าหวานเชิดขึ้นรับสายตาเกรี้ยวกราด แรงบีบที่หนังศีรษะทำให้พิมต้องเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวด
“ปากอัปยศของเธอไม่มีสิทธิ์มาเรียกฉันแบบนั้น! และอย่ามาทำเป็นไร้เดียงสาหน่อยเลยพิมพ์มาดา สันดานตระกูลอัครเดโชมันก็เลวเหมือนกันหมด! พ่อเธอเสพสุขบนกองเงินที่โกงแม่ฉันไปจนแม่ฉันต้องกระโดดตึกตายอย่างอนาถา! แล้วเธอ... ในฐานะลูกสาวสุดที่รักของมัน เธอคิดว่าจะได้เสวยสุขอยู่บนน้ำตาของแม่ฉันได้ฟรี ๆ งั้นเหรอ!”
“ฮึก... พิมขอโทษ...”
พิมพ์มาดาสะอื้นไห้น้ำตาไหลอาบแก้มเนียนไปสัมผัสกับหลังมือหนาของเขา
“แต่พ่อกำลังจะตายนะคะพี่... คาร์เตอร์ พ่อเป็นอัมพฤกษ์แล้ว ได้โปรด... เมตตาพ่อด้วย”
“เมตตา?”
คาร์เตอร์เค้นเสียงหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นมีเพียงความเหี้ยมเกรียม
“คำนั้นมันไม่มีในพจนานุกรมของฉัน! วันนี้ฉันจะทำให้เธอรู้ว่าการต้องร้องขอชีวิตจากคนที่เธอเกลียด... มันทรมานขนาดไหน!”
เขาสะบัดมือออกอย่างแรงจนศีรษะของพิมพ์มาดากระแทกกับกระจกประตูรถ หญิงสาวกอดกระเป๋าผ้าแน่นร้องไห้ออกมาอย่างหมดทางสู้ขณะที่รถหรูแล่นทะยานเข้าสู่ลานจอดรถใต้ดินของคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ใจกลางเมือง
ประตูลิฟต์ส่วนตัวเปิดออกสู่ชั้นบนสุดของตึกสูง เพนต์เฮาส์หรูหราขนาดใหญ่ถูกตกแต่งด้วยโทนสีดำ-เทา ให้ความรู้สึกมืดมน ลึกลับและน่ายำเกรง ร่างของพิมพ์มาดาถูกคาร์เตอร์ลากกระชากแขนเข้ามาภายในห้องโดยไม่แคร์ว่าเธอจะล้มลุกคลุกคลานอย่างไร
ผลัก!
ร่างบอบบางถูกโยนลงบนโซฟาหนังแท้สีดำสนิทกลางห้องโถงกว้าง พิมพ์มาดาพยุงตัวขึ้นอย่างยากลำบาก รอยถลอกที่หัวเข่าและฝ่ามือส่งกระแสปวดแสบปวดร้อนขึ้นมาอีกครั้ง เธอจ้องมองชายหนุ่มที่กำลังปลดเนกไทและกระดุมเสื้อเชิ้ตออกอย่างช้า ๆ ด้วยความหวาดหวั่น
“ที่นี่... คือที่ไหนคะ?”
“กรงขังของเธอไงล่ะ”
คาร์เตอร์โยนเนกไททิ้งลงบนโต๊ะกระจกอย่างไม่ใยดี ก่อนจะเดินไปหยิบแฟ้มเอกสารสีดำหนาปึกมาจากโต๊ะทำงานแล้วโยนมันลงบนตักของพิมพ์มาดา
เพียะ!
แฟ้มเอกสารกระแทกเข้ากับหน้าตักของเธออย่างจัง พิมพ์มาดามองหน้ากระดาษเหล่านั้นด้วยหัวใจที่เต้นระทึก
“เปิดดูซะ! นั่นคือสัญญาการชำระหนี้สินทั้งหมดของตระกูลเธอ รวมถึงเอกสารการถอนฟ้องคดีอาญาของไอ้พิชัยด้วย”
คาร์เตอร์เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านคุมคามบดบังแสงไฟจนเกิดเงาทับร่างของเธอ
พิมพ์มาดาใช้นิ้วมือที่สั่นเทาเปิดเอกสารดูสายตาโศกอ่านเนื้อหาในสัญญาอย่างรวดเร็ว หนี้สินรวมกว่าร้อยล้านบาท เอกสารการยึดทรัพย์และข้อตกลงประนีประนอมยอมความ... แต่ทว่า เมื่อสายตาของเธอเลื่อนมาถึงหน้าสุดท้ายตัวอักษรที่ระบุเงื่อนไขสำคัญกลับทำให้เธอต้องหยุดชะงักลมหายใจสะดุดกึก
ข้อที่ 4: ผู้รับยินยอม (พิมพ์มาดา อัครเดโช) จะต้องตกเป็น “ทรัพย์สินส่วนตัว” และตกอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ถือสัญญา (คาร์เตอร์ แอนเดอร์สัน) โดยไม่มีเงื่อนไข มีหน้าที่ปรนเปรอและรับใช้ความพึงพอใจทางร่างกายและจิตใจของผู้ถือสัญญาจนกว่าจะได้รับการปลดปล่อย
“นี่มัน... อะไรกันคะ?”
พิมพ์มาดาช้อนสายตาขึ้นมองเขาด้วยความตื่นตระหนก
“ทาสบำเรอ... งั้นเหรอ?”
“ใช้คำได้ถูกต้องนี่”
คาร์เตอร์เหยียดยิ้มร้ายกาจ ก้าวขาขึ้นมาบนโซฟาแล้วบีบขากรรไกรของเธอไว้แน่นด้วยมือเดียว
“ถ้านึกภาพไม่ออก ฉันจะอธิบายให้ฟังง่าย ๆ... เธอจะต้องมาเป็น 'นางบำเรอ' ของฉัน! ยอมรับใช้ฉันบนเตียง ยอมให้ฉันกระทำย่ำยีอังไงก็ได้ตามใจชอบ โดยที่เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธแม้แต่ครั้งเดียว!”
