บทที่ 7 กฎของเจ้าของชีวิต

“พิมทราบดีค่ะ...”

            หยาดน้ำตาคลอเบ้าตาโศก แต่พิมพยายามไม่ปล่อยให้มันไหลร่วงลงมา

“พิมทราบดีว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร คุณคาร์เตอร์ไม่ต้องคอยตอกย้ำหรอกค่ะ”

“ทำไม? รับความจริงไม่ได้เหรอ?”

            คาร์เตอร์เหยียดยิ้มร้ายกาจโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน นัยน์ตาสีฟ้าอมเทาวาวโรจน์ด้วยความเกรี้ยวกราดเมื่อเห็นแววตาอดทนสู้คนของเธอ

“สะอิดสะเอียนเหรอที่ต้องมานอนใต้ร่างฉัน? แต่จำไว้ว่าร่างกายของเธอ... ลมหายใจของเธอ... รวมถึงชีวิตพ่อของเธออยู่ในกำมือฉัน!”

            มือหนาอีกข้างเลื่อนลงมาเกาะกุมลาดไหล่เนียน บีบเฟ้นเนื้อนุ่มอย่างหนักหน่วงจนพิมพ์มาดาต้องสะกิดกายด้วยความเจ็บ

“ฟังข้อตกลงและกฎของฉันให้ดี พิมพ์มาดา!”

            น้ำเสียงของเขาดุดันและกร้าวร้าวดุจคำสั่งของจักรพรรดิ

“ข้อแรก... เธอ ต้องอยู่นิ่ง ๆ ในกรงทองแห่งนี้ ห้ามก้าวขาออกจากห้องโดยไม่ได้รับอนุญาตจากฉัน ห้ามติดต่อใครทั้งนั้น”

“ข้อสอง... เมื่อฉันกลับมาที่นี่เธอต้องพร้อมรับใช้ฉันทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบนเตียงหรือเรื่องอะไรก็ตามที่ฉันสั่ง”

“และข้อสุดท้าย... ข้อที่สำคัญที่สุด...”

            คาร์เตอร์ใช้นิ้วหัวแม่มือบดขยี้ริมฝีปากล่างของเธอจนเจ็บระบม แววตาของเขามืดมนลงอย่างน่ากลัว

“อย่าเสแสร้งทำเป็นรักฉันเหมือนในอดีตอีก! อย่ามาใช้สายตาโศกเศร้าคู่เดิมมองฉันเพื่อขอความสงสาร! เพราะฉันเกลียดเธอ... เกลียดทุกอย่างที่เป็นตระกูลอัครเดโช! ความรักจอมปลอมของเธอ มันน่าขยะแขยง!”

            พิมพ์มาดารู้สึกเหมือนหัวใจถูกกรีดเป็นชิ้น ๆ คำว่า 'เกลียด' จากปากของชายที่เป็นรักแรกและรักเดียวในชีวิตมันรุนแรงยิ่งกว่าดาบที่แทงเข้ากลางอก แต่เธอกลับทำได้เพียงกลืนก้อนเนื้อร้ายแห่งความเจ็บปวดลงคอ

“ค่ะ... พิมเข้าใจแล้ว”

            พิมพ์มาดาตอบเสียงแผ่ว

“พิมจะไม่ทำให้คุณคาร์เตอร์ต้องรำคาญใจ... พิมจะทำตามกฎทุกอย่าง”

            คาร์เตอร์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นปฏิกิริยาที่ราบเรียบของเธอ ไม่มีคำกรีดร้อง ไม่มีคำอ้อนวอนอย่างที่เขาคาดหวัง มีเพียงแววตาโศกเศร้าที่ลึกล้ำราวกับมหาสมุทรที่พร้อมจะจมลงสู่ความเงียบงัน ความรู้สึกหงุดหงิดระดมขึ้นในอกของเขาอย่างไร้สาเหตุ เขาเกลียดที่เห็นเธอทำตัวเหมือนยอมรับชะตากรรม เกลียดที่เธอไม่ดิ้นรนขัดขืนอย่างที่ควรจะเป็น!

“หึ... ปากดีให้ได้อย่างนี้ตลอดก็แล้วกัน!”

หมับ!

            คาร์เตอร์รวบเอวบางของเธอเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วและรุนแรง จนแผ่นอกนุ่มนิ่มกระแทกเข้ากับแผงอกแกร่งของเขาอย่างจัง พิมพ์มาดาร้องอุทานด้วยความตกใจมือบางยกขึ้นดันอกกว้างไว้ตามสัญชาตญาณ

“คุณคาร์เตอร์! จะทำอะไรคะ?!”

“ตรวจสอบของเล่นไงล่ะ!”

            เขาตวาดเสียงพร่าสายตาจ้องมองริมฝีปากสั่นระริกของเธอด้วยความกระหาย

“เมื่อคืนเธออาจจะเจ็บ... แต่สัญญาไม่ได้บอกนี่ว่าฉันต้องเว้นช่วงให้เธอพัก!”

            ไม่เปิดโอกาสให้พิมพ์มาดาได้อ้อนวอนหรือขัดขืน คาร์เตอร์ก้มลงบดขยี้ริมฝีปากของเธออย่างป่าเถื่อนและเร่าร้อน จูบของเขาไร้ซึ่งความอ่อนโยนมีแต่แรงบีบคั้นความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของและไฟสวาทที่โหมกระหน่ำ ลิ้นหนาแทรกไชเข้าไปในโพรงปากหวานตักตวงความหวานและดูดดึงลิ้นเล็กอย่างหิวโหย

“อื้อ!... อ่อย...”

            พิมพ์มาดาส่งเสียงครางประท้วงในลำคอพยายามดิ้นรน แต่แขนแกร่งปานคีมเหล็กกลับรัดเอวเธอไว้แน่นจนแทบไร้อากาศหายใจ

คาร์เตอร์อุ้มร่างบอบบางขึ้นในท่าอุ้มแตงอย่างง่ายดาย พิมพ์มาดาต้องรีบใช้แขนเรียวเกี่ยวคอเขาไว้ด้วยความกลัวตก ชายหนุ่มพาเธอตรงไปที่โซฟาตัวยาวกลางห้องโถงโยนร่างของเธอลงบนเบาะนุ่มอย่างไม่ปรานีตก่อนจะทาบทับตามลงมาทันที

สายเดี่ยวผ้าซาตินเนื้อบางถูกคาร์เตอร์ใช้นิ้วเกี่ยวเลื่อนลงมาจากลาดไหล่เนียนอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มคู่สวยที่ไร้ปราการปกปิดยอดปทุมสีหวานชูชันต้านลมเย็นภายในห้อง คาร์เตอร์จ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยสายตาพร่ามัวความต้องการทางกายพวยพุ่งขึ้นสูงอย่างควบคุมไม่ได้

“ฮึก... คุณคาร์เตอร์... ตอนนี้มันกลางวันอยู่นะคะ...”

            พิมพ์มาดาพยายามยกมือขึ้นปิดบังหน้าอกด้วยความอับอาย หยาดน้ำตาเริ่มไหลซึมจากขอบตา

“แล้วยังไง?!”

            คาร์เตอร์ปัดมือเธอออกอย่างไม่ใยดีก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น บดขยี้ริมฝีปากและฟันลงบนผิวเนื้อนุ่มจนเกิดรอยแดงช้ำรอยใหม่ตอกย้ำรอยเดิมเมื่อคืน

“ฉันบอกเธอแล้วไง ว่าฉันจะทำอะไรกับเธอเมื่อไหร่ก็ได้! ที่นี่คือบ้านฉันเธอเป็นของฉัน!”

            เขาครอบครองยอดอกข้างหนึ่งด้วยปากหนาทันที ลิ้นร้อนระเบียดเลียและบดขยี้อย่างเร่าร้อน มืออีกข้างบีบเค้นทรวงอกอีกข้างอย่างหนักหน่วง พิมพ์มาดาบิดเกร็งร่างกายด้วยความเสียวซ่านและเจ็บปวดปะปนกัน เสียงครางหวานแผ่วเบาเล็ดลอดออกจากริมฝีปากอย่างห้ามไม่ได้

“อ๊ะ!... อื้อ... คุณคาร์เตอร์... อย่า...”

“ครางชื่อฉันสิพิมพ์มาดา!”

            คาร์เตอร์ผละใบหน้าขึ้นมาสั่งเสียงพร่า นัยน์ตาสีฟ้าอมเทาดุร้าย

“ครางชื่อคนที่กำลังเหยียบย่ำเธออยู่ดเดี๋ยวนี้!”

“ฮึก... ไม่...”

            พิมพ์มาดาส่ายหน้าเม้มริมฝีปากแน่นพยายามรักษาสติและเกียรติยศชิ้นสุดท้ายเอาไว้

การปฏิเสธของเธอเท่ากับเติมน้ำมันลงในกองไฟ คาร์เตอร์เหยียดยิ้มเหี้ยมเกรียมปลดปราการท่อนล่างของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะจับขาเรียวทั้งสองข้างของเธอแยกออก แล้วแทรกตัวเข้ามาระหว่างกลางกายสาว

พรวด!

“อื้ออออ! เจ็บ!”

            แก่นกายใหญ่โตและร้อนระอุถูกแทรกเสือกเข้าไปในกายสาวอย่างรุนแรงและรวดเร็วโดยไม่มีการเล้าโลมเบิกทาง ความแน่นหนาและอุ่นร้อนภายในทำให้พิมพ์มาดากรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ร่างกายบอบบางเกร็งกระตุกมือบางจิกเล็บลงบนไหล่กว้างของเขาจนขึ้นรอยแดง

คาร์เตอร์ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อสัมผัสได้ถึงความรัดแน่นตึงเปรี๊ยะภายใน ร่างกายของเธอยังคงบอบช้ำจากเมื่อคืน แต่ไฟแค้นและความต้องการกลับสั่งให้เขาไม่หยุดยั้งชายหนุ่มเริ่มขยับสะโพกสอบเข้าออกอย่างหนักหน่วงและป่าเถื่อนทันที

พั่บ! พั่บ! พั่บ!

            เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสะท้อนไปทั่วห้องโถงกว้าง คาร์เตอร์กระแทกกายเข้าหาเธออย่างลึกซึ้งและรุนแรง ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดและความต้องการครอบครอง พิมพ์มาดาโยกคลอนไปตามแรงกระแทกอันหนักหน่วงหยาดน้ำตาไหลอาบแก้มเนียนไปไม่ขาดสาย

“อ่า... พิมพ์มาดา! แน่นชะมัด!”

            คาร์เตอร์ครางเสียงต่ำในลำคอ บีบเค้นเอวบางไว้แน่นเพื่อรองรับจังหวะอันเร่าร้อน

“ฮึก... พอแล้ว... พิมเจ็บ... ได้โปรด...”

            เธออ้อนวอนเสียงสั่นเครือร่างกายของเธอเริ่มตอบสนองต่อสัมผัสป่าเถื่อนของเขาอย่างทรยศ ความเจ็บปวดเริ่มกลายเป็นความเสียวซ่านที่โหมกระหน่ำจนสมองของเธอขาวโพน

คาร์เตอร์ไม่ฟังคำขอร้อง เขาก้มลงบดจูบเธออีกครั้ง บังคับให้เธอรับสัมผัสอันป่าเถื่อนไปพร้อม ๆ กับเขา สะโพกสอบเร่งจังหวะความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงจุดสูงสุด ชายหนุ่มเกร็งกระตุกไปทั้งร่าง ปลดปล่อยสายธารรักร้อนระอุเข้าสู่กายสาวจนล้นทะลัก

“อ๊าาาา!”

            คาร์เตอร์ทับร่างลงบนตัวเธอลมหายใจหอบเหนื่อยรดซอกคอหอมกรุ่น พิมพ์มาดานอนนิ่งหมดแรงอยู่ใต้ร่างหนา ร่างกายสั่นสะท้านและเต็มไปด้วยคราบน้ำตาและความเปียกชื้น

ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องโถงกว้างอีกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงหอบหายใจของคนทั้งสอง

            คาร์เตอร์ยันกายลุกขึ้นยืนจัดการแต่งกายของตัวเองให้เรียบร้อยอย่างรวดเร็ว เขามองดูร่างบอบบางของพิมพ์มาดาที่นอนตะแคงข้างอยู่บนโซฟา สภาพชุดเดรสผ้าซาตินหลุดลุ่ยขาเรียวขาวมีรอยรักสีเข้มและหยาดน้ำรักไหลซึมออกมาอย่างน่าเวทนา

แววตาของคาร์เตอร์ไหววูบไปชั่วครู่หนึ่งเมื่อเห็นน้ำตาที่ยังคงไหลร่วงลงบนเบาะโซฟาของเธอ ความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจแล่นผ่านหัวใจ แต่ชายหนุ่มก็รีบกลบมันด้วยความชาเย็น

“ไปล้างตัวซะ...”

            คาร์เตอร์เอ่ยน้ำเสียงเรียบเฉย

“แล้วอย่าลืมกินยาคุมที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงในห้องด้วย”

            คำว่า 'ยาคุม' ตอกย้ำความสัมพันธ์อันไร้ค่าของเธออย่างชัดเจน เขาไม่เคยคิดจะให้เธอมีทายาท หรือมีความสำคัญใด ๆ ในชีวิตเขาทั้งสิ้น

พิมพ์มาดาไม่ตอบเธอเพียงแค่ค่อย ๆ พยุงกายที่บอบช้ำลุกขึ้นนั่ง ดึงเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยขึ้นมาปกปิดร่างกายอย่างยากลำบากสายตาโศกมองตรงไปข้างหน้าด้วยความว่างเปล่า

            คาร์เตอร์มองท่าทางไร้วิญญาณของเธอแล้วขมวดคิ้วแน่น ชายหนุ่มหมุนตัวเดินตรงไปยังประตูหน้าบ้านก่อนจะหยุดชะงักและหันกลับมาพูดทิ้งท้ายไว้ด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม

“ยินดีต้อนรับสู่กรงทองของฉัน... พิมพ์มาดา ชดใช้กรรมของเธอซะ!”

ประตูหน้าบ้านปิดลงเสียงดัง ปัง! ทิ้งให้พิมพ์มาดานั่งอยู่เพียงลำพังท่ามกลางความเงียบงันและความหนาวเย็นของเพนต์เฮาส์

หยาดน้ำตาไหลทะลักออกมาอย่างกั้นไม่อยู่เธอซบหน้าลงกับเข่า ร้องไห้ออกมาอย่างสุดเสียงโดยไม่มีใครได้ยิน ชีวิตของเธอในกรงทองแห่งนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นและเธอรู้ดีว่านับจากนี้ไป หัวใจและร่างกายของเธอจะต้องถูกอสูรร้ายอย่าง คาร์เตอร์ แอนเดอร์สัน บดขยี้จนแหลกลาญยิ่งกว่านี้อีกหลายเท่าพันเท่า!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป