บทที่ 9 ทัณฑ์ราคะในความมืด (NC)
“ทำไมทำหน้าเหมือนจะตายแบบนั้นล่ะพิมพ์มาดา?”
คาร์เตอร์ใช้นิ้วบีบขากรรไกรของเธอแน่นขึ้นจนร่างบางเบ้หน้าด้วยความเจ็บ
“ทำมาเป็นบีบน้ำตา... ทั้ง ๆ ที่เมื่อตอนกลางวันเธอก็ตอบสนองฉันได้ดีไม่ใช่เหรอ? ร่างกายร่าน ๆ ของเธอมันร่อนรับฉันจนฉ่ำไปหมด!”
“ฮึก... พอเถอะค่ะคุณคาร์เตอร์...”
พิมพ์มาดาอ้อนวอน น้ำตาไหลร่วงผ่านนิ้วมือของเขา
“อย่าพูดจาดูถูกพิมแบบนี้เลย... พิมมาอยู่ที่นี่ ยอมทำตามสัญญาทุกอย่างแล้ว ได้โปรดเหลือศักดิ์ศรีให้พิมบ้าง...”
“ศักดิ์ศรี?!”
คาร์เตอร์ตวาดลั่นเสียงของเขาดังสนั่นไปทั่วห้องนอนกว้าง นัยน์ตาสีฟ้าอมเทาวาวโรจน์ไปด้วยไฟโทสะ
“เธอยังมีหน้ามาถามหาศักดิ์ศรีจากฉันอีกเหรอพิมพ์มาดา?! ตอนที่พ่อเธอโกงเงินแม่ฉันจนหมดตัว ตอนที่แม่ฉันร้องไห้อ้อนวอนแทบเท้าพ่อเธอ แต่โดนไล่ออกมาเหมือนหมาข้างถนน... พ่อเธอเคยเหลือศักดิ์ศรีให้แม่ฉันไหม?! แม่ฉันต้องกระโดดตึกตายอย่างอนาถาต่อหน้าต่อตาฉันตอนอายุสิบสอง!”
เขาตบฝ่ามือลงบนเตียงหนานุ่มเสียงดัง ปัง! จนเธอสะดุ้งตัวโยน
“น้ำตาของเธอในวันนี้ มันยังไม่ได้เศษเสี้ยวของหยาดเลือดที่แม่ฉันต้องเสียไปเลยด้วยซ้ำ!”
คาร์เตอร์กระชากร่างบอบบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกนุ่มนิ่มปะทะกับแผงอกเกร็ง
“จำใส่หัวเธอไว้พิมพ์มาดา... เธอไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรทั้งนั้น! เธอเป็นแค่ 'สิ่งของชดใช้หนี้แค้น' ที่ฉันจะกระทำย่ำยียังไงก็ได้! ถ้าฉันสั่งให้คลานเธอก็ต้องคลาน! ถ้าฉันสั่งให้ครางเธอก็ต้องคราง!”
พิมพ์มาดามองใบหน้าหล่อเหลาที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นของเขาด้วยความรู้สึกรวดร้าวลึกซึ้ง หัวใจของเธอแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ
ความจริงอันน่าเศร้าคือ... เธอไม่สามารถเกลียดเขาได้เลย แม้เขาจะทำร้ายเธอขนาดไหน เพราะเธอกระจ่างแจ้งแล้วว่าบาดแผลในอดีตของเขามันสาหัสเพียงใด แต่ทำไม... ทำไมพระเจ้าถึงต้องลงโทษให้เธอเป็นผู้รับบาปทั้งหมดนี้เพียงลำพังด้วย?
“ถ้าการทำร้ายพิม... จะช่วยลดความแค้นในใจของคุณคได้...”
พิมพ์มาดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดวงตาโศกจ้องมองเขาด้วยความยินยอมอย่างน่าเวทนา
“พิมก็ยอมค่ะ... ทำเลยค่ะ ย่ำยีพิมให้พอใจคุณเลย...”
คำพูดและสายตาที่ยอมจำนนอย่างจริงใจของเธอแทนที่จะทำให้คาร์เตอร์รู้สึกสะใจ กลับยิ่งทำให้ไฟอารมณ์บ้าคลั่งในอกของเขาโหมกระหน่ำขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้! เขาเกลียดสายตาคู่นี้... สายตาที่มองเขาด้วยความรักและความสงสาร มันทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นปีศาจที่พ่ายแพ้ให้กับความบริสุทธิ์ของเธอ!
“งั้นก็อย่าร้องขอความเมตตาแล้วกัน!”
แคว่ก!
ฝ่ามือหนากระชากสายเดี่ยวชุดนอนผ้าซาตินสีขาวจนขาดสะบั้นออกเป็นสองท่อนในพริบตา! เนื้อผ้าบางเบาหลุดลุ่ยออกจากเรือนร่างบอบบาง เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มขาวจัดยอดปทุมสีหวานชูชันต้านอากาศหนาวเย็นภายในห้อง คาร์เตอร์ไม่รอช้าเหวี่ยงร่างของเธอลงบนเตียงนุ่มอย่างป่าเถื่อนก่อนจะทาบทับเรือนร่างสูงใหญ่กำยำลงมาทันที
“อื้อ!... คุณคาร์เตอร์!”
พิมพ์มาดาร้องอุทานด้วยความตกใจ เมื่อความหนาวเย็นของอากาศปะทะกับผิวเนื้อเปลือยเปล่า
คาร์เตอร์กดข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียว มืออีกข้างเลื่อนลงไปกระชากกางเกงในตัวจิ๋วของเธอออกอย่างรวดเร็วและไร้ความปรานี ร่างกายเปลือยเปล่าของพิมพ์มาดาปรากฏแก่สายตาของเขาอีกครั้งท่ามกลางแสงไฟสลัว
นัยน์ตาสีฟ้าอมเทาจ้องมองเรือนร่างอรชรไร้ที่ติด้วยความหลงใหลปนกระหาย เขาซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นบดขยี้ริมฝีปากและฟันลงบนผิวเนื้อนุ่มอย่างหนักหน่วง กดจูบและทำรอยรักสีเข้มช้ำไปทั่วลำคอระหงและลาดไหล่เนียน
“อ๊ะ!... เจ็บ! คุณคาร์เตอร์... พิมเจ็บ...”
ร่างขาวบางบิดเกร็งร่างกาย ส่งเสียงครางประท้วงยามที่ฟันคมของเขากดลงบนเนื้อสาว
“จำรอยพวกนี้ไว้!”
คาร์เตอร์ผละใบหน้าขึ้นมาพร่าชิดใบหูของเธอ
“ตอกย้ำให้แกรู้ว่าเธอเป็นทาสของใคร!”
เขาละริมฝีปากลงมาครอบครองยอดอกชูชันข้างหนึ่งทันที ลิ้นร้อนระเบียดเลียและบดขยี้อย่างหิวโหยดุดัน มือหนาบีบเค้นเต้าทรวงอวบอิ่มอีกข้างอย่างแรงจนเนื้อนุ่มล้นออกตามรอยนิ้วมือ คาร์เตอร์ดูดดึงยอดอกของเธออย่างหนักหน่วงราวกับเด็กทารกที่กระหายน้ำนมปนกับสัตว์ป่าที่คลั่งแค้น
“อ๊า!... อื้อออ!”
พิมพ์มาดาแหงนหน้าขึ้นร่างกายสะท้อนเกร็งด้วยความเสียวซ่านรุนแรงที่โหมกระหน่ำ ความเจ็บปวดจากการบีบเค้นปนเปื้อนไปกับกระแสความวาบหวามที่วิ่งเกลียวไปทั่วท้องน้อย ยอดอกของเธอชูชันตอบรับสัมผัสป่าเถื่อนของเขาอย่างทรยศ
คาร์เตอร์ปล่อยข้อมือเธอออก เลื่อนมือลงมาสัมผัสใจกลางความเป็นหญิงที่อุ่นร้อนและเริ่มมีความเปียกชื้นซึมออกมา ชายหนุ่มเหยียดยิ้มร้ายกาจเมื่อเห็นปฏิกิริยาของร่างกายเธอ
“ปากบอกว่าเจ็บ... แต่ตรงนี้ของเธอกลับแฉะรอรับฉันแล้วไม่ใช่หรือไงพิมพ์มาดา?”
คำพูดหยาบโลนทำเอาพิมหน้าแดงปลั่งด้วยความอับอาย
“พิมไม่ได้... อื้อ!”
ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้แก้ตัว คาร์เตอร์ใช้นิ้วเรียวยาวสองนิ้วสอดแทรกเข้าไปในกายสาวที่ยังบอบช้ำอย่างรุนแรงและรวดเร็ว!
พรวด!
“ฮี้ก!... เจ็บ!”
พิมพ์มาดากรีดร้องร่างกายเกร็งตึงช่องทางรักอันแคบแน่นตอดรัดนิ้วมือของเขาไว้แน่น คาร์เตอร์ขยับนิ้วเข้าออกอย่างหนักหน่วง เร่งจังหวะงัดงอนิ้วกระตุ้นจุดกระสันภายในอย่างป่าเถื่อน
พั่บ! พั่บ!
“อ๊าย!... คุณคาร์เตอร์... ถอนออกไป... พิมไม่ไหว... อื้อ!”
พิมพ์มาดาส่ายหน้าไปมาบนหมอนหนานุ่มร้องไห้ออกมาด้วยความเสียวซ่านปนเจ็บปวด ร่างกายบอบบางบิดเกร็งสะโพกมนลอยขึ้นจากพื้นเตียงตามจังหวะชักนำของเขา ความรู้สึกวูบวาบคล้ายไฟช็อตวิ่งเกลียวไปทั่วร่างสติสัมปชัญญะของเธอเริ่มพร่ามัวลงเรื่อย ๆ
คาร์เตอร์จ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังทรมานปนสุขสมของเธอด้วยความกระหาย ชายหนุ่มจัดการปลดปราการท่อนล่างของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว แก่นกายใหญ่โตดุจท่อนเหล็กร้อนระอุดีดตัวออกมาประจันหน้ากับความว่างเปล่า
เขาจับขาเรียวขาวทั้งสองข้างของพิมพาดไว้บนไหล่กว้างของตัวเอง เผยให้เห็นกลีบเนื้อสาวสีหวานที่บวมแดงและเปียกชุ่มต่อสายตา
“มองดูไว้พิมพ์มาดา...”
คาร์เตอร์จ่อความใหญ่โตไว้ที่ปากทางรัก นัยน์ตาสีฟ้าอมเทาจ้องมองดวงตาโศกของเธออย่างไม่ลดละ
“ดูว่าสิ่งนี้... มันกำลังจะเข้าไปทลายร่างกายของเธอยังไง!”
พรวด!
“กรี๊ดดดด! อื้ออออ!”
คาร์เตอร์ตอกแก่นกายใหญ่โตแทรกเสือกเข้าไปในกายสาวจนสุดความยาวในรวดเดียว! ความใหญ่โตรุนแรงทำให้ช่องทางรักแทบฉีกขาด ร่างบางกรีดร้องสุดเสียงร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง มือบางทั้งสองข้างจิกเกร็งลงบนฟูกเตียงแน่นจนข้อขนซีดขาวหยาดน้ำตาไหลทะลักออกมาปานสายเลือด
ความแน่นหนาและอุ่นร้อนภายในรัดแก่นกายของคาร์เตอร์จนชายหนุ่มต้องซี้ดปากครางเสียงพร่าในลำคอ
“อ่าสสส!... แน่นเหลือเกินพิมพ์มาดา! ร่างกายเธอมันเกิดมาเพื่อรองรับฉันคนเดียวจริง ๆ!”
คาร์เตอร์ไม่รอให้เธอได้ปรับตัว ชายหนุ่มเริ่มกระแทกสะโพกสอบเข้าออกอย่างหนักหน่วงรุนแรง และรวดเร็วทันที!
พั่บ! พั่บ! พั่บ!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นลั่นห้องนอนใหญ่ ท่ามกลางความมืดสลัวและเสียงฝนตกปรอย ๆ ด้านนอก คาร์เตอร์โถมกายเข้าหาเธออย่างบ้าคลั่งดั่งพายุหมุนทุกจังหวะที่แทรกเสือกเข้ามาลึกซึ้งและป่าเถื่อนจนร่างบอบบางของพิมโยกคลอนไปตามแรงอารมณ์เนินอกอวบอิ่มสั่นไหวอย่างน่าเย้ายวน
“อ๊ะ!... อ๊ะ!... คุณคาร์เตอร์... เบา ๆ... พิมจะแตกอยู่แล้ว... อื้อ!”
พิมพ์มาดาครางระส่ำเสียงหวานสั่นเครือปนเสียงสะอื้น ความเจ็บปวดในตอนแรกถูกความเสียวซ่านเร่าร้อนกลืนกินจนหมดสิ้นไฟสวาทอันป่าเถื่อนที่เขาเป็นคนจุด บัดนี้เผาผลาญสติสัมปชัญญะของเธอจนหมดสิ้น ร่างกายของเธอตอบสนองการกระแทกกระทั้นของเขาอย่างอัตโนมัติสะโพกมนขยับรับจังหวะป่าเถื่อนของเขาอย่างทรยศต่อจิตสำนึก
คาร์เตอร์เหยียดยิ้มสะใจเมื่อสัมผัสได้ถึงการตอบสนองของเธอ ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาประกบริมฝีปากบดจูบเธออย่างรุนแรง ลิ้นหนาแทรกไชเข้าไปตักตวงความหวานอย่างดูดดิ่งดูดกลืนเสียงครางหวานของเธอไปพร้อมกับจังหวะสะโพกที่เร่งความเร็วขึ้นอีกหลายเท่า!
พั่บ! พั่บ! พั่บ!
“อืมมม... พิมพ์มาดา! จูบฉัน... ตอบรับฉัน!”
คาร์เตอร์สั่งเสียงพร่าข้างริมฝีปากบาง
พิมพ์มาดามึนเมาในรสรักอันป่าเถื่อนลืมสิ้นทุกความเคียดแค้นและความต่ำต้อย มือบางที่เคยจิกฟูกเตียงค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมากอดเกี่ยวรอบคอหนาของเขาไว้แน่น เรียวขาขวากอดรัดเอวสอบของเขาตอบรับจังหวะกระแทกกระทั้นอย่างลุ่มหลง
'ทำไม... ทำไมอ้อมกอดนี้ถึงได้ร้อนแรงและอบอุ่นขนาดนี้...'
เธอคิดในใจอย่างรวดร้าวเธอรู้ว่าเขาทำร้ายเธอรู้ว่าเขาเห็นเธอเป็นแค่ของเล่น... แต่ในยามที่เขาทาบทับลงมาหัวใจเจ้ากรรมกลับโหยหาอ้อมกอดนี้เหลือเกิน โหยหาความชิดใกล้ที่ทำให้เธอรู้สึกว่าเขายังคงอยู่ตรงนี้... ไม่ได้หายไปไหน
“อ๊าาา!... คุณคาร์เตอร์!... พิม... พิมไม่ไหวแล้ว!”
พิมพ์มาดาร้องครางเสียงหลง ร่างกายบิดเกร็ง ร้อนระอุไปทั่วท้องน้อย ความรู้สึกสูงสุดกำลังจะปะทุขึ้น
“พร้อมกันพิมพ์มาดา!”
คาร์เตอร์จับเอวบางไว้แน่นเร่งจังหวะกระแทกสอบสุดท้ายอย่างหนักหน่วงและลึกซึ้งที่สุด เน้นย้ำความใหญ่โตเข้าไปกระทบจุดกระสันภายในซ้ำ ๆ จนกระทั่ง...
พั่บ! พั่บ! พั่บ!
“กรี๊ดดดด! / อ๊า!”
ร่างบางของเธอเกร็งกระตุกอย่างรุนแรงช่องทางรักบีบรัดแก่นกายของเขาแน่นหนาปานคีมเหล็ก ยอดอกชูชันสั่นสะท้านยามที่เธอพุ่งทะยานเข้าสู่ขอบฟ้าแห่งความสุขสม ขณะเดียวกันคาร์เตอร์ก็เกร็งกระตุกไปทั้งร่างปลดปล่อยสายธารรักร้อนระอุเข้าสู่ลึกสุดใจกลางกายสาวจนล้นทะลักออกมา
ชายหนุ่มซบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอ หอบหายใจโรยแรงความอบอุ่นและเปียกชื้นเชื่อมโยงคนทั้งสองไว้ด้วยกันท่ามกลางความเงียบสงบที่กลับคืนมาอีกครั้ง
ผ่านไปเนิ่นนาน... ลมหายใจของคาร์เตอร์เริ่มกลับมาสม่ำเสมอ ชายหนุ่มถอนแก่นกายออกจากกายสาวอย่างช้า ๆ หยาดน้ำรักผสมคราบความชื้นไหลซึมออกมาตามเรียวขาขาวของพิม คาร์เตอร์ขยับตัวลุกขึ้นนั่งบนขอบเตียงหยิบซองบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบควันสีเทาพวยพุ่งขึ้นสู่อากาศ
พิมพ์มาดานอนตะแคงข้างกอดตัวเองไว้แน่นใต้ผืนผ้าห่มที่เขี่ยมาปกปิดเรือนร่างที่บอบช้ำ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความเหน็ดเหนื่อยและอารมณ์ที่ยังคงค้างคา หยาดน้ำตาไหลร่วงลงบนหมอนหนานุ่มอย่างเงียบเชียบ
คาร์เตอร์ปัดสายตามองร่างบอบบางที่นอนร้องไห้อยู่ข้างกาย นัยน์ตาสีฟ้าอมเทาไหววูบไปชั่วครู่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนลึกอยู่ในใจ... ความรู้สึกเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ความหลงใหลและความรู้สึกผิดที่แวบขึ้นมาแต่เขาก็รีบสลัดมันทิ้งไปแทนที่ด้วยความชาเย็นดุจน้ำแข็ง
“นอนซะ...”
คาร์เตอร์เอ่ยน้ำเสียงเรียบเฉย พลางดับบุหรี่ลงในจานรอง
“อย่าคิดว่าเรื่องเมื่อกี้จะทำให้ฉันใจอ่อนกับเธอนะพิมพ์มาดา...”
เขาลุกขึ้นยืนจัดการแต่งกายด้วยชุดลำลองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันกลับมาจ้องมองเธอเป็นครั้งสุดท้าย
“เธอก็แค่ของเล่นแก้ขัด... ชดใช้หนี้สินให้พ่อเธอไปวัน ๆ อย่าหวังว่าจะได้ความรักหรือความสงสารจากฉันเป็นอันขาด!”
คำพูดดุดันเย็นชาตอกย้ำความจริงอันแสนทรมาน คาร์เตอร์หมุนตัวเดินออกจากห้องนอนไป ปิดประตูเสียงดัง ปัง! ทิ้งให้พิมพ์มาดานอนสะอื้นไห้อยู่ในความมืดมิดเพียงลำพัง
เธอยกมือขึ้นแตะริมฝีปากที่เจ็บระบมและบวมช้ำจากจูบอันป่าเถื่อนของเขา เสียงหัวใจเต้นตึกตักตอกย้ำคำตอบอันน่าเศร้าที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป...
แม้เขาจะร้ายกาจดุจปีศาจ... แม้เขาจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนย่อยยับ... แต่หัวใจเจ้ากรรมดวงนี้ กลับยังคง รัก และ โหยหา อ้อมกอดอันป่าเถื่อนของเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น!
พันธนาการรักและรอยแค้นในคืนนี้... ได้ผูกมัดเธอไว้กับเขาชั่วนิรันดร์แล้วจริง ๆ
