บทที่ 4 สัญญาทาส
ความเงียบงันที่ปกคลุมห้องจัดเลี้ยงถูกทำลายลงด้วยเสียงดีดนิ้วเพียงหนึ่งครั้งของผาภูมิ
ธีระ ผู้ช่วยหนุ่มที่ยืนระวังหลังอยู่รับคำสั่งผ่านสายตา เขายกวิทยุสื่อสารขึ้นพูดสั้นๆ เพียงชั่วอึดใจ บอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำสี่คนก็ก้าวเข้ามาในงาน พร้อมกับกระเป๋าเดินทางอะลูมิเนียมใบใหญ่ในมือ
กระเป๋าทั้งสี่ใบถูกวางกระแทกลงบนพรมแทนที่พานขันหมากเดิมของวันชนะ ก่อนที่ตัวล็อกจะถูกปลดและฝากระเป๋าเปิดอ้าออกพร้อมกัน
ธนบัตรสีเทาปึกใหญ่เรียงอัดแน่นอยู่ภายในจนแทบล้น
"เงินสดหนึ่งร้อยล้านบาทถ้วน" น้ำเสียงทุ้มต่ำดังกังวานกึกก้อง "สำหรับเป็นของหมั้นแทนไอ้คนเฮงซวยนั่น และเพื่อต่อลมหายใจให้บริษัทของคุณ"
เสียงฮือฮาดังกระหึ่มขึ้นทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยงอีกครั้ง ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้เห็นเงินสดมูลค่ามหาศาลขนาดนี้ถูกนำมากองรวมกันใจกลางงานหมั้นราวกับฉากในภาพยนตร์มาเฟีย
ผาภูมิไม่ใส่ใจสายตาตกตะลึงของผู้คนรอบข้าง เขาสาวเท้าก้าวเข้าไปทรุดตัวลงนั่งพับเพียบในตำแหน่งของเจ้าบ่าว เคียงข้างรุ้งทองที่กำลังนั่งตัวสั่นเทา ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีอันตรายจนหญิงสาวรู้สึกหายใจไม่ออก ชายหนุ่มปรายตามองดวงหน้าหวานที่ซีดเผือดด้วยแววตาเยาะหยัน ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับธนภพที่ยืนนิ่งค้างราวกับถูกสาป
"รับของหมั้นร้อยล้านนี่ไปล้างหนี้ที่ซุกไว้ซะ" ผาภูมิเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาด "แล้วคืนนี้ รุ้งทองต้องไปกับผม"
ธนภพมองกองเงินสดสลับกับใบหน้าเปื้อนน้ำตาของลูกสาวด้วยความสับสน แต่ท้ายที่สุดความรักตัวกลัวตายก็เอาชนะทุกสิ่ง ชายวัยกลางคนรีบพยักหน้าให้ลูกน้องคนสนิทเข้ามาขนกระเป๋าเงินเหล่านั้นไปทันทีราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ
"คุณพ่อคะ อย่าทำแบบนี้นะคะ รุ้งไม่ไป" รุ้งทองเขย่าแขนบิดาทั้งน้ำตา แววตาของเธอเต็มไปด้วยความอ้อนวอน
"แกต้องไป รุ้งทอง" ธนภพสะบัดแขนออกพลางก้มหน้าหลบตาสายตาตัดพ้อของลูกสาว "พ่อรับของหมั้นเขามาแล้ว และเงินร้อยล้านนี่พ่อก็ต้องเอาไปใช้หนี้ให้บริษัท แกเป็นคนของเขาแล้ว ไปทำหน้าที่ของแกซะ"
คำประกาศของบิดาเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลึกลงกลางใจ ธนภพยอมตกลงรับข้อเสนอและขายเธออย่างง่ายดายเพียงเพื่อปกปิดความล้มละลาย บิดาบังคับให้เธอก้าวขึ้นรถคันนี้มาโดยไม่สนคำทัดทานหรือหยาดน้ำตาใดๆ
บรรยากาศภายในรถยุโรปคันหรูเย็นเฉียบและเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงล้อบดถนนที่ดังลอดเข้ามา รุ้งทองนั่งหลังตรงแหน่วอยู่บนเบาะหนังบุนุ่ม หยาดน้ำตาเหือดแห้งไปจากใบหน้าหมดแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงความรู้สึกอัปยศอดสูที่สุมแน่นอยู่ในอก
ผาภูมิเอาแต่ทอดสายตามองทิวทัศน์ยามค่ำคืนนอกหน้าต่างโดยไม่คิดจะหันมาใส่ใจคนที่นั่งตัวสั่นอยู่ข้างๆ กระทั่งรถแล่นเข้าสู่ถนนส่วนบุคคล ทอดยาวไปสู่ด้านหน้าอาคารเพนต์เฮาส์สุดหรูหรา ธีระที่นั่งอยู่เบื้องหน้าคู่กับคนขับรถ ก็เอี้ยวตัวส่งแฟ้มกำมะหยี่สีดำมาทางด้านหลัง
ชายหนุ่มรับมันมาก่อนจะวางแหมะลงบนตักของรุ้งทอง
"เปิดอ่านดูสิ"
หญิงสาวก้มมองตัวอักษรสีทองที่สลักอยู่บนหน้าปก มันระบุชัดเจนถึงเนื้อหาด้านใน มือบางสั่นสะท้านเล็กน้อยขณะเปิดแฟ้มออก ดวงตากลมโตไล่อ่านข้อความบนกระดาษทีละบรรทัดอย่างละเอียด
สัญญาหนึ่งปี แลกกับของหมั้นซึ่งเป็นการชำระหนี้สินมูลค่าหนึ่งร้อยล้านบาทถ้วน
ทว่าเมื่อสายตาของเธอกวาดมาถึงข้อกำหนดส่วนตัวในหน้าสุดท้าย ลมหายใจของรุ้งทองก็สะดุดกึก
ความว่า ผู้ให้สัญญาจะต้องปรนนิบัติและปฏิบัติตามความต้องการของผู้รับสัญญาอย่างเต็มใจ ทุกที่ ทุกเวลา ห้ามมีข้อแม้ ห้ามขัดขืน ห้ามปฏิเสธ และต้องยินยอมตกเป็นของเขาในทุกกรณี สถานะเดียวที่ผู้ให้สัญญาพึงมีคือนางบำเรอขัดดอก และข้อห้ามเด็ดขาดที่สุดคือ ห้ามผู้ให้สัญญาตั้งครรภ์โดยเด็ดขาด หากเกิดการตั้งครรภ์ สัญญาจะถูกยกเลิกและต้องชดใช้หนี้สินทั้งหมดคืนทันที
มือบางกำขอบแฟ้มแน่นจนสั่นสะท้าน เธอเงยหน้าขึ้นขวับ ประสานสายตากับนัยน์ตาคมดุที่กำลังทอดมองมาอย่างเย้ยหยัน
"นี่มันสัญญาขายตัวชัดๆ"
น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าไปด้วยแรงโทสะและความรังเกียจ
ผาภูมิเอนแผ่นหลังพิงพนักเบาะด้วยท่วงท่าสบายๆ ริมฝีปากหยักลึกกระตุกยิ้มร้ายกาจที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูก
"ใช่ หนี้มูลค่าร้อยล้านกับสัญญาหนึ่งปี คุณคิดว่าผมจะได้กำไรหรือขาดทุนล่ะ"
เขายอมรับหน้าตาเฉย ไร้ซึ่งความละอายใดๆ คำเย้ยหยันนั้นตอกหน้าเธออย่างแรง รุ้งทองรู้สึกราวกับถูกตบ เธอโกรธจนหยาดน้ำตาร้อนผ่าวเอ่อคลอขึ้นมาอีกรอบ
"คุณมันเลวทรามที่สุด คิดจะใช้หนี้พวกนี้มาบีบบังคับขืนใจฉันอย่างนั้นหรือ"
"ผมไม่ได้บีบบังคับ" เขาสวนกลับทันควัน แววตาแข็งกร้าวขึ้นมาในทันที "อ่านบรรทัดนั้นให้ดีๆ รุ้งทอง สัญญาระบุชัดเจนว่าคุณต้องยินยอมพร้อมใจ ไม่มีใครบังคับขืนใจใครทั้งนั้น คุณมันก็แค่ของเล่นราคาแพงที่ผมซื้อมาเพื่อระบายความแค้นและสนองความต้องการชั่วครั้งชั่วคราว อย่าได้ริอ่านคิดปล่อยให้ตัวเองท้องเพื่อหวังจะเอาเด็กมาผูกมัดหรืออัปเกรดสถานะตัวเองเด็ดขาด เพราะของเล่นอย่างคุณ ไม่มีวันมีค่าพอที่จะมาเป็นแม่ของลูกผม"
รุ้งทองกัดริมฝีปากแน่นจนได้รสฝาดของเลือด
"ฉันไม่เซ็น ฉันยอมให้บริษัทล้มละลายดีกว่าต้องมาขายศักดิ์ศรี ยอมเป็นของเล่นให้คนอย่างคุณ"
ผาภูมิหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอ เขาขยับกายเข้าไปประชิด ร่นระยะห่างจนเธอต้องผงะถอยหลังชิดติดขอบประตูรถ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มใส
"แน่ใจหรือ พ่อคุณรับของหมั้นไปเพื่อเตรียมจัดการหนี้สินแล้ว ถ้าคุณไม่เซ็น พรุ่งนี้เช้าผมจะให้ทนายไปฟ้องร้องเรียกเงินคืนฐานฉ้อโกง อยากเห็นพ่อตัวเองไปนอนในคุกตอนแก่ไหมล่ะ"
คำขู่นั้นจี้ถูกจุดอ่อนของเธอเข้าอย่างจัง หญิงสาวชะงักงัน ริมฝีปากสั่นระริก
ชายหนุ่มล้วงหยิบด้ามปากกาสีทองออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทแล้วยื่นส่งให้เธอ
"เซ็นซะ รุ้งทอง ยอมรับชะตากรรมของตัวเอง แล้วทำให้ผมพอใจตลอดระยะเวลาหนึ่งปีนี้"
