บทที่ 6 พันธนาการที่มองไม่เห็น
ถ้อยคำเหยียดหยามนั้นกรีดลึกลงไปในความรู้สึก รุ้งทองหลับตาลงอย่างร้าวราน เธอไม่มีสิทธิ์ตอบโต้ ไม่มีสิทธิ์ต่อรอง เพราะลายเซ็นในสัญญาฉบับนั้นได้ผูกมัดชีวิตเธอเอาไว้หมดแล้ว
ผาภูมิก้มลงประทับริมฝีปากจุมพิตลงบนกลีบปากอิ่มที่กำลังสั่นระริก สัมผัสแรกไม่ได้รุนแรงป่าเถื่อนอย่างที่เธอหวาดกลัว แต่กลับลึกล้ำและเรียกร้องจนลมหายใจของหญิงสาวสะดุด
เขาบดเคล้าเรียวปากบางอย่างเอาแต่ใจ บังคับให้เธอต้องเผยอปากรับการรุกรานที่แสนเร่าร้อน ลิ้นร้อนตวัดเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำที่เขาเฝ้าถวิลหามาเนิ่นนาน
สองมือเล็กยกขึ้นดันแผงอกกว้างตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว แต่ชายหนุ่มกลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างที่ว่างเว้นก็เริ่มลากไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้า ปลุกปั่นความรู้สึกแปลกประหลาดที่รุ้งทองไม่เคยพานพบมาก่อนให้ลุกโชนขึ้น
"อ๊ะ"
เสียงครางหวานหลุดลอดออกมาเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวผละจากเรียวปาก เลื่อนต่ำลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกรุ่น ชายหนุ่มขบเม้มผิวเนื้ออ่อนนุ่มจนเกิดรอยรักสีจางเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ สัมผัสของเขาเต็มไปด้วยความช่ำชองและอันตราย บังคับให้ร่างกายของเธอต้องตอบสนองแม้ในใจจะพยายามต่อต้านอย่างถึงที่สุด
"ลืมตาสิ รุ้งทอง" เขาเอ่ยสั่งเสียงพร่า ขณะที่ปลายนิ้วกำลังปัดป่ายหยอกล้อกับความอ่อนไหวของเธอ "ลืมตาขึ้นมาดูว่าใครคือเจ้าของตัวคุณในคืนนี้"
หญิงสาวปรือตาขึ้นมองผ่านม่านน้ำตา ภาพใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ปรารถนาสะท้อนอยู่ในดวงตาของเธอ ผาภูมิไม่ปล่อยให้เธอได้มีเวลาคิดทบทวนสิ่งใดอีก เขาจัดการปลดเปลื้องปราการชิ้นสุดท้ายที่ขวางกั้นระหว่างคนทั้งสองออกจนหมดสิ้น
ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วเข้ามาในวินาทีที่ความปรารถนาถูกเติมเต็ม รุ้งทองนิ่วหน้า หวีดร้องออกมาเบาๆ เล็บเรียวคมจิกลงบนลาดไหล่กว้างเพื่อระบายความจุกเสียด
ชายหนุ่มชะงักงันไปชั่วขณะเมื่อรับรู้ได้ถึงความไร้เดียงสาที่เขาเป็นผู้ครอบครองเป็นคนแรก แววตาดุดันอ่อนลงเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชน เขาจุมพิตซับน้ำตาที่หางตาให้เธออย่างแผ่วเบา รอคอยให้ความเจ็บปวดบรรเทาลง ก่อนจะเริ่มขยับเคลื่อนไหวร่างกายด้วยจังหวะที่เนิบนาบและเชื่องช้า
จากความเจ็บร้าวแปรเปลี่ยนเป็นความซาบซ่าน รุ้งทองไม่อาจควบคุมเสียงครางและปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายตนเองได้อีกต่อไป เธอเกลียดที่ตัวเองต้องพ่ายแพ้ให้กับสัมผัสของผู้ชายคนนี้ เกลียดที่หัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำยามที่เขาโอบกอดและพร่ำเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
พายุอารมณ์พัดกระหน่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเรี่ยวแรงของหญิงสาวเหือดหาย บทรักที่เริ่มต้นด้วยความแค้นและข้อตกลงทางธุรกิจ กลับจบลงด้วยความเร่าร้อนที่หลอมละลายสติสัมปชัญญะของคนทั้งคู่จนหมดสิ้น
เมื่อพายุสงบลง ร่างสูงพลิกตัวลงไปนอนหอบหายใจอยู่เคียงข้าง เขาไม่ได้ดึงเธอเข้ามากอดประโลม ไม่ได้เอ่ยคำหวานใดๆ มีเพียงความเงียบงันที่โรยตัวลงมาปกคลุมอีกครั้ง
รุ้งทองนอนหันหลังให้ชายหนุ่ม ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัว หยาดน้ำตาสายใหม่รินไหลลงมาเงียบๆ ความเจ็บปวดทางกายไม่อาจเทียบเคียงได้กับความร้าวรานในจิตใจ เธอสูญเสียทุกอย่างไปแล้ว ทั้งศักดิ์ศรี อิสรภาพ และความบริสุทธิ์ที่เฝ้าถนอมมาทั้งชีวิต
เธอเพิ่งตระหนักได้ในคืนนี้เองว่า สัญญาทาสหนึ่งปีที่เธอจรดปากกาเซ็นลงไปนั้น มันจะยาวนานและทรมานราวกับตกนรกทั้งเป็น ยิ่งเมื่อต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับซาตานร้ายที่พร้อมจะแผดเผาเธอให้มอดไหม้ได้ทุกเมื่อ แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ช่างดูริบหรี่เหลือเกิน
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านเนื้อหนาเข้ามาตกกระทบเปลือกตา รุ้งทองขยับตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกปวดร้าวไปทั่วสรรพางค์กาย หญิงสาวนิ่วหน้าเมื่อความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาตอกย้ำถึงเหตุการณ์วาบหวามในค่ำคืนที่ผ่านมา เตียงกว้างฝั่งข้างกายว่างเปล่าและเย็นชืด บ่งบอกว่าผู้ชายใจร้ายที่ตักตวงความหวานจากร่างกายเธออย่างตะกละตะกลามได้ลุกออกไปนานแล้ว
เธอพยุงร่างที่บอบช้ำลุกขึ้นนั่ง ดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาปกปิดร่องรอยสีกุหลาบที่แต้มอยู่ตามผิวเนียน หยาดน้ำตาที่คิดว่าเหือดแห้งไปแล้วกลับเอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นร่องรอยความสูญเสียบนผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาด ศักดิ์ศรีที่เฝ้ารักษามาตลอดชีวิตถูกทำลายป่นปี้ไม่มีชิ้นดี เพียงเพราะกระดาษสัญญาแผ่นเดียว
เสียงลูกบิดประตูเปิดออกพร้อมกับร่างสูงของผาภูมิ ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสากลสีเทาเข้มตัดเย็บประณีต ผมหยักศกถูกเซตจัดทรงอย่างเรียบร้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเรียบเฉยไร้อารมณ์ แตกต่างจากซาตานร้ายที่คุกรุ่นไปด้วยไฟปรารถนาเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิง
"ตื่นแล้วก็รีบไปจัดการตัวเองซะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งขณะยกนาฬิกาข้อมือเรือนหรูขึ้นดูเวลา "แม่บ้านเตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่ไว้ให้ในตู้แล้ว ผมให้เวลาคุณสามสิบนาที แล้วออกไปคุยกันข้างนอก"
พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองสภาพอันน่าเวทนาของเธอเลยสักนิด รุ้งทองสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อไล่ความอ่อนแอ หญิงสาวกัดฟันฝืนทนต่อความร้าวระบม ก้าวลงจากเตียงและพาตัวเองเข้าไปจัดการชำระล้างร่างกายในห้องน้ำ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รุ้งทองในชุดเดรสผ้าฝ้ายสีครีมเรียบง่ายก็ก้าวออกมาจากห้องนอน พื้นที่ส่วนกลางของเพนต์เฮาส์กว้างขวางและตกแต่งอย่างหรูหรา ผาภูมินั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังตัวยาวตรงห้องนั่งเล่น ในมือถือแท็บเล็ตเพื่ออ่านข่าวเศรษฐกิจยามเช้า บนโต๊ะกระจกตรงหน้ามีถ้วยกาแฟดำที่ส่งควันกรุ่นและซองเอกสารสีน้ำตาลวางอยู่
"นั่งสิ" เขาเอ่ยโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอ
รุ้งทองทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาเดี่ยวฝั่งตรงข้าม เว้นระยะห่างจากเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ชายหนุ่มวางแท็บเล็ตลงก่อนจะหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลเลื่อนมาตรงหน้าเธอ
