บทที่ 4 #1.4 หัวใจหรรษา
นี่ไม่ใช่ผู้หญิงที่ผ่านการคัดเลือกมา ใบหน้าของเธอแม้จะดูเลอะเลือนจากเครื่องสำอาง แต่กลับดูแพงและคมเฉียบเกินกว่าภาพจำของหญิงสาวบริการทั่วไป
“แน่ใจนะว่าจุดที่ไปรับคือตรงนี้?” สมิทธ์หันไปถามคนขับด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“แน่ใจครับท่าน ผมจอดรอจุดที่ระบุไว้เป๊ะ เธอคนนี้เดินตรงมาที่รถผมเองเลยครับ”
สมิทธ์พ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างหงุดหงิด จะย้อนกลับไปตรวจสอบตอนนี้ก็คงไม่ทันเวลา
สวยระดับนี้... ท่านประธานคงไม่ตำหนิหรอก
เลขาส่วนตัวพยุงหญิงสาวลงจากรถอย่างระมัดระวัง สมิทธ์สังเกตตั้งแต่วินาทีแรกที่สัมผัสตัวว่าเธอเงียบเกินไป อาการของเธอไม่ใช่ความเฉยชาแบบมืออาชีพ แต่เป็นความเงียบของคนที่สติสัมปชัญญะเหลืออยู่ไม่ถึงครึ่ง
“คุณครับ ไหวไหม?”
ไม่มีเสียงตอบรับ ร่างบางเอนซบเข้าหาเขาตามแรงพยุง สมิทธ์ขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่พอใจในความคลาดเคลื่อนนี้ แต่เวลานั้นสั้นเกินกว่าจะแก้ไข เขาประคองเธอเข้าทางเดินส่วนตัวของโรงแรม ฝีเท้าของเขามั่นคงหนักแน่น ต่างจากเธอที่ลากเท้าเบาหวิวเหมือนไร้วิญญาณ ปลายนิ้วเรียวของเธอแตะผนังเป็นระยะราวกับกำลังหาจุดยึดเหนี่ยวในความว่างเปล่า
เมื่อประตูลิฟต์ส่วนตัวปิดลง ความเงียบภายในทำให้สมิทธ์มีโอกาสพินิจใบหน้าเธอชัดขึ้น เส้นผมยุ่งเหยิงจากลมกลางคืนและเครื่องสำอางที่จางหาย เผยให้เห็นโครงหน้าที่คมชัดดึงดูดใจ... มากเกินกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้
บริษัทจัดหาคนใหม่ส่งคนละระดับนี้มาหรือ...ความคิดนั้นแล่นผ่านสมองของสมิทธ์เพียงเสี้ยววินาที ขณะสายตามองหญิงสาวที่ยืนพิงผนังลิฟต์อย่างไร้เรี่ยวแรง ก่อนออกเดินทาง บริษัทจัดหาแจ้งเพียงว่าพนักงานจะเดินออกมารอหน้าผับในชุดสุภาพ และให้ใช้รหัสการรับตัวเท่านั้น แต่หญิงสาวตรงหน้ากลับไม่ตอบคำถามใดเลยตั้งแต่ขึ้นรถมา สมิทธ์จึงลองถามอีกครั้ง
“คุณได้รับแจ้งรายละเอียดงานแล้วใช่ไหมครับ”
ไม่มีคำตอบ...หญิงสาวเพียงเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาพร่ามัวเหมือนไม่ได้กำลังมองใครจริง ๆ ก่อนเปลือกตาจะค่อย ๆ ปิดลง ร่างทั้งร่างเอนพิงผนังลิฟต์ หายใจสม่ำเสมอราวกับกำลังจะหลับ สมิทธ์ถอนหายใจแผ่วเบา ในฐานะเลขาฯ และบอดี้การ์ด เขาไม่ชอบความผิดพลาด แต่เวลานี้ลิฟต์กำลังพุ่งขึ้นสู่ชั้นบนสุด และการยกเลิกกลางคันก็ไม่ใช่ทางเลือก อย่างน้อยบริษัทจัดหาก็ยืนยันกับเขาแล้วว่าหญิงสาวมาจากจุดนัดหมายตรงเวลา ทุกอย่างตรงตามข้อมูลที่ได้รับ เพียงแต่สภาพของเธอดูจะเมาหนักกว่าที่คาดไว้
บางที...นี่อาจเป็นวิธีทำงานของคนในสายอาชีพนี้ก็ได้ เสียง "ติ๊ง" ดังขึ้น ประตูลิฟต์เปิดออกสู่โถงทางเดินส่วนตัวอันเงียบสงัด พื้นหินอ่อนสีเข้มสะท้อนแสงไฟสลัว ไม่มีแขกคนอื่น ไม่มีพนักงานโรงแรม มีเพียงความเงียบที่ถูกออกแบบไว้สำหรับเจ้าของเพนท์เฮาส์เท่านั้น
สมิทธ์ขยับเข้าไปประคองหญิงสาวอย่างสุภาพ พาเธอเดินมาหยุดหน้าประตูบานใหญ่ ก่อนแตะคีย์การ์ด เสียงล็อกอัตโนมัติดังขึ้น
“เข้ามา”
เสียงทุ้มเรียบนิ่งจากภายในดังออกมา สมิทธ์เปิดประตู ก่อนหันกลับมามองหญิงสาวอีกครั้ง เธอยืนอยู่ได้ก็เพราะแรงพยุงจากเขาเท่านั้น ดวงตาเปิดอยู่ก็จริง แต่ไร้จุดหมาย ราวกับสมองกำลังทำงานเพียงครึ่งเดียว
คำถามเดิมย้อนกลับมาอีกครั้ง
เธอใช่คนที่บริษัทส่งมาจริงหรือเปล่า
แต่เมื่อคิดถึงคำยืนยันจากบริษัทจัดหา ประกอบกับนิสัยของเปรมปรีดิ์ที่ไม่ชอบให้ใครเสียเวลา เขาจึงตัดสินใจเดินหน้าต่อ
ภายในห้อง เพนท์เฮาส์ทั้งชั้นเงียบสงบ เปรมปรีดิ์นั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม แสงไฟจากมหานครด้านหลังสะท้อนผ่านกระจกสูงจากพื้นจรดเพดาน แก้ววิสกี้ในมือยังอุ่นจากอุณหภูมิฝ่ามือ กลิ่นไม้โอ๊กและควันอ่อน ๆ ลอยคลออยู่ในอากาศ ทุกอย่างเป็นระเบียบเหมือนทุกคืน
เมื่อเห็นสมิทธ์พาหญิงสาวเข้ามา เขาเพียงละสายตาจากวิวด้านนอกอย่างสงบนิ่ง
“ท่านประธานครับ” สมิทธ์โค้งศีรษะเล็กน้อย “ระหว่างรับตัวเกิดความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยครับ”
เปรมปรีดิ์เลิกคิ้วขึ้นเพียงนิดเดียว เป็นสัญญาณให้พูดต่อ
“ผมตรวจสอบกับบริษัทจัดหาแล้ว เขายืนยันว่าลูกค้าคนนี้มาจากจุดนัดหมายและเป็นคนที่ส่งมา เพียงแต่เธอน่าจะดื่มหนักกว่าปกติ” เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย “หากท่านไม่พอใจ ผมจะรีบประสานให้บริษัทส่งคนใหม่มาแทนทันทีครับ”
เปรมปรีดิ์เงียบ สายตาเพียงทอดมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา จากประสบการณ์ เขาเคยพบผู้หญิงมาไม่น้อย บางคนพยายามยิ้ม
บางคนพยายามออดอ้อน บางคนตั้งใจยั่วยวนตั้งแต่วินาทีแรก แต่ผู้หญิงคนนี้...ไม่มีเลยสักอย่าง
เธอเหมือนคนที่หมดแรงจนไม่เหลือเรี่ยวแรงจะสร้างภาพลักษณ์ใด ๆ หรือบางทีนี่อาจจะเป็นการทำงานลักษณะเช่นนี้เป็นครั้งแรกของเธอจึงทำให้เธอจำเป็นต้องใช้แอลกอฮอร์เพื่อย้อมอารมณ์ ซึ่งเขาไม่แคร์และคิดว่าดีเสียอีกเพราะเขาแค่ต้องการปลดปล่อยความใคร่กับผู้หญิงที่จะเป็นแค่ทางผ่าน ยิ่งเธอเมามายก็ยิ่งง่ายต่อการยุติความสัมพันธ์
“ไม่เป็นไร” เสียงทุ้มตอบเรียบ “ทิ้งเธอไว้ที่นี่ ที่เหลือฉันจัดการเอง นายกลับได้”
“ครับ”
สมิทธ์พยักหน้ารับ ก่อนค่อย ๆ ประคองหญิงสาวให้นั่งเอนบนโซฟาอย่างระมัดระวัง เมื่อแน่ใจว่าเธอไม่ล้ม เขาจึงปล่อยมือ ถอยหลังหนึ่งก้าว กวาดตามองทุกอย่างเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเดินออกจากห้อง
