บทที่ 5 #2.1 คืนหนึ่งคืนนั้น

เธอพยักหน้าเบา ๆ โดยไม่มองหน้าเขา การตอบสนองช้าเกินปกติ สมิทธ์เริ่มรู้สึกแปลกใจ แต่ยังไม่ถึงขั้นผิดสังเกตพอจะหยุดทุกอย่าง เขาพาเธอเข้าทางเดินส่วนตัวของโรงแรม เสียงรองเท้าของเขาหนักแน่น ต่างจากฝีเท้าของเธอที่ลากเบาราวกับคนเดินละเมอ ปลายนิ้วเรียวแตะผนังเป็นระยะเหมือนร่างกายกำลังหาจุดยึดเกาะเอง

เธอไม่ได้ถามอะไร ไม่ได้มองรอบตัวไม่ได้แม้แต่แสดงท่าทีตื่นกลัว เหมือนคนที่ไม่ได้รับรู้สถานที่ เมื่อลิฟต์ส่วนตัวเปิดหลังเขาแตะคีย์การ์ด และพอประตูปิดลงความเงียบในลิฟต์ก็ทำให้สมิทธ์มีเวลามองเธอชัดขึ้นเครื่องสำอางเลอะเลือนเล็กน้อย เส้นผมยุ่งจากลมกลางคืน แต่โครงหน้ากลับคมชัดเกินกว่าภาพจำหญิงบริการที่เขาเคยประสานงาน

บริษัทใหม่ส่งคนระดับนี้มา? ความคิดนั้นทำให้เขาลังเลเสี้ยววินาที “คุณ…ได้รับแจ้งรายละเอียดงานแล้วใช่ไหม”

ไม่มีคำตอบ หญิงสาวเงยหน้ามองสบตาเขาเลื่อนลอยแปลก ๆ แต่เพียงครู่หนึ่งเธอก็หลับตาลงพร้อมกับถ่ายน้ำหนักตัวพิงผนังลิฟต์ หายใจสม่ำเสมอเหมือนกำลังจะหลับจนสมิทธ์ต้องถอนหายใจยาว และตอนนี้เขาก็ถอยไม่ได้แล้ว เมื่อเสียงลิฟต์ดังขึ้นที่ชั้นบนสุด ประตูเปิดสู่ทางเดินเงียบสงัดที่ไม่มีแขกคนอื่นเข้าถึงได้ เขาประคองเธอ พาเธอเดินไปจนถึงประตูเพนท์เฮาส์ พร้อมเสียงเคาะประตูดังขึ้นหนึ่งครั้ง สั้น สุภาพ ตามแบบสมิทธ์

“เข้ามา”

หลังเสียงอนุญาตของประธานหนุ่ม สมิทธ์ใช้คีย์การ์ดเปิดประตูแยกออกจากกันช้า ๆ ในขณะที่แสงสลัวภายในห้องส่องออกมา สมิทธ์หยุดยืนตรงธรณีประตู แล้วหันไปมองหญิงสาวอีกครั้ง เธอยืนอยู่ได้เพราะเขาพยุงไว้เท่านั้น ดวงตาเปิดอยู่ แต่ไร้จุดหมาย เหมือนร่างที่ถูกวางไว้ตรงนี้โดยบังเอิญ ในหัวเขาเริ่มมีคำถาม เธอใช่คนที่เขาดีลงานด้วยจริงหรือเปล่า แต่เสียงจากด้านในห้องทำให้เขาตัดสินใจทันที

เปรมปรีดิ์ไม่ชอบการรอโดยเฉพาะการรอสิ่งที่เขาเป็นคนกำหนดเวลาเอง เขานั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม แสงเมืองยามค่ำคืนสะท้อนผ่านกระจกบานสูงด้านหลัง แก้วบรั่นดีในมือยังอุ่นอยู่เล็กน้อย กลิ่นไม้หอมและควันจาง ๆ ลอยคลออยู่ในอากาศ ทุกอย่างอยู่ในตำแหน่งที่ควรจะเป็น เหมือนทุกคืนที่ผ่านมาเมื่อเสียงลูกน้องคนสนิทดังขึ้น

“ท่านประธานครับ” สมิทธ์กล่าวอย่างสุภาพ “มีความผิดพลาดขึ้นเล็กน้อยระหว่างการรับตัว แต่ผมตรวจสอบแล้วว่าเธอมาจากจุดนัดหมายตามที่กำหนด” เขาเว้นจังหวะสั้น ๆ ก่อนพูดต่ออย่างมืออาชีพ“เธออาจจะดื่มมากไปหน่อย ถ้าเธอไม่เป็นที่ถูกใจของท่านประธาน ผมจะส่งเธอกลับและรีบไปจัดหาคนใหม่มาแทนให้ทันทีครับท่าน”

สมิทธ์ประคองหญิงสาวเข้าไปด้านในอย่างระมัดระวัง สมิทธ์ค่อย ๆ ปล่อยมือให้ร่างที่ไร้สติสัมปชัญญะของหรรษาเอนวูบลงไปบนเบาะนุ่มแล้วถอยออกมาหนึ่งก้าว สายตากวาดมองทั้งห้องอีกครั้ง ความไม่แน่ใจยังคงค้างอยู่ในใจ แต่หน้าที่ของเขาจบลงตรงนี้

“ไม่เป็นไร...ทิ้งเธอไว้กับฉันที่นี่แล้วที่เหลือฉันจะจัดการเอง นายกลับไปได้แล้ว”

“ครับ”

หรรษาไม่รับรู้ถึงบทสนทนานั้นเลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกเดียวที่เธอกอบโกยไว้ได้คือสัมผัสของที่นอนที่แสนนุ่มนวลซึ่งเธอเข้าใจไปเองว่าเป็นเตียงนอนที่บ้าน เธอกึ่งนั่งกึ่งนอนพลางส่งเสียงครางอืออาในลำคออย่างขัดใจเมื่อรู้สึกถึงรองเท้าส้นสูงที่บีบรัดเท้า เธอพยายามจะยกมือที่สั่นเทาขึ้นมาปัดป่ายเสื้อผ้าที่ดูอึดอัด โดยไม่รู้ตัวเลยว่าท่าทางที่เธอกำลังสลัดความรำคาญใจเหล่านั้นออกไป กลับกลายเป็นการทำลายภาพลักษณ์เพชฌฆาตสาวที่เคยแกร่งดั่งหินผาให้พังทลายลงต่อหน้าใครบางคน

เสียงฝีเท้าของสมิทธ์ถอยห่างออกไปจนกระทั่งประตูห้องปิดสนิทลงพร้อมเสียงล็อคอัตโนมัติ ทิ้งให้หรรษาอยู่ในความเงียบที่มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเธอ และกลิ่นอายเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความกดดันของชายหนุ่มที่เฝ้ามองเธออยู่จากเงามืด

เมื่อสิ้นเสียงปิดประตู ความเงียบสงัดภายในห้องเพนท์เฮาส์แผ่คลุมพื้นที่กว้างราวกับผืนผ้าหนา เสียงเมืองด้านนอกถูกกั้นไว้ด้วยกระจกบานสูง เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศแผ่วเบาและจังหวะลมหายใจที่ค่อย ๆ สอดประสานกันโดยไม่รู้ตัว สายตาที่จับอยู่ที่เส้นแสงนอกหน้าต่างก็หันกลับไปมองและหยุดนิ่งที่ร่างโปร่งบางของหญิงสาวที่เอนตัวกึ่งนั่งกึ่งนอนยืนอยู่ตรงโซฟาเบด…ไม่ใช่ภาพที่เขาคิดไว้ เธอไม่ได้มีสติสัมปชัญญะอย่างคนที่รู้บทบาทของตัวเอง ไม่ได้ยิ้ม ไม่ได้พยายามดึงดูดสายตาใคร ตรงกันข้าม เธอยืนเหมือนคนที่หลงเข้ามาในโลกผิดใบ ร่างบอบบางนั้นโอนเอนเล็กน้อย ดวงตาฉ่ำปรือมองผ่านทุกสิ่งราวกับโฟกัสไม่เจอ เสื้อผ้าที่ควรเรียบร้อยกลับยับเล็กน้อยเหมือนผ่านค่ำคืนยาวนานมาโดยไม่ตั้งใจ แต่สิ่งที่ทำให้เขาหยุดหายใจไม่ใช่ความสวย มันคือ ความไม่ระวังตัว

ผู้หญิงส่วนใหญ่เมื่ออยู่ต่อหน้าเขาจะรู้ทันทีว่าควรวางท่าทีอย่างไรเกร็งบ้างหวังบางอย่างบ้างหรืออย่างน้อยก็รับรู้ว่ากำลังถูกมอง แต่ผู้หญิงคนนี้ ไม่รู้เลยว่าเขามองอยู่และนั่นทำให้เธอดูคล้ายคนสติล่องลอยเกินไป เปรมปรีดิ์วางแก้วบรั่นดีลงช้า ๆ โดยไม่รู้ตัวพลางกวาดสายตามองรายละเอียดโดยสัญชาตญาณของคนที่อ่านคนเก่ง ปลายนิ้วที่ยังเกร็งเล็กน้อยเหมือนพยายามทรงตัว กลิ่นหอมหวานคล้ายกลิ่นดอกไม้หอมอ่อนของน้ำหอมราคาแพงที่ลอยมาตัดกับกลิ่นแอลกอฮอล์ และสีหน้าว่างเปล่าที่เหมือนกำลังหนีบางอย่างอยู่ภายใน

ไม่ใช่การแสดง เขาแน่ใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป