บทที่ 7 #2.3 คืนหนึ่งคืนนั้น
หรรษาหลับตาลงรับสัมผัสที่อบอุ่นนั้นด้วยความโหยหา ในห้วงความคิดที่พร่าเลือน เธอรู้สึกว่ามือของกามเทพหนุ่มนี้ช่างแสนดีเหลือเกิน ความรู้สึกที่ว่าตัวเองไร้ค่าและไม่เป็นที่ต้องการจากการถูกธนิตทิ้งไปแต่งงานกับเขมิกา ถูกแทนที่ด้วยไออุ่นจากคนแปลกหน้าที่เธอนึกว่าเป็นเพียงจินตนาการ
“คุณสัญญาแล้วนะคะ... ว่าจะไม่ใจร้าย” เธอพึมพำพร้อมกับซุกใบหน้าเข้าหาอกแกร่งของเขา
เปรมปรีดิ์ถอนหายใจยาว ความเงียบขรึมและมาดผู้บริหารที่เข้มงวดถูกวางทิ้งไว้ข้างหลัง บางอย่างในน้ำเสียงของเธอที่เขาไม่สามารถระบุได้แน่ชัด ท่ามกลางความพร่ามัว ความมึนงงเล็กน้อยจากบรั่นดีและความเครียดขรึงที่พรั่งพรูไปทั่วร่างของเขาอย่างเฉียบพลันเมื่อใบหน้าของเธอซุกแนบกับแผ่นอกกว้างของเขา แนบสนิทมากพอให้เขารับรู้ถึงคลื่นความร้อนที่แผ่กระจายออกจากร่างนุ่ม
มือเธอกระตุกเสื้อของเขาพร้อมกับเงยหน้าขึ้นร้องขอในสิ่งที่เขาไม่คาดคิดว่าเธอจะเรียกร้อง “ช่วยจูบฉันหน่อยได้ไหมคะ คุณกามเทพ ช่วยทำให้ฉันแน่ใจว่าฉันเป็นคนที่คุณต้องการ”
เปรมปรีดิ์ยืนนิ่งงันอยู่ชั่วครู่ เสียงลมหายใจสั่นพร่าของหญิงสาวที่ซุกใบหน้าเข้าหาอกแกร่งของเขาดังสะท้อนในความเงียบ เดิมทีเขาต้องการเพียงใครสักคนมาช่วยดับความฟุ้งซ่านจากปัญหาทุจริตในอาณาจักรอัครเดชา แต่ความไร้เดียงสาที่ปนเปไปกับรอยน้ำตาของเธอกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังแบกรับวิกฤตที่หนักหน่วงยิ่งกว่างานบริหาร
แววตาหยาดเยิ้มของเธอที่มองเขาราวกับเทวดามาโปรดนั้นทำให้เขาลืมบทบาทประธานผู้เคร่งขรึมไปชั่วขณะ ความรู้สึกอยากปกป้องพุ่งพล่านขึ้นมาแทนที่ตัณหาในค่ำคืนที่เขาอาจจะไม่ใช่ผู้ชายที่ใช้เงินซื้อความสุข แต่ยอมเป็นกามเทพจอมปลอมเพื่อโอบอุ้มผู้หญิงที่โลกเพิ่งเหวี่ยงเธอลงเหวคนนี้ไว้
เขาค่อย ๆ โน้มตัวลงไป สัมผัสเธอย่างทะนุถนอมที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ใช่ในฐานะลูกค้า แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่อยากจะบอกเธอว่า... อย่างน้อยในวินาทีนี้ เธอก็ยังเป็นที่ต้องการของใครบางคนอยู่จริง ๆ และแทนที่จะตอบรับคำขอร้องของเธอด้วยตัณหาตามสัญชาตญาณ เปรมปรีดิ์กลับสอดวงแขนแข็งแรงเข้าใต้ร่างบาง ที่เริ่มสั่นเทาเพราะความร้อนรุ่มของฤทธิ์สุรา เขายกตัวเธอขึ้นจากโซฟาอย่างแผ่วเบา ราวกับเกรงว่าแรงบีบเพียงนิดจะทำให้แก้วเจียระไนชิ้นงามในอ้อมแขนนี้ต้องแตกสลายไปมากกว่าเดิม
ในจังหวะที่ร่างของเธอแนบชิดกับกายเขา กลิ่นหอมจาง ๆ ของน้ำหอมกลิ่นหวานที่แผ่กระจายออกมาจากผิวเนื้อนุ่มพุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัสของเขาอย่างจัง มันขัดแย้งกับกลิ่นบรั่นดีที่เขากำลังจิบอย่างสิ้นเชิง เขาก้าวเดินอย่างมั่นคงไปยังเตียงกว้างที่อยู่อีกฟากของห้องเพนท์เฮาส์ ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยความสับสนในใจ เขารู้ดีว่าตนเองกำลังล้ำเส้นความถูกต้อง แต่คำอ้อนวอนให้เขาช่วยยืนยันให้เธอมั่นใจว่าเธอเป็นที่ต้องการของใครสักคน กลับกักขังเขาไว้ในกรงขังแห่งความสงสาร
เปรมปรีดิ์วางร่างบอบบางของหญิงสาวลงกลางเตียงนอนหนานุ่มอย่างเบามือที่สุด เขามองใบหน้าสวยที่ขึ้นสีระเรื่อและริมฝีปากที่เผยอออกน้อย ๆ อย่างรอคอย ในสายตาของเขาตอนนี้ เธอไม่ใช่พนักงานหรือผู้หญิงบริการ แต่คือสิ่งมีชีวิตที่แสนพิเศษที่เขายังหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงยอมสละความเย็นชาเพื่อเธอขนาดนี้แล้วโน้มตัวลงไปประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อแผ่วเบาในครั้งแรก แล้วแตะริมฝีปากทาบลงบนกลีบปากอิ่มของเธอตามคำเรียกร้อง
จูบแรกที่เขามอบให้เธอ ไม่ใช่จูบที่ร้อนแรงเพื่อกอบโกย แต่เป็นจูบที่แฝงไปด้วยการปลอบประโลม เพื่อบอกหญิงสาวที่กำลังหลงทางในความฝันว่า... ในคืนนี้ เธอจะไม่มีวันถูกทอดทิ้งให้โดดเดี่ยวอีกต่อไป รสจูบหอมหวานเป็นผลพวงมาจากเครื่องดื่มสีสวยผสมแอลกอฮอล์ที่เธอดื่มมาทำให้เธอมีรสเหมือนลูกอมกลิ่นหวาน เขาคิดเมื่อลิ้นสอดเข้าในปากเธอ แม้เธอจะสร้างความประหลาดใจให้กับเขาอย่างคาดไม่ถึง ไม่คิดว่าหญิงขายบริการเช่นเธอจะอ่อนประสบการณ์แม้กระทั่งการจูบ
การตอบสนองอย่างไร้เดียงสาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เป็นไปตามธรรมชาติของเธอที่เปิดปากออกใต้ปากเขาแล้วสอดลิ้นชื้นชักเข้าชักออกอย่างไม่มั่นใจสำรวจโพลงปากของเขาขณะเดียวกับที่เขาได้ยินเสียงครางอ่อนระโหยดังมาจากลำคอของเธอ
หรรษาแอ่นกายเข้าหาแผ่นอกกว้างในขณะที่เขากระตุกถอดเสื้อที่สวมอยู่ออกอย่างร้อนรน ก่อนมือข้างหนึ่งของเขาจะพุ่งเป้ามาที่ทรวงอกนุ่มหยุ่นของเธอ กอบกุม โอบอุ้มนวลเนื้อไว้ในมือกว้างและปลุกเร้าอารมณ์เธอด้วยการเคล้าคลึงสลับยอกยั่วด้วยท้องนิ้วหัวแม่มือบนยอดทรวงที่แข็งขึงจนเธอเผลอส่งเสียงครางแผ่วหวานก่อนเสียงเธอจะเลือนหายเข้าไปในโพรงปากร้อนที่บรรจงบดเคล้าลงบนกลีบปากอ่อนนุ่มของเธอแล้วแทรกปลายลิ้นเข้าไปสำรวจในโพรงปากอิ่ม หยอกล้อ ทักทายลิ้นเธอด้วยแรงดูดที่ดุดัน
