บทที่ 8 #2.4 คืนหนึ่งคืนนั้น
ความเป็นชายที่แข็งขึงเบียดแนบหน้าท้องแบนราบของเธอในขณะที่ฝ่ามือข้างหนึ่งของเขาเลื่อนลงต่ำไปที่ชายกระโปรงของเธอจัดการตลบขึ้นจนเห็นกางเกงชั้นในผ้าไหมสีครีม และเขารู้ว่าเธอกำลังตื่นตัวขึ้นอย่างพรั่นพรึง ในขณะที่เขาเองแทบจะไม่สามารถควบคุมอำนาจแห่งความปรารถนาที่กำลังพวยพุ่ง ร้อนแรงกระจายไปทั่วร่างแกร่งแล้วทิ้งดิ่งลงไปรวมศูนย์ที่กึ่งกลางเรือนกาย ความปรารถนากำลังฉีกทึ้งเขาอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ความเครียดที่สะสมมาเนิ่นนานกำลังเป็นตัวเร่งเร้าให้เขาทำให้เรื่องทั้งหมดนี้จบลงอย่างรวดเร็วก่อนที่เขาจะเสียสติไปโดยสิ้นเชิง และเขาควรทำตามสัญชาตญาณดั้งเดิมของเขาและยุติมันเสียเดี๋ยวนี้ ทำมันให้จบ ๆ ไป แล้วเขาจะตัดค่ำคืนบ้าคลั่งและแรงดึงดูดอย่างไร้เหตุผลที่เธอมีต่อเขาออกไปจากใจ ตามเจตนารมณ์เมื่อเขาออกคำสั่งให้สมิทธ์ไปคัดสรรหาสาวบริการมืออาชีพมาให้
มือเขารูดซิปกางเกงขณะที่สลัดรองเท้าออกพร้อม ๆ กัน เขารูดกางเกงตัวนอกและตัวในลงในครั้งเดียว ความเป็นชายของเขาแข็งขึง ชูชันอยู่ตรงหว่างขาขณะที่ดวงตาเข้มทอดมองสีหน้าสับสนกับดวงตาตกตะลึงกับอาการหอบหายใจน้อยของคนบนเตียงที่เหมือนจะสะดุ้งเบา ๆ ทันทีที่เห็นความแข็งกร้าวดุดันกลางเรือนร่างเขา
ดวงตาเธอเบิกโพลงขึ้นอย่างตกตะลึง เลือดสาวฉีดพล่านไปทั่วร่างขณะที่สมองของเธอยังมึนชาจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เกิดปัญหากับระบบการคิดและการตัดสินใจของเธอ แววตาสับสนผสมตกใจของหรรษาเพ่งมองความดุดันแปลกตาที่เธอไม่เคยเห็นพร้อมกับห่อปากเปล่งเสียงออกมาแผ่วเบา
“โอว...” แล้วเงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมกับกะพริบตาเร็ว “ฉันคิดว่าศรกามเทพของคุณใหญ่โตและน่ากลัวเกินไป”
เธอพูดโพล่งสิ่งที่คิดออกมาได้น่าขันในความรู้สึกของเปรมปรีดิ์จนทำให้เขาเกือบยิ้มแต่ไม่ได้ทำ ทั้งที่อยากหัวเราะกับเรื่องนี้เพื่อเพิ่มความผ่อนคลายบางส่วนลงในช่วงเวลาที่เปลี่ยนจากการหยอกเอินไปสู่ความรู้สึกแรงกล้าเกินไปด้วยความเร็วแสง
หรรษาขยับกายเข้าหาเปรมปรีดิ์อย่างอ้อยอิ่ง ท่วงท่าที่เคยแข็งเกร็งกลับกลายเป็นความลื่นไหลราวกับสายน้ำ เธอช้อนสายตาขึ้นมองเขาด้วยแววตาหยาดเยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยจริตจะก้านอย่างที่คนมีสติไม่อาจทำได้ มันคือแววตาที่ผสมผสานระหว่างความเจ็บปวดที่ยังคงหลงเหลือจากหยดน้ำตาและความปรารถนาที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เธอยกมือขึ้นแตะแผ่นอกเขาราวกับไม่แน่ใจท่ามกลางบรรยากาศขรึมสลัวของเพนท์เฮาส์หรูที่ตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก หรรษาก้าวข้ามเส้นกั้นของความสำรวมที่เธอถือมั่นมาตลอดชีวิตเพียงเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่กำลังแผดเผาสติสัมปชัญญะ เมื่ออยู่ต่อหน้าชายหนุ่มที่เธอทึกทักเอาเองว่าเป็นกามเทพในความฝัน เธอก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อลบเลือนความรู้สึกไร้ค่าจากการถูกทอดทิ้ง
“นี่ฉันกำลังอยู่ในความฝัน หรือคุณมีตัวตนจริง ๆ กันแน่คะคุณกามเทพ” เสียงแผ่วเบาคล้ายละเมอของเธอเอ่ยถามด้วยความไม่มั่นใจขณะที่ฝ่ามือเล็กกำลังซุกซนลูบไล้แผ่นอกและข้างลำตัวเขา ลากไปตามแนวแผ่นอกกว้างราวจะสำรวจ “คุณช่างงดงาม แต่ก็น่ากลัวจัง”
เธอพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพลางหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ นิ้วเรียวสวยกรีดกรายไปตามแผงอกกว้างของเขา ราวกับกำลังสำรวจพื้นที่ที่เธออยากครอบครอง มือบางเลื่อนต่ำลงอีกเพียงไม่กี่นิ้วสุดท้ายก็หยุดชะงักที่แผ่นท้องแข็งตึงเกือบถึงจุดแข็งกร้าวของความเป็นชาย และนั่นทำให้สมองของเขาเละเป็นข้าวต้มเมื่อก้มมองฝ่ามือที่หยุดนิ่งอยู่บนตัวเขา ไฟตัณหาพุ่งตรงเข้าสู่ท้องน้อย มวลน้ำขุ่นข้นพร้อมจะพวยพุ่งออกจากเรือนกายแกร่งตลอดเวลาอยู่ตรงส่วนปลายความอหังการที่กระตุกระริกอย่างบ้าคลั่งอยู่ในขณะนี้ และชั่วอึดใจที่น่าอับอายนั้นเขากลัวเหลือเกินว่าจะหลั่งมันออกมาเพียงเพราะถูกเธอลูบไล้ด้วยสายตา
ความก๋ากั่นที่ไร้เดียงสาเพราะไม่เพียงแค่พูด แต่เธอยังแสดงความเหนือกว่าด้วยการโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกรั้นเฉียดกับสันกรามคมของเขา กลิ่นหอมสะอาดของมวลดอกไม้กลิ่นหวานที่ติดกายเธออบอวลขึ้นมามอมเมาประสาทสัมผัสของเปรมปรีดิ์จนเขาแทบลืมหายใจ
ในสายตาของเปรมปรีดิ์ ท่าทางที่ดูเชี่ยวชาญและกล้าได้กล้าเสียของหญิงสาวตรงหน้าทำให้เขายิ่งปักใจเชื่อในสิ่งที่สมิทธ์รายงาน เธอไม่ได้ดูเขินอายเหมือนผู้หญิงทั่วไป แต่กลับดูเหมือนมืออาชีพที่รู้จักวิธีควบคุมอารมณ์ของผู้ชายได้อย่างอยู่หมัด
‘สมิทธ์ไปหาผู้หญิงแบบนี้มาจากไหน...’ เขาคิดพลางขบกรามแน่น ความเยือกเย็นที่เขาสวมไว้กำลังจะพังทลายลงเพราะการรุกรานที่แสนหวานของผู้หญิงแปลกหน้าที่ดูแพงและร้ายกาจในเวลาเดียวกัน
เมื่อหรรษาซุกใบหน้าเข้าหาซอกคออุ่นและส่งเสียงครางอืออาอย่างพึงใจ เปรมปรีดิ์ก็รับรู้ได้ถึงคลื่นความร้อนที่แผ่กระจายออกมาจากร่างนุ่ม ความพยายามที่จะเว้นระยะห่างมลายหายไปสิ้น เขาไม่สนใจแล้วว่าเธอจะเป็นใครหรือมาจากไหน เพราะในวินาทีนี้... ผู้หญิงตรงหน้าได้กลายเป็นวิกฤตการณ์ที่เขาไม่อยากจัดการ แต่กลับอยากกักขังเธอไว้ในอ้อมกอดนี้เพียงลำพัง
