บทที่ 10 มื้อกลางวัน
“ได้แล้วจ้ะหนู”
ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้อ้าปากจัดการกับหญิงสาวที่ลากเขามาถึงยังโรงอาหารที่ซึ่งเขาไม่เคยมาที่นี่เลย เคยมาเพียงไม่กี่ครั้งตอนที่โรงอาหารที่กำลังก่อสร้างในฐานะผู้ตรวจงานก่อสร้างของบริษัทด้วยตัวเอง ป้าเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวก็ยื่นก๋วยเตี๋ยวชามใหญ่ๆเข้ามาตรงหน้าเขาพอดี เป็นอันว่าทุกอย่างเสร็จพร้อมกิน
ไม่ใช่ว่าไม่ชอบสถานที่แห่งนี้หรอกนะ แต่ถ้าเขามาที่นี่บ่อยๆพนักงานทุกคนจะทำตัวยังกันล่ะ มิต้องเกรงใจเขาจนแทบไม่เป็นอันกินกันเลยเหรอ การจะรู้เรื่องอาหารการกินของพนักงานเขาก็เลยมักส่งตัวแทนมาตรวจดูแทนเขาอยู่เป็นประจำ
“จ่ายตังสิ”
พราวลลิลที่ไม่มีแม้แต่กระเป๋าสตางค์หันไปสะกิดชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังจะอ้าปากพูดอะไรกับเธอสักอย่างให้จ่ายเงินค่าอาหารกลางวันในวันนี้
ก็กลัวอยู่ว่าจะเป็นหนี้บุญคุณต่อกันแต่ทว่าเธอก็ไม่มีเงินติดตัวสักบาท จะหันหน้าไปยืมใครก็คงไม่ได้แน่ ก็มีเพียงเขาเท่านั้นที่จะจ่ายเงินให้กับเธอไปก่อนได้
อีกอย่างเธอก็เป็นคนลงทุนออกเสียงสั่งอาหารมื้อเที่ยงแสนน่ากินนี้ให้กับเขา ก็พอจะลบล้างกับที่เขาเป็นคนจ่ายเงินเลี้ยงเธอได้บ้างอยู่แล้ว
“เธอก็จ่ายสิ”
“ฉันไม่ได้เอากระเป๋าสตางค์ลงมา นายจ่ายไปก่อนสิ”
“ไม่จ่าย”
“ไม่จ่ายก็ได้ ฉันจะได้ประกาศไปเลยว่าท่านประธานจะปิดโรงอาหารเลี้ยงทุกคน ดีไหม”
พราวลลิลหันไปกระซิบกระซาบทำข้อตกลงระหว่างเธอกับพ่อตัวโย่งนั้นก่อนที่จะขายหน้าคนทั้งโรงอาหารนี้
ดูเขาจะแข็งข้อกับเธอเกินผู้ชายธรรมดาเกินไปหน่อยแล้ว ก็ต้องใช้ไม้แข็งจัดการไปบ้างทั้งที่เธอก็ไม่ได้กล้าจะตะโกนอะไรแบบนั้นออกไปหรอก เพราะขืนทำไปคนทั้งโรงอาหารก็ต้องรู้หมดนะสิว่าเธอไม่มีเงินแม้แต่จะกินข้าวกลางวัน
“เท่าไหร่”
รำคาญเต็มทนแล้วที่จะยืนเถียงกับเธอที่ตรงนี้ อีกอย่างเขากำลังตกเป็นเป้าสายตาให้กับลูกน้องจำนวนมากที่กำลังต่อแถวเพื่อซื้อข้าวกลางวันกันอยู่
จำต้องเอาโทรศัพท์มือถือออกมาเพื่อจะสแกนจ่ายเงินค่าก๋วยเตี๋ยวสองชามที่คงเป็นก๋วยเตี๋ยวสองชามที่ใช้เวลาซื้อและเวลาเจรจานานที่สุดเท่าที่เคยหาซื้อมาได้
“พิเศษสองชาม หนึ่งร้อยพอดีจ๊ะ”
ป้าเจ้าของร้านเอ่ยพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มตามแบบฉบับแม่ค้าที่ถูกทางบริษัทบรีฟมาเป็นอย่างดีว่าต้องบริการพนักงานภายในบริษัทนี้ยังไง เพราะถ้าทำไม่ได้ก็จะไม่ได้ขายของภายในนี้
“เอาถือไว้ จะได้เดินไปหาที่นั่งกัน”
จ่ายเงินเสร็จสรรพ พราวลลิลก็ฉีกยิ้มกว้างส่งให้เขาไปหนึ่งทีเพื่อขอบคุณสำหรับค่าก๋วยเตี๋ยว ก่อนจะส่งชามก๋วยเตี๋ยวทั้งสองให้ชายหนุ่มได้ถือมันเอาไว้
“เฮ้อ”
คนตัวโตตกอยู่ภายในมนตร์สะกดหรือว่าอะไรสักอย่างจากรอยยิ้มของหญิงสาว ทำเอาเขารับชามก๋วยเตี๋ยวมาถือเอาไว้อย่างไม่รู้ตัว รู้ตัวอีกทีเธอก็เดินไปจากเขาเพื่อมองหาที่นั่งแล้ว
“นี่นายคงไม่เคยมาที่โรงอาหารเลยใช่ไหม พนักงานถึงได้แตกตื่นกันขนาดนี้ ทำตัวเป็นผู้บริหารที่ห่างเหินดีจริงๆ”
“ฉันมีวิธีจัดการของฉัน เธอไม่ต้องรู้หรอก”
“โอเคๆ ถ้างั้นฉันนั่งตรงนี้”
คนตัวเล็กเลือกที่นั่งเป็นโต๊ะที่ตั้งอยู่กลางโรงอาหารอย่างพอดิบพอดี เป็นจุดรวมสายตาของพนักงานทั้งบริษัท
คนอย่างเธอไม่อายสายตาของใครทั้งนั้นถ้าไม่ได้ทำผิด แต่เขาที่ดูจะห่างเหินกับพนักงานขนาดนั้นก็คงไม่แน่
“ก็ได้”
ชายหนุ่มนั่งลงอย่างว่าง่ายเพราะก๋วยเตี๋ยวทั้งสองชามในมือเริ่มจะร้อนจนทนถือต่อไปไม่ไหวแล้ว
อีกอย่างคนอย่างเขาก็ไม่ได้แคร์สายตาของใครมากเสียด้วย ใครอยากจะมองก็มองไปตามสบายเลย เพราะยังไงเขาก็ไม่มีอะไรเสียหาย
หรือใครจะนินทาเขาก็คงไม่มีใครกล้าทำ เพราะที่นี่มีกฎที่เคร่งครัดมากพอและก็บทลงโทษที่มีถึงขั้นไล่ออกถ้าเกิดเรื่องอะไรทำนองนี้ขึ้นมา
“ถ้ากินไม่ได้ก็ลุกหนีไปได้นะ ฉันนั่งกินคนเดียวได้”
พราวลลิลที่ค่อนข้างจะประทับใจในตัวชายหนุ่มตรงหน้าไม่น้อยเมื่อเขากล้าที่จะลงนั่งกินข้าวกับเธอตรงนี้ ทั้งที่คู่เดตหลายคนที่ยายหามาให้เธอนั้นไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้เลย หรือถูกเธอแกล้งเขาหน่อยก็หนีกลับไปก่อนตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเดตเลยก็มี
“คิดว่าฉันกินไม่ได้งั้นสิ”
“อืม”
“อืม รสชาติก็อร่อยดีนะ”
นนท์ธิวรรธน์ก้มหน้าลงเริ่มกินมื้อกลางวันของตัวเองที่ในวันนี้ไม่ได้นึกอยากกินเมนูนี้เลยสักนิดแต่ทว่าก็พอกินเพื่อให้อิ่มท้องก่อนเริ่มประชุมต่อได้อยู่
และก๋วยเตี๋ยวที่ได้กินก็รสชาติดีถูกปากเขาเสียด้วย ถึงแม้ไม่ได้ปรุงอะไรเพิ่มมาเลยแต่ทว่าก็อร่อย เพราะอาหารภายในโรงอาหารแห่งนี้เขาเป็นคนชิมและเลือกมาด้วยตัวเองทุกร้าน จะไม่ให้อร่อยและน่ากินได้ยังกันล่ะ
“กินช้าๆเหอะ ระวังจะติดคอตาย”
พราวลลิลรู้สึกถึงความพ่ายแพ้เล็กน้อยที่ไม่สามารถกลั่นแกล้งเขาจะอับอายได้ด้วยเรื่องที่เธอเคยทำสำเร็จมาแล้วกับพวกคนรวยๆที่ยายหามาจับคู่แต่งงานด้วย
เธอถึงกับขยับชามก๋วยเตี๋ยวของตัวเองเบี่ยงไปทางซ้ายแล้วหันหน้าหนีเขาไปกินทางนั้น ไม่หันหน้ากลับมามองเขาอีกจนกินอิ่ม
“หึ”
เสียงหนากลั้วหัวเราะในลำคอเบาๆอย่างผู้ได้รับชัยชนะ เธอมันช่างเป็นเด็กน้อยเอาซะจริงๆที่คิดจะมาแข่งกับราชสีห์ตัวใหญ่ๆอย่างเขา อยากจะให้เธอรู้เอาไว้ซะด้วยว่าเธอไม่มีทางเอาชนะเขาได้หรอก
แล้วมื้อกลางวันนั้นก็จบลงไปด้วยความอึดอัดที่มันเกิดมากจากตัวพราวลลิล เธอกินอะไรก็ไม่อร่อย อารมณ์ก็ไม่ดี รวมไปถึงเสียสมาธิการทำงานช่วงบ่ายไปมากอีกด้วยจนกล้าหาญต้องเขามาช่วย เพราะเธอคิดหาแผนจะเอาชนะคนตัวสูงอยู่จนหัวปั่นไปหมด
แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกจนกระทั่งกลับบ้านที่ต้องนั่งรถคันเดียวกัน เธอก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงให้เขาเป็นฝ่ายยอมแพ้และส่งเธอกลับบ้าน เป็นฝ่ายยอมเสียเงินร้อยล้านนั้นโดยไม่เรียกร้องจะเอามันคืนมา
“เฮ้อ จะเอายังไงกับชีวิตดีวะ”
พอมาถึงยังบ้านของเขาที่มีพ่อกับแม่เขามายืนรอต้อนรับอยู่หน้าบ้าน หญิงสาวพอก้าวลงจากรถได้ก็ถามหาห้องนอนส่วนตัวของเธอในทันที และก็มีเด็กรับใช้ภายในบ้านเดินนำทางไป
มาถึงยังห้องนอนที่ภายในห้องมีกลิ่นหอมอ่อนๆ หอมแบบสะอาดๆเหมือนน้ำหอมผู้ชายยี่ห้อและกลิ่นที่เธอชอบอยู่ในห้องนั้น แต่เธอก็ไม่สนใจรายละเอียดเล็กน้อยอะไรพวกนั้นเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว
พราวลลิลทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้างอย่างแรง จนตัวเธอนั้นเด้งขึ้นมาด้านบนก่อนจะถูกที่นอนดูดในนอนนิ่งเพื่อพักได้
ชุดของเธอที่เป็นแบบเดรสกระโปรงยาวคลุมเข่าเปิดเลิกสูงขึ้นจนเห็นขาอ่อนขาวๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังนอนไม่สบายตัวมากพอ หญิงสาวฉีกขากว้างเพิ่มขึ้นอีกเพื่อให้มีลมเย็นๆจากเครื่องปรับอาการรอดผ่านสักนิดเพิ่มความผ่อนคลายหลังเลิกงาน
“เธอ”
นนท์ธิวรรธน์ที่แวะคุยเรื่องงานกับพ่อของเขามานิดหน่อยก่อนจะเดินกลับมายังห้องนอนเพื่อหวังจะเปลี่ยนชุดทำงานไปออกกำลังเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายจากการทำงานใช้สมองมาอย่างหนักทั้งวัน
พอเปิดประตูห้องนอนเข้ามาก็ถึงกับต้องใจกับภาพตรงหน้าที่มีหญิงสาวมานอนอยู่บนเตียงกว้างของเขาที่ซึ่งไม่เคยมีใครมานอนนอกเสียจากเขามาก่อน
"กรี๊ดดดดด”
หญิงสาวที่กำลังนอนอ้าขาออกกว้างถึงกับกรีดร้องสุดเสียงที่อยู่ดีๆก็มีผู้ชายเปิดประตูเข้ามาในห้อง
ร่างเล็กๆนั้นรีบพลิกตัวหนีอย่างรวดเร็วจนตกเตียงนอนที่สูงห้าสิบห้าเซนติเมตร เสียงร่างเล็กกระทบพื้นดังตุ๊บใหญ่
“เป็นอะไรหรือเปล่า กระดูกหักไหม”
ร่างสูงรีบเดินเข้าไปดูร่างเล็กที่หายวับไปกับตาเขาอย่างรวดเร็ว เมื่อไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไรถึงได้กรีดร้องจนตกเตียงไปได้
“กรี๊ดดดดด”
หญิงสาวกรีดร้องอีกรอบสุดเสียงของเธอ เมื่อกระโปรงเจ้ากรรมมันเปิดขึ้นมาจนถึงเอว จนกางเกงในสีขาวของเธอมันโชว์เด่นต่อหน้าเขาไปแล้ว
นนท์ธิวรรธน์รีบหันหน้าหนีอย่างรวดเร็วไม่คิดว่าเธอจะโป้ได้ขนาดนั้น เพราะถ้ารู้ว่าเธอโป้ก็คงไม่เข้าไปช่วย เพราะมันดูไม่เหมาะสม
และที่เห็นก่อนหน้านี้ขาวๆบนเตียงนอนนั้นก็คงเป็นชั้นในของเธอ ไม่ใช่เนื้อผ้าของกระโปรงของเธออย่างที่เขาคิดเอาเอง
“สงสัยจะเจอกันแล้ว”
นวัตรประมุขใหญ่ของบ้าน ว่าที่คนกำลังจะมีลูกสะใภ้เป็นตัวตนถึงกับหันไปพูดกับภรรยาในทันทีที่ได้ยินเสียงหญิงสาวกรีดร้องดังลั่นบ้าน
การพบเจอของลูกชายเขากับว่าที่ลูกสะใภ้คงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ สถานการณ์คงพอๆกับเมื่อเช้าเป็นแน่ เท่าที่ฟังจากเสียงร้องนั้น
แต่ถึงกระนั้นก็ไม่คิดเข้าไปเป็นก้างขวางคอ หวังให้คนทั้งสองเคลียกันเอง
“เราควรปล่อยให้เขาอยู่กันแบบส่วนตัว ถ้าอย่างนั้นวันนี้ออกไปกินข้าวนอกบ้านกันดีไหม”
คุณหญิงวรรณวิภายิ้มตอบสามีแบบแห้งๆเมื่อได้ยินพลังเสียงของลูกสะใภ้คนสวย พร้อมกันนั้นก็หาทางออกไปนอกบ้าน โดยจะปล่อยให้คนทั้งคู่อยู่กันตามลำพังจะได้มีโอกาสได้คุยกัน
“ผมให้คุณหญิงเป็นฝ่ายเลือกร้านก็แล้วกันนะ”
พูดยังไม่ทันจบประโยคดี นวัตรก็เดินไปหญิงกุญแจรถมา ส่วนคุณหญิงวรรณวิภาก็คว้าเอากระเป๋าใบโปรดขึ้นมาถือ
สองสามีภรรยาวัยเกษียณรีบพากันออกนอกบ้านในทันที ก่อนที่จะถูกตามให้ไปเคลียเรื่องของคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่ยังเข้ากันไม่ได้นั้น
