บทที่ 11 สายตาผมสั้น
“คุณเห็นอะไรหรือเปล่า”
พราวลลิลตั้งสติขึ้นมาใหม่แล้วลุกขึ้นจากข้างเตียงมานั่งบนเตียงนอน หันหลังให้ชายหนุ่มที่ยังคงยืนหันหลังอยู่ภายในห้องนอนนั้น
เขายังไม่ไปไหน ก็คงเป็นเพราะยังตกใจเสียงกรีดร้องของเธอที่มันดังไปสามบ้านแปดบ้านนั่นแหละ ขนาดตัวเธอยังรู้เลยว่ามันดังแล้วเขาจะไม่ตกใจได้ยังไงกันล่ะ
นนท์ธิวรรธน์ยืนเงียบเพื่อครุ่นคิดอย่างหนักกับคำตอบที่จะให้เธอ เขาควรจะโกหกหรือพูดความจริงออกไปดี กับการต้องมาเจอกันในสภาพนี้ของหญิงสาว
“ฉันถามว่า คุณเห็นอะไรหรือเปล่า”
เสียงหวานถามย้ำออกไป
“ไม่ อืม สายตาผมสั้น”
ชายหนุ่มเลือกที่จะโกหกคำโตออกไปเกี่ยวกับสายตาอันแสนชัดเจนของตัวเอง ก็คงเป็นเหตุผลที่ดี และก็เพื่อความสบายใจทั้งสองฝ่าย
แม้ว่าเขาจะแอบลำบากใจอยู่บ้างก็ตาม เพราะภาพยังคงติดตาและติดอยู่ในความรู้สึกอยู่เลย
ก็นอกจากหน้าตาของเธอที่มันสวยจนสะกดเขาได้แล้ว เรือนร่างของเธอก็งดงามชวนเขาอยากเข้าหาอีกด้วย
“แน่นะ”
เสียงหวานถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
“อืม แน่สิ”
เสียงหนาพยายามเค้นตอบเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ
“ทำไมคุณไม่เคาะประตู”
พอเริ่มจะคลี่คลายความอับอายลงได้ พราวลลิลก็กลับไปหาเรื่องเขาต่อ ด้วยเรื่องไร้มารยาของเขามันปล่อยเอาไว้ไม่ได้จริง
ถ้าเกิดมีคราวหน้าเกิดขึ้นอีก เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เขาไม่ต้องเข้ามาเห็นอะไรต่อมิอะไรของเธอบ่อยๆหรอกเหรอ
“ที่นี่มันห้องนอนของฉัน เธอเข้าห้องผิดแล้วมั้ง”
เขาไม่ใช่คนไร้มารยาทอะไรทำนองนั้น แต่ว่าเขานั้นเดินเข้ามาภายในห้องนอนของตัวเอง แล้วทำเขาจะต้องเคาะประตูห้องนอนด้วยล่ะ
“ก็เด็กในบ้านของคุณพาฉันมาที่นี่ หรือว่า แม่ของคุณ”
เธอคิดว่าที่นี่เป็นห้องนอนใหม่ของเธอแต่ก็คงจะไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว ดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นห้องนอนของเขา
“คุณหญิงวรรณวิภา เอาอีกแล้วนะ”
ดูเหมือนว่าเธอจะถูกแม่ของเขาล่อลวงให้เข้ามานอนห้องเดียวกับเขาเข้าจนได้ และก็เหมือนแม่ของเขาจะทำสำเร็จ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่เกิดเรื่องที่ทำให้เขาผู้เป็นเจ้าของห้องต้องมารู้สึกผิดเพราะไม่เคาะประตูห้องของตัวเองก่อนแบบนี้หรอก
“จะหาห้องนอนใหม่ให้ก็แล้วกันนะ รอสักครู่นะ”
นนท์ธิวรรธน์เลยเสนอตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดี จะหาห้องนอนใหม่ที่ใหญ่พอๆกับห้องนอนของเขาให้เธอได้ใช้สอย
ไหนๆเธอก็คงต้องอยู่อีกนานจะได้ไม่ต้องลำบากถ้าต้องกลับไปนอนในห้องนอนของแขกแบบเมื่อคืน
“เดี๋ยว”
เสียงหวานเอ่ยรั้งเขาเอาไว้ เมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้
“มีอะไร”
ร่างหนาหยุดชะงักยังไม่ได้ก้าวเดินออกจากห้องนอนไป
“ฉันนอนที่นี่ก่อนก็ได้”
พราวลลิลตัดสินใจครั้งสำคัญ เธอยอมที่จะนอนในห้องนี้ดีกว่าทำให้คนนอกอย่างเช่นครอบครัวของเขาและก็ครอบครัวของเธอสงสัย
เพราะนั้นอาจหมายถึงการถูกจับคู่ครั้งใหม่อีกครั้ง ที่เธออาจจะต้องแต่งงานกับใครหน้าไหนก็ไม่รู้ อาจจะไม่รูปหล่อเท่าเขาก็เป็นได้ หรืออาจจะเป็นไอ้อ้วนหมูตอนเหมือนคนก่อนๆ
เธอควรยอมอะไรบางอย่าง เพื่อแลกมาซึ่งชีวิตอันสงบสุขสักระยะ ก่อนจะมีแผนใหม่ในหัว
“ถ้างั้นฉันไปนอนห้องอื่นก็ได้”
ถ้าเธอชอบห้องนี้ เขาในฐานะเจ้าของบ้าน ก็ยินดีที่จะยกให้ ถึงจะแอบเสียดายความสบายของห้องนี้ไปบ้างก็ตาม
“แต่นี่มันห้องนอนของคุณนะ”
จะให้เธอเอ่ยพูดได้ยังไงกันล่ะว่าจะให้เขายอมนอนกับเธอ เพื่อให้บรรดาผู้ใหญ่เชื่อว่าเขากับเธอถูกจับคู่สำเร็จแล้ว เพื่อไม่ให้การถูกดูตัวหรือจับคู่แต่งงานเกิดขึ้นอีก
มันก็พูดยากไปนะ เพราะเธอก็เป็นผู้หญิง และเขานั้นก็เป็นผู้ชาย
“อืม ถ้างั้นก็นอนด้วยกันไปก่อน เอาไว้แก้ปัญหานี้ได้แล้วค่อย....อืม”
หญิงสาวอึกอักๆอยู่สักพักเพื่อพยายามที่จะพูดโน้มน้าวเขา ติดๆขัดๆราวกับติดอ่างกว่าจะพูดออกไปได้
คนอย่างเธอเกิดมาไม่เคยกลัวใครหน้าไหน กลับต้องมากลัวการพูดไม่กี่คำซะได้
“ค่อยหาห้องนอนใหม่”
เขาพอจะเข้าใจว่าเธอต้องการอะไร และเขาก็เห็นด้วยกับการนอนด้วยกันไปก่อน เพราะถ้าเธอแยกห้องนอนกับเขาเมื่อไหร่ แม่ของเขาต้องไม่ยอมเรื่องนี้ง่ายๆแน่ หรืออาจหาผู้หญิงคนใหม่มาให้เขา และเธอคนใหม่นั้นอาจจะไม่สวยถูกใจเขาก็เป็นได้
“อืม ใช่ๆ”
“ถ้าอย่างนั้น ฉันขอตัวก่อนนะ จะไปออกกำลังกาย”
“เชิญๆ ตามสบายเลย”
“ไอ้หนมทำอะไรวะเนี้ย ชวนผู้ชายนอนด้วย ให้ตายเหอะ”
พอชายหนุ่มเดินออกไปจากห้องนอนของเขาแล้ว พราวลลิลก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนอนนั้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้นั้นนอนลงอย่างเรียบร้อยไม่ให้อะไรโผล่ออกมาอีกแล้ว บ่นพึมพำกับตัวเองที่ทำเรื่องน่าอายซ้ำแล้วซ้ำเล่าลงไป
แต่ที่ทำลงไปทั้งหมดนั้นก็เพื่อเอาตัวรอดไปก่อน พอคิดแล้วก็พอจะลบล้างกับความอายได้บ้าง ถึงจะไม่หมดแต่ก็เบาบางลงมาก
หลังจากนั้นสักพักเธอก็เดินออกมาจากห้องนอน และลงไปหาอะไรกินในห้องครัว โดยการเดินวนรอบบ้านหลังใหญ่ที่ทั้งดูกว้างขวางและก็อบอุ่น
กว่าจะได้กินข้าวเย็นก็เดินจนเมื่อยขาอยู่เหมือนกัน แต่ก็ถูกทดแทนด้วยอาหารที่อร่อยถูกปากเหมือนกินที่บ้าน ก็ทำให้หายเมื่อยขาได้บ้าง ก่อนจะกลับขึ้นห้องนอนอีกครั้งเพื่ออาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน
เพราะพรุ่งนี้เช้าเธอยังคงต้องออกไปทำงานกับเขา ต้องทำตัวเป็นเลขาไปอีกสักระยะหวังให้ทางบ้านของเธอตายใจแล้วยอมคืนเงินร้อยล้านให้เขา
“คุณ”
หญิงสาวใช้เวลาอาบน้ำอยู่นานสองนาน เพราะต้องเอาพวกของใช้ส่วนตัวเข้าไปจัดไว้ในห้องน้ำนั้นด้วย แบ่งเป็นสัดส่วนครึ่งต่อครึ่งอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้ของใช้ของเธอไปปะปนกับของใช้ของเขา
ก่อนจะนุ่งกระโจมอกด้วยผ้าขนหนูผืนที่มันสั้นอยู่เหนือเขาเดินออกมาจากห้องน้ำเพื่อจะไปยังโซนห้องแต่งตัวที่มีกระเป๋าเสื้อผ้าของเธอวางอยู่
แต่แล้วก็ต้องตกใจจนหัวใจหล่นไปอยู่กับพื้น เมื่อประตูห้องนอนถูกเปิดออกกว้างพร้อมกับร่างหนาปรากฎขึ้นตรงหน้า
เขาอีกแล้ว
“เอ่อออ ฉันกำลังจะมาอาบน้ำ”
นนท์ธิวรรธน์จ้องมองเธออย่างลืมตัวไปเกือบนาที ก่อนจะรีบก้มหน้าลงแล้วเดินจ้ำอ้าวด้วยความรวดเร็วเข้าห้องนอนไป
เห็นเนินอกของเธออย่างเต็มตาโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่เพราะมันเด่นจนสายตาของเขาไปจับจ้องที่ตรงนั้นเข้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ
ยังดีที่มีหนทางให้ได้เดินหลบหน้าเธอ ไม่อย่างนั้นถ้าเธอถามว่าเขาเห็นอะไรเข้าให้อีก เขาจะไม่มีคำโกหกให้เธอ
เพราะเขาโกหกไม่เก่ง และเนินนมเธอมันก็เด่นจริงๆจนพาลนึกไปถึงเมื่อตอนเช้าที่ได้จับ มันเต็มไม้เต็มมือไปหมดเลย
เหมาะสมแล้วล่ะที่มันดูใหญ่จนล้นผ้าเช็ดตัวออกมา
