บทที่ 12 ห้องนอน

“ฉันขอตู้เสื้อผ้าของคุณครึ่งหนึ่งได้ไหม”

พราวลลิลเอ่ยเสียงดังขึ้นเมื่อพาตัวเองเข้ามายืนอยู่ภายในโซนแต่งตัวของห้องนอนที่รายล้อมแยกสัดส่วนด้วยตู้เสื้อผ้าสามตู้ใหญ่ๆเรียงกั้นเป็นห้องขนาดเล็กอีกห้องหนึ่งมีประตูเป็นกระจกใส

ในตู้เสื้อผ้าทั้งสามตู้เต็มไปด้วยเสื้อผ้าของเขา ไม่หนาแน่นมากนักแต่ทว่ากลับถูกแขวนแยกสัดส่วนเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ

จนคนอย่างเธอที่มีเสื้อผ้ามากมายถึงสามกระเป๋าต้องเอ่ยขออนุญาตเขาก่อน ด้วยไม่อยากมีปัญหากับเจ้าของห้องอย่างเขา

“อะไรนะ”

ได้ยินเสียงพูดของเธอดังแว่วๆเข้าไปภายในห้องน้ำ คนที่เปลี่ยนเสื้อผ้าออกหมดแล้วถึงกับเอียงหูฟังอย่างตั้งใจ

และเริ่มแง้มประตูห้องน้ำให้เปิดออกเล็กน้อย เพื่อจะฟังเธอพูดให้ได้ยิน

“ฉันขอตู้เสื้อผ้าของคุณครึ่งหนึ่งได้ไหม”

“ได้ เธอเลือกเอาได้เลย”

“คุณสะดวกจะให้ทางฝั่งซ้ายหรือขวา ฉันจะได้ย้ายของ”

“เดี๋ยวฉันจัดการเคลียร์ให้เองจะดีกว่า”

หยิบผ้าเช็ดตัวผืนไม่ใหญ่มากนักแค่พอพันรอบเอวสอบของตัวเองได้เอามาพันไปรอบๆเอวเพื่อปิดบังความโป้

เดินตัวปลิวออกจากห้องน้ำตรงไปยังห้องแต่งตัวเพื่อจะไปหยิบเสื้อผ้าของตัวเองขยับออกจากราวแขวน

มันเป็นเสื้อผ้าของเขา เขาควรทำอะไรพวกนี้ด้วยตัวเอง มันใช่เป็นเธอที่ยังคงถือว่าเป็นแขกของบ้านมาทำให้

อันที่จริงแล้วเสื้อผ้าของเขานั้นแขวนแค่ตู้เดียวก็เพียงพอแล้ว เพราะไม่ได้มีมากมายนัก แต่ที่แขวนเต็มไปหมดเพราะปกติอยู่คนเดียว ใช้ตู้เสื้อผ้าพวกนี้คนเดียว ก็เลยแขวนเรียงให้เกิดความสวยงามเป็นระเบียบเว้นระยะห่างไปทั่ว

เอาเป็นว่าอีกสองตู้เขายกให้เธอใช้ไปก่อนแล้วกัน จนกว่าอะไรๆมันจะเข้าที่เข้าทาง แล้วเขากับเธอสมควรจะแยกห้องนอนกัน

“อืม ทำไมไม่แต่งตัวให้มันเรียบร้อยอ่ะ”

คนตัวเล็กที่ยืนอยู่อีกฝั่งของห้องแต่งตัวจ้องมองไปยังชายหนุ่มที่เดินนุ้งผ้าเช็ดตัวออกมา ด้วยท่าทางน้ำลายเกือบไหลหก

หุ่นของเขามันช่างแน่นไปหมด กล้ามงี้เป็นมัดๆน่าจับขย้ำเป็นบ้าเลย ถ้าเทียบกับเด็กโฮสที่เธอไปเฝ้า เขากินขาดไม่มีใครเทียบติดเลย

แล้วทำไมต้องขาวได้ขนาดนั้น ราวกับพระเอกซีรีส์จีนหลุดออกมาจากจอทีวีแล้วมาเดินเล่นอยู่หน้าเธอ

แสบตาเหลือเกิน

อื้ออออ จะทนไม่ไหวแล้วนะ

“เป็นอะไรหรือเปล่า”

นนท์ธิวรรธน์จัดเรียงเสื้อผ้าในตู้เสียใหม่เสร็จเรียบร้อยดีแล้วก็หันหน้ามาหาหญิงสาว ก็เพื่อจะบอกกับเธอว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

แต่ทว่าก็ต้องตกใจไม่น้อย เมื่อคนตัวเล็กนั้นย่อตัวลงไปนั่งยองๆกับพื้นแล้วหันหลังให้กับเขา

“เปล่าๆ คุณรีบไปอาบน้ำเถอะ ฉันจะได้รีบจัดของ”

เธอแพ้ความหล่อของเขาถึงกับเข่าอ่อน จำต้องนั่งลงตั้งหลักก่อน และก็หันหลังให้เขาด้วยเพราะไม่กล้ามองเขาต่อ กลัวว่าจะเป็นลมตายเพราะความหล่อความแน่นไปเสียก่อน

“อืม”

เห็นว่าไม่มีอะไรแล้ว เขาก็เดินกลับไปที่ห้องน้ำต่อ แล้วอาบน้ำชำระล้างร่างกายที่ทั้งทำงานหนักมาทั้งวันและออกกำลังกายจนเหงื่อเปียกชุ่มมาทั้งตัวอีก

~ซู่ ซู่~

“เฮ้อออ เกือบตาย”

เสียงน้ำไหลดังออกมาจากภายในห้องน้ำ ทำให้พราวลลิลกล้าที่จะลุกขึ้นยืนอีกครั้งด้วยขาของเธอที่เลิกสั่นขึ้นมาได้บ้างแล้ว

เข้าเปิดกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเอง หยิบเอาเสื้อผ้าที่มีมากมายหลายสิบชุดออกมาจัดเรียงไปบนตู้เสื้อผ้าทั้งสองตู้ที่เจ้าของบ้านนั้นยกให้

เธอแขวนเสื้อผ้าไปก็แต่งตัวไปด้วยเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาก่อนที่คนในห้องน้ำจะออกมาอีกครั้ง

ค่อนข้างเร่งมือพอสมควรด้วยไม่อยากให้ใครมาเห็นตอนเธอโป้ เมื่อห้องแต่งตัวนั้นเป็นกระจกใสมองเห็นได้อย่างชัดเจน

คนตัวเล็กใช้เวลาอยู่ในโซนห้องแต่งตัวไม่นานก็รีบกระโดดขึ้นเตียงนอนมาจัดการเลือกฝั่งที่ตัวเองถนัดนอนก่อน

ไม่ได้เก็บเสื้อผ้าให้เสร็จเรียบร้อย ด้วยมันมากมายจนเกินจะเก็บไหวในคราวเดียว เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยเก็บใหม่

นนท์ธิวรรธน์ใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานพอสมควรก่อนจะออกมาแต่งตัวภายในห้องแต่งตัว

แต่เขาไม่ได้โป้ให้เธอเห็นหรอกนะ เพราะภายในห้องแต่งตัวมีผ้าม่านให้เลื่อนปิดได้ ตามที่นักตกแต่งห้องนี้เขาได้ออกแบบเพื่อเอาไว้ในอนาคตว่าหนุ่มโสดอย่างเขาอาจมีผู้หญิงมาอยู่ด้วย และวันนี้มันก็ได้ใช้งานจนได้ หลังจากเป็นแค่ผ้าม่านประดับห้องมานานแสนนาน

“เธอจะนอนฝั่งนั้นเหรอ”

แล้วเขาก็ได้เห็นว่าหญิงสาวนั้นลงนอนบนเตียงก่อนหน้าเขาแล้ว และเธอก็นอนชิดฝั่งทางซ้ายติดกับทางด้านหน้าต่างกระจกของห้องนอน

ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าเธอถนัดนอนทางนั้นเลยเลือกแบบนั้น หรือแค่รีบร้อนขึ้นไปนอนก่อนที่เขาจะออกจากมาภายในห้องน้ำ

“อืม  ใช่”

“ไม่เปลี่ยนใจแน่นะ”

ชายหนุ่มเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ เพราะถ้าเธอไม่สะดวกจะนอนฝั่งนั้น ก็มาเลือกนอนอีกฝั่งหนึ่งได้นะ

ถึงแม้ว่าเขาจะถนัดนอนฝั่งขวามาก แต่ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษก็พอจะเสียสละให้เธอได้

“อืม ฉันชอบด้านซ้าย และอีกอย่างก็ชอบหน้าต่างด้วย มันทำให้ไม่อึดอัด”

เธอชอบฝั่งทางซ้ายนี้จริงๆ เพราะที่บ้านเธอนั้นเธอก็เลือกนอนฝั่งนี้ ไม่อย่างนั้นจะรีบกระโดดขึ้นเตียงมาเลือกด้วยตัวเองเหรอ

“ถ้าอย่างนั้น เอาหมอนข้างหน่อยไหม”

เมื่อฝั่งนอนเป็นที่ตกลงกันดีแล้ว ชายหนุ่มก็มองหาหมอนข้างที่เขาเอาไปวางที่โซฟาเมื่อคืนก่อน

ด้วยคืนนี้มันน่าจะต้องถูกใช้งาน เป็นที่กั้นไม่ให้เขากับเธอต้องนอนใกล้กันมากเกินไป

“เอาสิ”

“อืม ปิดไฟเลยไหม”

เหมือนเตียงนอนจะถูกแบ่งออกเป็นอย่างดีแล้ว นนท์ธิวรรธน์ก็เสนอที่จะปิดไฟภายในห้องนอนทันที 

เขายังไม่ได้ง่วงนอนเลยสักนิด แต่ความมืดน่าจะช่วยให้ห้องนอนห้องนี้ดูน่าอึดอัดน้อยลง

“เดี๋ยวก่อน อืม คือว่า เบาแอร์หน่อยได้ไหม”

หญิงสาวเริ่มหนาวจนสะท้านแม้จะห่มผ้าเอาไว้อย่างมิดชิดจนถึงคอก็ตาม เมื่อเครื่องปรับอากาศภายในห้องนี้ถูกเปิดเอาไว้ที่ยี่สิบองศา

ไม่ต้องไปเที่ยวไกลถึงต่างประเทศ เมืองไทยก็หนาวจนสั่นได้ด้วยเครื่องปรับอากาศภายในห้องนอนของเขาห้องนี้

“อ่อ หนาวเหรอ”

“อืม”

“เธอตั้งเอาเอง ตามสบายได้เลย”

เขาเดินไปหยิบรีโมทแอร์มาให้กับเธอ เมื่อไม่รู้ว่าจะต้องตั้งอุณหภูมิเท่าไหร่ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเธอถึงจะรู้สึกอบอุ่น

“คุณตั้งดีกว่า ถ้าเกิดคุณร้อนขึ้นมาจะพาลนอนไม่หลับเอานะ”

“ไม่ร้อนหรอก เธอตามสบายได้เลย”

“อืม  เอาแบบนั้นก็ได้ ถ้าอย่างนั้นรีโมทแอร์เอาไว้ฝั่งฉันนะ”

พราวลลิลจัดการปรับอุณหภูมิให้เพิ่มขึ้นไปถึงยี่สิบห้าองศา ก่อนจะวางรีโมทแอร์ไว้ตรงหัวเตียงนอนฝั่งตัวเอง เพื่อสะดวกต่อการหยิบเอามาใช้ในวันหน้า

“อืม”

“ถ้าอย่างนั้น ปิดไฟนะ”

ทุกอย่างดูเหมือนจะเรียบร้อยดีแล้ว นนท์ธิวรรธน์ก็ปิดไฟภายในห้องนอนลงเหลือไว้แต่เพียงไฟหรี่ภายในห้องน้ำ

ภายในห้องมืดลงในทันที แต่ก็ไม่ได้มืดสนิท ยังคงมีแสงสลัวๆรอดผ่านประตูห้องน้ำออกมา

“อืม”

“ฝันดีนะ”

เจ้าของร่างสูงลงนอนบนเตียงด้วยความเคยชินในฝั่งที่ตัวเองถนัด แต่ทว่าวันนี้ทิ้งตัวลงนอนเบากว่าปกติเมื่อไม่ได้นอนเพียงคนเดียวแล้วบนเตียงใหญ่

ก่อนจะเอ่ยบอกฝันดีอีกฝ่าย เพราะไม่รู้จะพูดอะไรเพื่อดับความเงียบที่มันน่ากลัวกว่าความมืดที่มันเกิดขึ้นภายในห้องนอนของเขา

“อืม ฝันดี”

คนตัวเล็กขานรับคำพูดของเขาตามมารยาท ก่อนจะพยายามข่มตาให้หลับลงท่ามกลางสถานที่ใหม่ๆแห่งนี้

โดยไม่รู้เลยว่าวันนี้ คืนนี้ คนอย่างเธอจะนอนหลับไหม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป