บทที่ 13 แปลกๆ

“หืมมมม”

ร่างสูงของชายหนุ่มพลิกตัวอย่างช้าๆเพื่อยืดลำตัวออกเล็กน้อยเมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นตามเวลาปกติที่ร่างกายนั้นตื่นขึ้นในเวลานี้จนชินแล้ว

ถึงจะหลับไม่ค่อยเต็มตาเท่าไหร่เพราะเมื่อคืนกว่าจะข่มตาหลับได้ก็ดึกดื่นพอสมควร เมื่อต้องรู้สึกถึงความแปลกๆที่มีหญิงสาวมานอนร่วมเตียงด้วย

“หืมมมมมมม เมื่อยจังเลย”

ร่างเล็กที่นอนขดตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหน้าที่ยึดครองเอาไว้แต่เพียงผู้เดียวไม่แบ่งเพื่อนร่วมเตียงแม้แต่น้อย พลิกตัวอย่างช้าๆพร้อมกับบิดตัวไปมาเล็กน้อยเพื่อไล่ความเมื่อยล้าที่เกิดจากการนอน

เธอยังคงรู้สึกง่วงอยู่มากเหมือนกับว่ายังไม่ได้หลับลงเลย เพราะเมื่อคืนกว่าจะข่มตาหลับลงได้ก็ปาเข้าไปเกือบจะตีหนึ่งได้แล้ว

และยังต้องมาตื่นเช้าตั้งแต่หกโมงอีก เพื่อจะได้ออกไปคิดหาหนทางจะหนีออกไปจากการเป็นเมียของใครก็ไม่รู้ที่เธอยังจำชื่อเขาไม่ได้เลยด้วยซ้ำไป

“ยังไม่ตื่นเหรอ”

บิดตัวเพลินไปหน่อยก็พาลนึกขึ้นมาได้ว่า การกระทำของเธอจะทำให้คนข้างๆตื่นขึ้นมาหรือเปล่า

“เฮ้ย อะไรวะเนี้ย”

เปิดผ้าห่มออกหวังจะลุกจากเตียงเมื่อเห็นว่าคนข้างๆยังคงหลับอยู่ แต่ทว่าภายใต้ผ้าห่มกลับมาอะไรอยู่อีก จนเธอต้องดีดตัวลุกขึ้นนั่งเพื่อดู

“เสื้อออออ”

เสื้อนอนสีขาวของเขาที่เมื่อคืนเธอเห็นว่าเขาใส่ก่อนจะเข้านอน ดันมาอยู่ที่เธอได้ยังไงกันล่ะ  นี่เธอละเมอไปเอาของเขามางั้นเหรอ

“เอาคืนไปเลย”

โผล่ใบหน้าที่ยุ่งเหยิงเพราะเพิ่งจะตื่นนอนไปดูเขาเล็กน้อย ก่อนจะโยนเสื้อคืนไป แล้วรีบลงจากเตียงนอน วิ่งเข้าห้องน้ำไป

“อ้ายยย คิดว่ากล้ามตัวเองโตแล้วถอดเสื้อนอนโชว์ได้งั้นเหรอ เดี๋ยวได้เจอกันแน่ อ้ายย”

พราวลลิลไปกรีดร้องอยู่ภายในห้องน้ำนั้น เมื่อตื่นเช้ามาก็ดันได้เห็นกล้ามเป็นมัดๆของเขาเข้าเต็มตาเลย

คนบ้าอะไรนอนไม่ใส่เสื้อ ทั้งที่อากาศภายในห้องนอนก็เย็นกำลังดี ไม่ได้ร้อนเหมือนอากาศด้านนอกซะหน่อย

คิดจะโชว์ให้เธอดูแล้วดูอีกหรือไง หรือว่าเขารู้ว่าเธอนั้นชอบกล้ามโตๆของเขานั้นเข้าให้แล้ว ถึงได้อ่อยนักอ่อยหนา

“หึๆ”

คนแกล้งหลับต่อนั้นค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้าห้องน้ำไปแล้ว แล้วเขาก็ยังคงนอนอยู่อย่างนั้น ไม่คิดจะตื่นก่อนที่เธอจะเดินออกมาจากภายในห้องน้ำ

เขายังติดใจตอนที่เธอเดินห่มผ้าขนหนูเดินออกมาจากในห้องน้ำอยู่ จะว่าไปแล้วก็อยากจะเห็นอีกสักครั้ง ด้วยความเห็นแก่ตัวอย่างที่นิสัยของเขาไม่เคยมีมาก่อน

“ยังไม่ตื่นใช่ไหม”

พราวลลิลโผล่ออกมาแต่ใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาไร้เครื่องสำอางเมื่อใช้เวลาทั้งอาบน้ำทั้งล้างหน้าไปเกินสิบห้านาที

เธอใช้สายตาที่ยังปกติดีตามอายุของเธอมองไปยังเตียงนอนที่อยู่ไกลๆตรงนู้น เพื่อจะดูว่าเจ้าของห้องนอนนั้นตื่นหรือยัง

พอเห็นว่าเขายังหลับอยู่ เธอก็รีบวิ่งออกจากห้องน้ำโดยมีผ้าขนหนูเพียงผืนเดียวปิดบังร่างกายเอาไว้ วิ่งตรงไปยังห้องแต่งตัว

รีบดึงผ้าม่านที่เห็นเขาใช้อยู่เมื่อวานปิดห้องแต่งตัวทั้งหมด แล้วเธอก็แต่งตัวอยู่ภายในนั้นอย่างรีบเร่งแข่งกับเวลาที่เจ้าของห้องจะตื่นขึ้นมาก่อน

“เธอแต่งตัวเสร็จหรือยัง”

นนท์ธิวรรธน์ให้เวลาเธอเป็นครึ่งชั่วโมงภายในห้องแต่งตัวนั้นเขาถึงได้ลุกขึ้นไปอาบน้ำ พออาบน้ำเสร็จเขาเลยลองเรียกเธอดู

เพราะถ้าขืนให้เวลาเธอต่อไปอีก เขากับเธออาจไปทำงานสาย และตารางงานที่อยู่ในช่วงเช้าหลายๆอย่างอาจได้รับผลกระทบ

“เสร็จแล้วๆ ฉันกำลังจะออกไปแล้ว”

กวาดเครื่องสำอางที่ใช้แต่งหน้าลงกระเป๋าอย่างรวดเร็ว เมื่อเธอนั้นแต่งหน้าเสร็จเรียบร้อยพอดิบพอดีกับที่เจ้าของห้องต้องการใช้ห้องแต่งตัวของเขา

ลุกขึ้นฉีดน้ำหอมเล็กน้อยด้วยกลิ่นเบาๆตามสไตล์ของเธอบวกกับการใส่ชุดเดรสลายดอกไม้เล็กๆ

ก่อนจะเปิดผ้าม่านออกแล้วเดินออกจากห้องแต่งตัวอย่างมั่นอกมั่นใจ เพราะคนสวยอย่างเธอมันก็ต้องลุคนั้นอยู่แล้ว

“ลงไปกินมื้อเช้าก่อนได้เลย”

นนท์ธิวรรธน์ที่ยังมีเพียงผ้าขนหนูพันรอบเอวสอบอยู่นั้นตะลึงในความสวยของหญิงสาวจนพูดอะไรแทบไม่ออก เอาแต่ใช้สายตามองดูเธอไม่ล่ะไปไหน

จนเขาต้องปริปากพูดอะไรออกมาบ้าง ก่อนที่จะมีคนรู้ว่าเขาหวั่นไหวต่อความสวยตรงหน้า

“อืม”

หญิงสาวที่เคยมั่นใจก่อนหน้านี้ถึงกับหน้าแดงและเสียอาการจนแทบเดินต่อไม่ไหว เมื่อต้องมาเห็นผิวขาวๆของผู้ชายตรงหน้ามันสว่างแสบตาไปหมด และไหนยังจะกล้ามโตๆเปียกน้ำนั้นอีก น่าขย้ำเป็นบ้าเลย

“เดี๋ยวฉันแต่งตัวเสร็จแล้วจะตามลงไป”

“อืม”

“ฝากบอกส้มโอด้วยว่า ชงกาแฟรอฉันได้เลย”

“อืม”

“ขอบคุณนะ”

นนท์ธิวรรธน์พูดแล้วพูดอีกอย่างคนไม่มีสติเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอที่ในวันนี้ไม่ใช่คนเก็บขยะอีกต่อไป แต่ทว่าสวยราวกับนางฟ้าอย่างที่เธอเคยคุยโวเอาไว้จริงๆ

แล้วตัวเขาก็ต้องรีบเดินเข้าห้องแต่งตัวไป ก่อนจะควบคุมปากของตัวเองไม่ได้เผลอพูดอะไรมากเกินเหตุออกไปอีก

“อืม”

พราวลลิลทำได้แต่พยักหน้าราวกับเป็นเลขาหุ่นยนต์ของเขา  ก่อนจะรีบหันหลังให้เขาเมื่อมีโอกาส แล้วก็รีบวิ่งแจ้นออกจากห้องนอนนั้นไปก่อนที่เธอจะเป็นลมเพราะความหล่อของเขา

และเขากับเธอก็เจอกันอีกครั้งที่โต๊ะอาหาร ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันให้น้อยที่สุด ก่อนจะพากันออกไปทำงานเหมือนวันแรกที่ได้เจอกัน

“คุณหญิงค่ะ”

แล้วเลขาวันที่สองก็เลิกงานกลับบ้านพร้อมกับท่านประธานของเธอ แต่วันที่สองนี้เลิกงานค่อนข้างช้ากว่าวันแรก กว่าจะกลับถึงบ้านก็เป็นเวลาสองทุ่มแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้นพราวลลิลที่นั่งคิดแผนการมาทั้งวัน ก็จำต้องดำเนินตามแผนการของเธอ ด้วยการเดินไปหาคุณหญิงวรรณวิภาแม่ของไอ้คนตัวสูงนั้นที่เธอค่อนข้างจะมั่นใจว่า ถ้าใช้คำพูดดีๆคุณหญิงแม่คนนี้จะใจอ่อนช่วยเธอ

เพราะจากการที่เธอรวบรวมข้อมูลมาจากกล้าหาญแล้วนั้น คุณหญิงคนนี้เป็นคนใจดีที่สุดแล้วในบ้านหลังนี้

“หนูหนมหวานเรียกใครคุณหญิงลูก เรียกแม่สิถึงจะถูก”

วรรณวิภาที่กำลังนั่งรอลูกๆกลับมาบ้านยิ้มตอบหญิงสาว ดีใจไม่น้อยที่อีกฝ่ายยอมเปิดปากพูดคุยด้วย

คิดว่าจะโกรธจนไม่ยอมรับแม่สามีคนนี้แล้วเสียอีก ถ้าเกิดต้องไปส่งคืนที่บ้านเธอคงเสียดายแย่

“คือว่า”

ยอมพูดคำหวานหูทั้งที่ไม่ใช่นิสัยของตัวเอง แต่พราวลลิลกลับไม่ยอมเรียกอีกฝ่ายว่าแม่ง่ายๆ เพราะคนหัวรั้นอย่างเธอนั้นมีแม่เพียงคนเดียว จะไปเรียกใครมั่วซั่วมันก็ไม่ใช่เธอน่ะสิ

“เอาเป็นว่า สะดวกใจเมื่อไหร่ค่อยเรียก เรียกคุณหญิงไปก่อนก็ได้ลูก”

วรรณวิภาไม่อยากกดดันหญิงสาวมากนัก ประเดี๋ยวจะอึดอัดจนไม่อยากอยู่กับลูกชายของเธอ หญิงสาวจะเรียกอะไรก็เรียกไปเถอะ ขอแค่ยอมเป็นลูกสะใภ้เธอก็พอแล้ว

“หนูขอยืมโทรศัพท์มือถือโทรหาเพื่อนหน่อยได้ไหมคะ”

“ได้สิจ๊ะ”

“ถ้าใช้เสร็จแล้ว ให้เด็กๆเอาไปคืนที่สวนนะ แม่กินอิ่มพอดีขอไปเดินย่อยสักหน่อย”

คุณหญิงวรรณวิภาหยิบเอาโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างตัวส่งให้กับหญิงสาวอย่างนึกไว้ใจ เพราะถ้าจะคิดหนีคงหนีไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน คงไม่มายอมนอนห้องเดียวกับลูกชายเธอง่ายๆแบบนั้นหรอก

แล้วเธอกับสามีก็ลุกเดินออกนอกบ้านไปเพื่อไปเดินย่อยอาหารมื้อค่ำที่กินไปแล้วก่อนหน้านี้ เพื่อเปิดโอกาสให้คนทั้งสองได้อยู่ด้วยกัน

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”

พราวลลิลรับโทรศัพท์มือถือมาด้วยรอยยิ้ม หนทางรอดไปจากที่นี่อย่างสง่าผ่าเผยเริ่มต้นขึ้นแล้ว

เธอไม่ต้องอยู่ใช้หนี้ร้อยล้านนั้นแน่นอน เธอจะติดปีกบินหนีไปให้ไกลเลยคอยดู

“เธอกินก่อนได้เลย เดี๋ยวฉันไปคุยงานก่อน เดี๋ยวมา”

นนท์ธิวรรธน์ที่เห็นว่าคนตัวเล็กนั้นกำลังจะใช้โทรศัพท์มือถือพอดีกับเขาที่มีสายโทรเข้าจากผู้จัดการฝ่ายขายที่งานกำลังมีปัญหาจนต้องกลับบ้านมืดค่ำแบบนี้

เขาก็เลยหลีกทางให้เธอได้นั่งคุยโทรศัพท์มือถือไป กินมื้อค่ำไปแล้ว ส่วนเขานั้นออกไปหาที่คุยด้านนอกห้องอาหารได้ เพราะเธอคงหิวมากแล้วด้วยกินมื้อล่าสุดก็ตอนเที่ยงนู้น แล้วก็ไม่ได้กินอะไรอีกเลย ด้วยต้องช่วยงานผู้ช่วยเขาอย่างหนัก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป