บทที่ 15 อรุณสวัสดิ์

“สวัสดีค่ะ”

พราวลลิลตื่นขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่หลังจากเมาหลับไปตั้งแต่หัวค่ำ รีบอาบน้ำแต่งตัวออกจากห้องนอนนั้นในทันทีก่อนที่เจ้าของห้องจะตื่นขึ้นมาเสียอีก

ก็ด้วยเกิดความอายที่ตอนหัวค่ำนั้นหลังจากที่ดื่มไวน์เข้าไปก็ใจกล้าพูดอะไรออกไปมากมายหลายอย่าง ทำเอาไม่กล้าสู้หน้าเจ้าของห้อง

พอลงมาที่ชั้นล่างของบ้านก็มาเจอเข้ากับแม่เจ้าของห้องอีก ทั้งที่อยากหลบหน้าทุกคนนั่งเงียบๆสักพัก ก็จำต้องทักทายเจ้าของบ้านอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ไม่ต้องทักทายแม่แบบนั้นหรอก  ทำตัวตามสบายเหมือนอยู่บ้านของหนูได้เลย”

คุณหญิงวรรณวิภารับไหว้หญิงสาวด้วยรอยยิ้มที่แสนใจดีของเธอ และก็ด้วยความอารมณ์ดีของเธอนั้นด้วย เพราะตื่นเช้ามาทั้งทีก็ได้มาเจอกับลูกสะใภ้คนโปรดที่ตื่นเช้าไม่แพ้เธอเลย

พราวลลิลนั่งลงใกล้ๆกับที่คุณหญิงวรรณวิภากำลังยืนกำกับให้เด็กๆภายในบ้านทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นแจกันโบราณอันใหญ่

เธอนิ่งเงียบไม่รู้จะพูดอะไร ทำตัวไม่ถูกด้วยไม่เคยตื่นขึ้นมาภายในบ้านของคนอื่นมาก่อน 

ถ้าเป็นปกติอยู่ที่บ้านของเธอพอตื่นขึ้นมาแบบนี้ ก็ต้องตรงดิ่งไปชงกาแฟหรือไม่ก็ชาเขียวมาดื่มก่อนมื้ออาหารไปแล้วล่ะ

“หรือว่าจะโทรกลับบ้านซะหน่อยไหม”

คุณหญิงวรรณวิภาเอ่ยถามลูกสะใภ้อย่างใส่ใจ เมื่อเห็นอีกฝ่ายลงนั่งอย่างเงียบๆ ใส่ใจทุกรายละเอียดหวังให้หญิงสาวอยู่กับแม่สามีอย่างเธอไปนานเท่านาน

“ไม่ดีกว่าค่ะ ขอบคุณค่ะ”

เธอยังไม่อยากโทรกลับบ้านในตอนนี้ ก็ยังโกรธเคืองที่บ้านอยู่นั่นแหละ อีกอย่างทางบ้านของเธอก็ควรโทรมาง้อเธอก่อนถึงจะถูก  ไม่ใช่เธอเป็นฝ่ายต้องโทรไปเอง

“อืม ถ้าอย่างนั้นโอวัลตินอุ่นๆสักแก้วดีไหม”

คุณหญิงก็ยังคงใส่ใจหญิงสาวอยู่ดีราวกับเธอเป็นลูกคนหนึ่งก็ว่าได้ เพราะทั้งรักและก็ทั้งเอ็นดู ไม่อย่างนั้นคงไม่ไปขอมาเป็นลูกสะใภ้คนโปรดแบบนี้หรอก

“ค่ะ”

พยักหน้ารับเล็กน้อยตามมารยาททั้งที่ไม่ได้ชอบกินโอวัลตินยามเช้าเลยสักนิด แต่ลองดูสักหน่อยก็คงไม่เสียหายอะไร 

“แม่ไม่รู้ว่าหนูชอบหวานหรือไม่หวาน เลยลองชงรสกลางๆแบบที่ตานนท์เองก็ชอบกินให้ ลองชิมดูนะถ้าไม่ถูกใจเดี๋ยวแม่ชงให้ใหม่”

คุณหญิงวรรณวิภาเดินไปตรงเคาว์เตอร์ที่อยู่ติดกับห้องอาหารไม่นานก็กลับมาหาหญิงสาวพร้อมกับแก้วโอวัลตินร้อนๆที่เธอนั้นไปลงมือชงมาเองกับมือ

ตั้งใจชงมาอย่างดีเหมือนจะมาให้ลูกในไส้ของตัวเองได้กิน ใส่ทุกอย่างด้วยใจมาเลยล่ะ

“ขอบคุณค่ะ”

พราวลลิลรับแก้วโอวัลตินนั้นมาแล้วก็ลองชิมดูตามมารยาท และก็เริ่มกินจริงจังเพราะว่ามันอร่อยมาก สมกับที่คุณหญิงไปลงมือชงมาให้เธอด้วยตัวเองเลยล่ะ

“เป็นยังไง กินได้ไหม”

“ได้ค่ะ  อร่อยมากๆเลย”

“ถ้าอย่างนั้นกินตามสบายเลยนะ อีกสักพักใหญ่ๆกว่ามื้อเช้าจะเสร็จ แม่ขอไปดูเด็กๆในครัวก่อน”

เห็นว่าลูกสะใภ้เอร็ดอร่อยกับโอวัลตินแก้วใหญ่ดีแล้ว แม่อย่างเธอที่มีหน้าที่ดูแลทุกอย่างภายในบ้านนี้ก็ต้องไปดูแลเรื่องอาหารการกินต่อ

เพราะอีกไม่เกินชั่วโมงอาหารเช้าต้องเรียบร้อยพร้อมให้ลูกชายของเธอได้กินแล้ว ประเดี๋ยวชักช้าจะไม่ทันที่พ่อคนหล่อจะไปทำงาน

“หนูไปด้วยได้ไหมคะ”

พราวลลิลนึกเบื่อๆที่จะนั่งอยู่คนเดียว เธอก็เลยหาเรื่องของเข้าครัวไปด้วย

“ได้สิๆ ตามแม่มาได้เลย”

แล้วเธอก็เดินตามคุณหญิงวรรณวิภาเข้าครัวไปพร้อมกับในมือถือแก้วโอวัลตินไปด้วย ยังไงเสียก็ต้องดื่มให้หมดให้สมกับความอร่อย จะทิ้งขว้างไม่ได้เด็ดขาด

คุณหญิงเองก็ทำตัวเป็นแม่สามีที่ดี พอพาลูกสะใภ้ไปถึงห้องครัวที่เต็มไปด้วยเด็กๆภายในบ้านของเธอที่กำลังช่วยกันทำอาหารเช้า เธอก็แนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับลูกสะใภ้ของเธอ และให้เคารพพราวลลิลเหมือนกับที่เคารพเธอ

“ดูหุ้นแต่เช้าเลยนะครับ”

นนท์ธิวรรธน์เดินลงมายังชั้นล่างของบ้านเมื่อใกล้ถึงเวลาอาหารเช้า แต่เข้านั้นตื่นขึ้นมาแต่เช้าแล้วพร้อมกับคนที่นอนข้างๆเขานั่นแหละ เพียงแต่ไม่ได้ตามเธอลงมา

ตื่นมาก็มานั่งทำงานสักพักหนึ่งก่อน ปล่อยให้เธอนั้นคิดว่าเขายังไม่ตื่นเพื่อเว้นระยะห่างให้เธอได้ใช้ชีวิตในส่วนของเธอ เพราะดูเหมือนว่าเธอจะอยากหลบหน้าเขา

แต่ก็คงเว้นระยะห่างได้ไม่นาน เพราะเธอมีตำแหน่งเป็นเลขาของเขาด้วย อีกไม่นานก็ต้องไปนั่งทำงานด้วยกัน

“ก็แม่เราเขามีเพื่อนคุยแล้ว พ่อก็เลยว่างๆได้มีเวลาหยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นบ้าง”

นวัตรที่กำลังนั่งดูหุ้นตัวนั้นตัวนี้ฆ่าเวลาไปเรื่อยเงยหน้าขึ้นทักทายเจ้าลูกชายตัวดีเล็กน้อย แล้วก็ก้มหน้ามองไอแพคของเขาต่อ

กำลังสนุกอยู่กับการจะซื้อหุ้นสักตัวสองตัวเพื่อเอาไว้เกร็งกำลัง เพื่อว่าจะได้ค่าขนมเก็บเอาไว้เลี้ยงหลานๆในอนาคต

“มีเพื่อนคุณแม่มาเยี่ยมเหรอครับ”

ได้ยินว่าคุณแม่ของเขามีเพื่อนพูดคุยด้วย ก็ทำเอาเขาประหลาดใจเล็กน้อย ว่าใครกันน่ะมาบ้านเขาแต่เช้า โดยที่เขาไม่เห็นรู้เรื่องนี้ด้วยเลย

“เพื่อนอะไรที่ไหนกันล่ะ ก็หนูหนมหวานนะสิ ตื่นแต่เช้าแถมยังไปช่วยแม่ดูเด็กๆในครัวด้วยอีก”

คุณหญิงวรรณวิภาเดินออกมาจากในห้องครัวพอดี เลยเป็นผู้ตอบคำถามทั้งหมดเอง ไม่ปล่อยให้ลูกชายต้องสงสัยนาน

“อ๋อ”

นนท์ธิวรรธน์พยักหน้าเล็กน้อยด้วยความเข้าใจ แต่ไม่ได้หันไปมองด้วยไม่อยากตกอยู่ในมนตร์สะกดของความสวยของพราวลลิลแต่เช้า

“ตั้งโต๊ะเลยดีกว่าไหม ข้าวต้มกำลังร้อนๆเลย”

เห็นว่าลูกชายไม่ยอมมองหน้าเมียตัวเอง คุณหญิงวรรณวิภาก็เลยจัดการเสิร์ฟเมียคนสวยให้ไปนั่งตรงหน้าพ่อคนหล่อ

จะได้กินข้าวกันไปมองกันไป ดูสิจะหลบหน้ากันได้อีกนานแค่ไหน

“หุ้นตัวนั้นน่าสนใจนะครับ คุณพ่อเห็นหรือยัง ถ้าจะลงทุนผมว่าก็เหมาะมากๆเลย”

นนท์ธิวรรธน์หันไปพูดคุยกับพ่อของเขาไปพลาง กินมื้อเช้าไปพลาง ค่อนข้างเอร็ดอร่อยไปกับมื้อเช้าตามประสาทนักธุรกิจ

“งานที่บริษัทยังยุ่งไม่พออีกหรือไง ถึงได้มีเวลาเช็คตลาดหุ้นด้วย”

นวัตรผู้เป็นพ่อเองก็มีความสุขไปด้วย กินมื้อเช้าได้เอร็ดอร่อยพอสมควร

“ดูไว้ก็ไม่เสียหายนะครับ”

“ดูท่าแกจะคล่องกว่าฉัน เดี๋ยวถ้ากินข้าวอิ่มแล้ว ฉันคงต้องขอคำแนะนำซะหน่อย”

“ได้ครับ”

“กินอิ่มตั้งนานแล้ว คุณวัตรไปเดินย่อยหน่อยดีไหมคะ”

คุณหญิงวรรณวิภาที่อดทนมานานแล้วตั้งแต่กินมื้อเช้าจนกระทั่งกินมื้อเช้าอิ่ม เปิดทางให้สองคนพ่อลูกพูดคุยถึงแต่เรื่องหุ้นบ้าๆบอๆอะไรก็ไม่รู้ ไม่สนใจลูกสะใภ้ของเธอสักนิด

เริ่มส่งสายตาพิฆาตมองไปยังสามี หวังให้อีกฝ่ายรู้ตัวก่อนที่จะระเบิดอารมณ์ออกมา

“ขอเวลาอีกแป๊บนะ ผมขอดูหุ้นตัวนี้ก่อน”

นวัตรที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับตลาดหุ้นบอกปัดภรรยา ไม่สนใจสิ่งรอบตัว สนใจแต่หุ้นที่อยู่ในไอแพค

“คุณนวัตร”

เสียงหวานๆของศรีภรรยาเริ่มเข้มขึ้นและเริ่มเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างเต็มยศ

“คุณหญิง ผมก็บอกแล้วไงว่าขอเวลาอีกนิดหนึ่ง”

“คุณนวัตรค่ะ ไปได้แล้วค่ะ”

แล้วเสียงของคุณหญิงวรรณวิภาก็เข้มขึ้นจนสุด พร้อมกับสายตาพิฆาตระดับสูงมองไปยังสามี

“เอาไว้ค่อยคุยกันต่อตอนเย็นนะ พ่อไปเดินย่อยก่อน ท้องมันอืดๆยังไงก็ไม่รู้”

นวัตรรู้สึกถึงมีลมเย็นๆพัดผ่านด้านหลังในทันที เขาปิดไอแพคในทันควันแล้วดีดตัวลุกขึ้นเดินไปยังสวนหย่อม

ไม่หันกลับมามองลูกชายอีกเลย หลีกเลี่ยงที่จะมีเรื่องกับภรรยาแต่เช้า  เพราะถ้ามีชีวิตในวันนี้ของเขาจะไม่สงบสุขอีกเลย

“เอาไว้ผมจะส่งข้อมูลให้นะครับ เพื่อว่าพ่อจะสนใจเพิ่มเติม”

“ไม่ต้องส่ง แม่ไม่ให้ซื้อ”

คุณหญิงวรรณวิภาเดินตามสามีของเธอไปแต่ก็ยังมิวายส่งเสียงกลับมาหาเจ้าลูกชาย ปฏิเสธการซื้อหุ้นให้ผู้เป็นสามีตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม ด้วยเธอไม่ชอบการลงทุนอะไรทำนองนี้

เปิดทางให้ลูกชายของเธอกับลูกสะใภ้ได้อยู่กันตามลำพัง เพราะคนเป็นผัวเป็นเมียกันคงมีอะไรต้องคุยกันอย่างแน่นอน ค่าความสัมพันธ์จะได้ขยับขึ้นไปในทางที่ดีอีก

“มีอะไร”

เมื่ออยู่กันตามลำพังแล้ว นนท์ธิวรรธน์ก็หันไปเรียกอีกคนที่ยืนอยู่ไกลๆให้เข้ามาหาเขา

เพราะเห็นเธอแอบมองเขาหลายหนแล้วราวกับมีเรื่องจะคุยด้วย เขาเห็นตอนแอบมองเธออยู่หลายครั้งเหมือนกันในระหว่างที่เขาพูดคุยกับพ่อของเขา

“ฉันเหรอ”

พราวลลิลแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย  แต่ถึงอย่างนั้นก็เดินมาตามคำเรียกของอีกฝ่าย

“อืมใช่ เธอมีอะไรจะพูดงั้นเหรอ”

“คือว่า นี่เงินเมื่อคืน ฉันคืนให้คุณ”

แล้วก็โดนเขาต้อนจนจนมุมเข้าจนได้ นับว่าเขานั้นเก่งเรื่องอ่านใจเธอขาดไปเลยล่ะ

เธอเลยรีบหยิบเอากระเป๋าถือขึ้นมาแล้วหยิบเงินหนึ่งพันบาทที่เขาให้เมื่อคืนขึ้นมาคืนเขา

“เก็บเอาไว้เถอะ หรือถ้าไม่พอก็บอกได้นะ”

เขาไม่รับคืนเพราะรู้ดีว่าเธอนั้นกำลังเดือดร้อน  อีกอย่างเธอถูกส่งตัวมาที่นี่อย่างกะทันหัน ดูก็รู้ว่าเธอคงไม่มีเงินติดตัวมา เขาในฐานะสามีที่ถูกบังคับก็ควรจะดูแลเธอให้มีกินมีใช้ ไม่ให้คนอื่นมาต่อว่าเขาได้

“แล้วฉันก็อยากให้คุณรู้เอาไว้ด้วย”

ไม่รับเงินคืนก็ไม่เป็นไร แต่ยังไงก็ต้องคุยกันถึงเรื่องเมื่อคืนให้เรียบร้อย  ให้เคลียร์กันไปเลย อย่าให้มีอะไรติดค้าง ไม่งั้นเธอคงได้อายไปตลอดแน่ๆ

“รู้อะไร”

“เมื่อคืนฉันเริ่มเมา ก็เลยพูดอะไรมากไปหน่อย ความจริงแล้วฉันน่ะไม่เคยคิดถึงเรื่องเงินเดือนของภรรยาอะไรทำนองนั้นเลยนะ คุณก็รู้ใช่ไหมว่าเราก็แค่ยังหาทางออกเรื่องคลุมถุงชนครั้งนี้ไม่ได้”

“อืม”

“ส่วนเงินเดือนเลขา ฉันหวังว่าคุณจะโอนมาตรงเวลานะ”

“อืม เงินเดือนภรรยาเธอก็สมควรได้รับมันนะ อืม จะให้เธอมาอยู่ฟรีๆมันก็คงไม่ได้”

เขาคิดทบทวนมาแล้วเมื่อคืนนี้ เขาคิดว่าควรจะจ่ายเงินเดือนให้เธอในทุกส่วนของหน้าที่ มันเป็นสิ่งที่เธอที่เป็นผู้หญิงควรจะได้รับมันไป

“ไม่ต้องๆ ฉันไม่ถือหรอก ยังไงคุณก็ให้ฉันกินฟรีอยู่ฟรี”

“เอาเป็นว่าเธอจะเรียกเท่าไหร่ก็บอกมา ฉันจะรับไว้พิจารณา แล้วเราค่อยตกลงกันว่าจะจ่ายทุกวันที่เท่าไหร่ของเดือนหรือว่าจะพร้อมเงินเดือนเลขา”

“บอกว่าไม่รับก็คือไม่รับสิ”

เธอบอกว่าไม่รับเงินเขาก็ยังจะยัดเหยียดให้อีก เสียงเล็กๆก็เลยเริ่มโวยวายขึ้นมา

“หรือว่าเธอจะทำหน้าที่ก็ได้นะ ฉันไม่เกี่ยงอยู่แล้ว เวลาที่เธอรับเงินเดือนจะได้ไม่มีข้อกังขาใดๆ”

แต่คนตัวโตก็หาเรื่องปราบจนอยู่หมัดอีกจนได้ ด้วยรู้ดีว่าผู้หญิงตรงหน้ายังเวอร์จิ้นอยู่ถ้าลองได้พูดเรื่องนี้แล้วล่ะก็ ยังไงเสียก็ยอมรับเงินของเขาอยู่แล้ว

“ใครจะทำแบบนั้นกันล่ะ”

พอพูดถึงการต้องร่วมเตียงกัน ในหัวของพราวลลิลก็คิดเตลิดไปไกลจนใบหน้าของเธอมันเห่อร้อนขึ้นมา และเผลอๆมันอาจแดงขึ้นมาด้วยก็เป็นได้

ทำเอาเธอต้องก้มหน้าหลบเขาในทันทีก่อนที่จะถูกจับได้ว่ากำลังคิดอะไรลามกอยู่

“ก็เธอไง ให้เงินฟรีๆก็ไม่เอา สงสัยคงอยากทำหน้าที่แลกเงิน”

ใบหน้าหล่อคมขยับเข้าไปใกล้ใบหน้าหวานที่ก้มหลบเขาเพื่อจะดูสิว่าแก้มของเธอนั้นแดงขึ้นหรือเปล่า

“เอาก็ได้ จะให้เท่าไหร่ก็โอนมาก็แล้วกัน”

พราวลลิลถึงกับรีบเดินหนีไป ไม่กล้าสู้หน้าอีกฝ่าย

“แล้วนั้นจะไปไหนกันล่ะ”

“ก็ไปทำงานนะสิ นี่มันจะเก้าโมงแล้วนะ ชักช้าจริงๆเลย”

“รถอยู่ทางนู้น”

เขาเรียกเธอกลับมา เพราะทางที่เธอจะเดินไปนั้นมันเป็นทางเดินไปหลังบ้าน แต่รถที่จะรับเธอไปทำงานนั้นจอดอยู่หน้าบ้านนู้น

“ฉันลองดูเชิงนายหรอก ฉันรู้อยู่แล้วน่ะว่ารถอยู่ทางนู้น”

คนตัวเล็กกลับหลังหันในทันที แล้วก็รีบวิ่งแจ้นไปขึ้นรถ

“หึๆ”

นนท์ธิวรรธน์หัวเราะเบาๆในลำคออย่างไม่ให้ใครได้ยิน ขำขันกับท่าทีของเธอที่กำลังอายด้วยเรื่องผัวๆเมียๆ

ก่อนจะลุกขึ้นเดินตามเธอไปขึ้นรถเพื่อออกไปทำงานพร้อมกันเหมือนอย่างเมื่อสองวันก่อน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป