บทที่ 16 อึดอัด

“จะนอนได้หรือยัง จะดิ้นไปดิ้นมาอีกนานไหม”

หลังจากทำงานกันอย่างเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน คนทั้งคู่ที่ต่อหน้าคนอื่นเป็นเจ้านายกับลูกน้อง ลับหลังคนอื่นรับบทเป็นสามีภรรยากัน ก็จบลงที่เตียงนอน

ที่มีการแบ่งการนอนเป็นคนล่ะฝั่งอย่างชัดเจนด้วยหมอนข้างอันใหญ่

แต่ทว่าก็ยังคงเป็นเตียงเดียวกันที่นอนเดียวกันอยู่ดี ทำให้พอหญิงสาวขยับตัวพลิกไปมา ชายหนุ่มเจ้าของเตียงอย่างเขาก็รู้สึกไปด้วย

จนทำเอาเขานั้นที่พยายามข่มตานอนให้หลับตามเวลาที่ควรจะหลับได้แล้วเพราะประเดี๋ยวจะตื่นไปทำงานสายก็ยังคงนอนไม่หลับตามเธอ

เริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาจนต้องเอ่ยปากพูดออกไป ขืนปล่อยให้เธอพลิกตัวอย่างเอาแต่ใจต่อไป เขาคงไม่ต้องนอนกันพอดีคืนนี้

“ใครจะไปหลับง่ายเหมือนนายล่ะ หัวถึงหมอนก็หลับได้เลย”

คนกำลังอึดอัดเพราะต้องมาใส่เสื้อในนอนบ่นออดๆแอดๆกลับไป เมื่อเธอนั้นกำลังประสบปัญหานอนไม่หลับแต่เขากลับนอนนิ่งราวกับหลับลงได้อย่างสบายใจ

ผู้ชายก็มักเป็นแบบนี้เสมอสินะ อะไรๆก็ดูง่ายไปหมด ขนาดนอนบางครั้งก็ใส่แค่กางเกงตัวเดียวก็นอนได้แล้ว ในขณะที่ผู้หญิงต้องใส่อะไรเยอะแยะมากมายหลายชิ้นเพื่อความปลอดภัย

“ก็หัดนอนให้มันนิ่งๆสิ เดี๋ยวมันก็หลับไปเองนั่นแหละ พลิกตัวไปมาแบบนี้เมื่อไหร่มันจะหลับลง”

นนท์ธิวรรธน์บ่นหญิงสาวกลับไปบ้าง เมื่อเธอเอาแต่นอนดิ้นพล่านไปมาทั้งที่ควรนอนนิ่งร่างกายจะได้เริ่มเข้าสู่การพักผ่อนยามค่ำคืน

“ก็คนมันอึดอัดหนิ่ จะให้หลับได้ยังไงกันล่ะ”

“อึดอัดอะไร”

“เออ ช่างเหอะ”

พราวลลิลที่กำลังจะเปิดปากพูดอะไรบางอย่างออกไปกลับต้องปิดปากให้สนิทลง เมื่อเรื่องที่จะพูดนั้นมันพูดให้ผู้ชายอย่างเขาฟังไม่ได้

นอกจากเขาจะเป็นผู้ชายแล้วยังอยู่ในห้องนอนสองต่อสองกับเธออีก ขืนเธอพูดมากอะไรออกไปแล้วเขาเกิดคิดไม่ดีกับเธอขึ้นมา เธอจะมีแต่เสียกับเสีย

“ว่าแต่ นายไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอ”

แล้วคนใคร่รู้ไปเสียทุกเรื่องก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ เมื่อตะกี้นึกไปถึงการอยู่กันสองต่อสองในห้องนอนไปแล้ว  แต่จะว่าไปแล้วนี่ก็คืนที่สามแล้ว เขาไม่คิดอะไรกับเธอบ้างเลยหรือไง

“รู้สึกอะไร”

“แบบว่า ความเป็นผู้ชายอ่ะ ไม่รู้สึกเลยเหรอ”

หรือเขาจะไม่รู้สึกอะไรไปแล้ว เพราะทำงานหนักเกินไปจนทุกอย่างในร่างกายมันหยุดทำงาน เป็นพวกนกเขาไม่ขันตั้งแต่ยังหนุ่มยังแน่น

“นอนได้แล้ว”

เขาไม่ได้เป็นพวกนกเขาไม่ขัน เขาไม่ได้ไม่คิดอะไรเกินเลยกับเธอไม่อย่างนั้นสองสามวันที่ผ่านมานี่เขาคงไม่แอบมองเธอเวลาออกมาจากในห้องน้ำหรอก

แต่ที่เขานิ่งอยู่ได้ก็เพราะพยายามหักห้ามใจบวกกับออกกำลังกายให้หนักเข้าไว้จะได้หลับง่ายๆ

“หรือว่านายตายด้าน เป็นพวกนกเขาไม่ขัน พอหัวถึงหมอนก็หลับได้เลยเพราะคิดอะไรมันก็ไม่ขันแล้ว”

“นี่เธอ”

“ไหนๆเราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ไม่ต้องอายหรอก เดี๋ยวฉันช่วยพาไปหาหมอรักษาเอง”

“เงียบ แล้วก็หลับได้แล้ว ถ้าเธอไม่หลับละก็”

ถ้าขืนเธอยังพูดอะไรออกมาอีก เขาอาจจะห้ามใจตัวเองไม่ได้ และอาจทำหน้าที่สามีให้เธอได้รับรู้ว่านกเขาของเขานั้นมันขันดีแค่ไหน

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องอาย เดี๋ยวฉันช่วยคุณเอง”

ร่างเล็กเริ่มลุกขึ้นนั่งและเริ่มคุยกับเขาอย่างจริงจังถึงการที่โรคนี้มันรักษาหายไป และพร้อมที่จะช่วยเขาถ้าเกิดเขาต้องการเพื่อนพาไปรักษา

“เธอ”

“ขอเงินปิดปากซักก้อนก็พอ ไม่มากไม่น้อยแค่พองาม รับรองเรื่องนี้จะปิดให้เงียบที่สุดเลย และฉันรับประกันเลยนะว่าคุณจะหาย”

แต่ทุกอย่างนั้นจำเป็นต้องมีค่าตอบแทน ไม่มากไม่น้อยแค่ตามความเหมาะสมกับค่าเหนื่อยของเธอเท่านั้น ไม่เรียกร้องเยอะแถมรับปากด้วยว่าจะพาไปหาหมอจนกว่าเขาจะหายดี

ทั้งหมดที่ทำลงไปก็เพื่อสมทบทุนค่าตั๋วเครื่องบินในการบินหนีของเธอในครั้งนี้จากการที่ถูกเพื่อนรักโกงเงินไป

“ถ้ายังไม่นอนฉันจะไล่เธอออกไปนอนในครัว”

ร่างหนาที่นอนหงายพูดคุยกับเธออยู่ดีๆหันหลังให้เธอด้วยความโกรธที่เธอมาดูถูกความเป็นชายของเขาอย่างรุนแรงจนแทบไม่เหลืออะไร และส่งคำพูดที่เรียกได้ว่าร้ายที่สุดออกไปตอบโต้เธอ ไม่กล้าที่จะลงมือทำอะไรมากไปกว่านั้นแม้ในหัวจะเริ่มคิดประกาศให้เธอรู้ว่านกเขาของเขามันขันแรงแค่ไหนก็ตาม

แล้วเขาก็ผล็อยหลับไปจริงๆด้วยความเหนื่อยล้าที่ต้องใช้สมองทำงานหนักมากทั้งวัน บวกกับก่อนหน้านี้ก็ออกกำลังกายไปอย่างหนักนั้นด้วย

เหลือเพียงแต่เธอยังคงนอนไม่หลับแต่ทว่าก็ไม่กล้าพลิกตัวไปมาเพราะก่อนหน้านี้ทำเขาโกรธไปแล้วรอบหนึ่งก็ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวอีกเดี๋ยวจะโดนจับโยนออกไปนอนในห้องครัว เธอไม่อยากเสี่ยงลำบากอะไรแบบนั้น

กว่าเธอจะหลับได้ก็ปาเข้าไปเวลาตีหนึ่งกว่าๆเห็นจะได้ แถมหลับก็ไม่ค่อยสนิทอีกตั้งหากต่างจากเขาที่หลับลึกจนหายใจเสียงดังออกมาให้เธอได้ยิน

“เฮ้อ”

พอถึงตอนเช้ากว่าหญิงสาวจะลุกขึ้นจากเตียงไหว ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวออกไปนอกห้องนอนก่อนเธอไปแล้ว 

ทำเอาเธอนั้นพอลุกขึ้นมาได้ก็ถอดถอนหายใจแต่เช้า เมื่อพอจะรับรู้ได้ว่าเขานั้นยังโกรธเธออยู่

เธอทั้งต้องอดเงินที่น่าจะได้ก้อนใหญ่อยู่เพราะเขาก็รวยไม่ใช่เล่นๆ แถมยังนอนไม่เต็มอิ่มเพราะอึดอัดด้วยต้องใส่เสื้อในนอน

กรรมซ้ำกรรมซ้อนซะจริงๆ จนแทบไม่อยากไปทำงานเลยล่ะ

“หาวววว”

และกรรมนั้นก็ลากยาวมาจนถึงที่ทำงาน เธอยังคงมาง่วงเหงาหาวนอนอยู่ตลอดเวลา อยากจะฟุบหลับไปกับโต๊ะทำงานให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

“สักนิดคงไม่มีใครมาเห็น”

แล้วโอกาสนั้นมันก็มาถึง เมื่อเธอนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานเพียงลำพัง กล้าหาญก็ไม่อยู่เพราะตามเจ้านายของเขาไปพบลูกค้ารายใหญ่คู่กับผู้จัดการฝ่ายขายที่ทำงานพลาดเมื่อวันก่อน แต่เธอไม่ได้ไปเพราะว่ายังเป็นเด็กใหม่อยู่ และเขาก็คงยังโกรธเธออยู่เลยไม่อยากให้เธอไปทำเขาอารมณ์เสียตอนคุยงาน

ร่างเล็กๆเลยหมอบนอนไปกับโต๊ะทำงาน หวังพักสายตาสักสิบนาทีก่อนที่ทุกคนจะกลับเข้ามา

“แปะ ฉันจ้างเธอมานั่งหลับหรือไง”

นิ้วชี้ของผู้ชายตัวสูงอย่างนนท์ธิวรรธน์ดีดเข้าไปไม่เต็มแรงมากนักตรงหน้าผากของเลขาตัวดีที่หลับในเวลางาน เพื่อปลุกเธอ

“โอ๊ย ใครวะ”

ร่างเล็กสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ กวาดสายตาหวานๆมองไปรอบๆในทันทีเพื่อหาเรื่องคนที่มาทำฝันหวานตอนกลางวันของเธอพัง

“นี่คุณ”

แต่แล้วก็ต้องรีบหดตัวให้เล็กลงเมื่อคนที่มาปลุกเธอคือเจ้านายที่นกเขาไม่ขันนั้นเอง

ที่บริษัทแห่งนี้เขาใหญ่ และเธอก็เป็นแค่ลูกจ้างเขา ไม่อาจลุกขึ้นไปดีดหน้าผากเขาคืนได้

“ถ้าอยากหลับก็กลับบ้านไปซะ”

“ก็เมื่อคืนมันอึดอัดนอนไม่หลับ จะให้ฉันมานั่งถางตาที่ทำงานไหวได้ยังไงล่ะ ใครจะไปนอนหลับอย่างสบายใจได้เหมือนคุณ”

“ควรเป็นฉันมากกว่าที่จะต้องพูดคำนั้น”

“ก็คุณไม่ได้ใส่เสื้อในนอน คุณมันจะไปรู้อะไร”

ความอึดอัดเมื่อคืนที่ทำเอาเธอนอนไม่หลับทำให้เธอเผลอปริปากพูดออกไป ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่า เรื่องแบบนี้ไม่ควรจะมาพูดกับผู้ชายโดยเฉพาะเขา

“เธอจะถอดฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะมันคงไม่มีอะไรให้มองเห็นนักหรอก”

“นี่คุณ”

“หึๆ เล็กปานลูกเกด จับไปแล้วยังหาแทบไม่เจอเลย”

“ไอ้.....

“หึๆ”

ได้เอ่ยเอาคืนเธอไปบ้าง คนตัวสูงก็เดินกลับไปยังห้องทำงานอย่างอารมณ์ดีขึ้นผิดหูผิดตา อันที่จริงนมเธอก็ไม่ได้เล็กอะไรแบบนั้นหรอกเท่าที่เคยจับมาก็ใหญ่เต็มไม้เต็มมืออยู่

แต่คนอย่างเธอเคยดูถูกเขาเอาไว้ ก็สมควรแล้วล่ะที่เขาจะเอ่ยเอาคืนออกไปบ้าง

“เจ้านายอารมณ์ดีอะไรอ่ะ ทำไมหัวเราะไปแบบนั้น เมื่อตะกี้ยังดุผู้จัดการฝ่ายขายอยู่เลย”

กล้าหาญเดินตามเจ้านายมาติดๆ พอเห็นว่าเจ้านายหัวเราะแล้วเดินจากไปจากโต๊ะแม่เลขา ก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“คนบ้า คนปากหมา”

แทนที่พราวลลิลจะตอบคำถามของกล้าหาญ เธอกลับเอ่ยด่าคนตัวสูงตามหลังเขาไป ทั้งที่รู้ว่าเขาจะไม่มีทางได้ยินแต่เธอก็ห้ามปากตัวเองไม่ได้เพราะมันถูกหยามศักดิ์กันเกินแล้ว

“เอ้า แล้วทำไมหลอนมาอารมณ์เสียใส่ฉันล่ะ”

“นี่อีเจ้ลองจับนมหนูหน่อยสิ ว่ามันเล็กมากไหม จะต้องไปเสริมไหม”

“อีชะนี  อีบ้า ประสาทเสียไปแล้วหรือไง ฉันไม่จับของหลอนให้เสียมือหรอกย่ะ ไปทำงานต่อดีกว่า”

กล้าหาญที่จะไม่มีวันจับหน้าอกของหญิงสาวเป็นอันขาดไม่ว่าเธอจะขอร้องด้วยเงินหรือทองรีบเดินหนีไปทำงานต่อ เมื่อเขานั้นมีงานที่จะต้องคุยกับท่านประธาน ไม่อยู่พูดคุยกับหญิงสาวที่ท่าจะบ้าไปแล้ว

“ก็ไม่ได้เล็กซะหน่อย แม่ฉันก็ให้ฉันมาเยอะอยู่หรอก ใครจะเหมือนของนายนิ่มๆอยู่ในกางเกงแบบนั้น”

พราวลลิลยกมือของเธอขึ้นมาวัดขนาดหน้าอกของตัวเองดูเพื่ออยากจะรู้ว่ามันเล็กจริงไหม แต่มันก็ไม่เล็กนะเพราะมันก็ใหญ่กว่ามือเธอ

ใครมันจะไปเหมือนของเขาล่ะ ที่นิ่มๆซ่อนตัวอยู่ในกางเกง ไม่กล้าบอกใครว่าป่วยแบบนั้นอ่ะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป