บทที่ 17 ไม่โกรธแน่นะ
“คุณเตรียมตัวเสร็จหรือยัง ลงไปข้างล่างกัน ฉันหิวแล้ว”
หลังจากที่ถูกเขาดูถูกว่าขนาดหน้าอกของเธอมันเล็กกว่าลูกเกดพราวลลิลก็มีความละอายน้อยลงไปมาก เธอสามารถอยู่ร่วมห้องเดียวกับเขาโดยไม่ใส่เสื้อในได้เพียงแต่อาบน้ำทีหลังเขาแล้วเดินออกจากห้องแต่งตัวในตอนที่เขาเผลอไม่ได้สนใจเธอ แค่นั้นเอง
ทำให้เธอนอนหลับลงได้อย่างสบายใจไม่ต้องอึดอัดกับเสื้อในที่ต้องทนใส่มาทั้งวันนั้นอีกต่อไป
แล้วนั้นก็ทำให้เธอหลับลึกแถมฝันดีเอาเสียด้วย ฝันว่าได้ไปเที่ยวผับเที่ยวบาร์ตามที่เธอชอบไป ได้ไปเต้นโชว์ลีลาเท้าไฟของเธออย่างสุดฤทธิ์สุดเดช
ทำเอาเธอนั้นตื่นมาด้วยความอารมณ์ดีเกินกว่าปกติทุกวันไปมาก ถึงขั้นแต่งตัวเสร็จแล้วยังนั่งรอคนที่ตื่นขึ้นมาที่หลังให้ลงไปกินข้าวเช้าพร้อมกันได้ด้วย
“อืม”
นนท์ธิวรรธน์ตอบกลับหญิงสาวด้วยอาการเสียงแข็งๆแถมทำคอแข็งๆใส่เธออีกด้วย ก่อนจะเดินนำออกจากห้องไปด้วยท่าเดินของคนตัวแข็งๆ
“ยังไม่หายโกรธอีกเหรอ มีอะไรให้ต้องคับแค้นใจหนักหนา ฉันแค่ล้อเล่นเองนะ”
หญิงสาวลุกเดินตามหลังเขาไปก็บ่นพึมพำไป เมื่ออีกฝ่ายมีท่าทีราวกับโกรธเธอข้ามวันข้ามคืน กับแค่ถูกเธอล้อเล่นหน่อยเดียวเอง ทำไมเป็นผู้ชายใจเล็กใจน้อยเหมือนตาตี่ของตัวเองจังเลยก็ไม่รู้
“หรือว่าคุณจะเป็นจริงๆ”
เอ้....หรือที่เขามีท่าทีโกรธเธอนั้นเป็นเพราะว่าเขานั้นมีอาการป่วยอย่างที่เธอแกล้งล้อเล่นจริงๆกันนะ
“ฉันไม่ได้โกรธ”
ชายหนุ่มพูดกับเธอแต่ไม่หันมามองหน้าเธอ ยังคงตั้งใจเดินตัวตรงๆเพื่อลงบันไดไปยังชั้นล่างของบ้าน
“ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรคุณซะหน่อย คุณใจกว้างเหมือนแม่น้ำก็ดีแล้ว”
หญิงสาวเร่งความเร็วของฝีเท้าเดินไปปาดหน้าเขา แล้วหันมาฝืนยิ้มให้เขาไปหนึ่งทีขอบคุณความใจกว้างของเขาที่มันตรงข้ามกับอาการของเขา ที่ไม่โกรธเธอแต่ก็ไม่มองหน้าเธอเลยแม้แต่นิด
“สวัสดีค่ะ คุณลุงคุณป้า”
เขาจะคุยหรือไม่คุยกับเธอมันก็เรื่องของเขาแล้วล่ะ เธอไม่ง้ออยู่แล้วเพราะเธอกับเขาก็ไม่ได้เป็นอะไรกันอยู่แล้ว เดินไปหาคนที่คุยกับเธออย่างเต็มใจด้วยดีกว่า ไม่เสียเวลากับคนตาตี่นานนัก
เข้าทักทายสองผู้ใหญ่ที่ดูเหมือนจะยิ่งใหญ่ที่สุดในบ้านด้วยท่าทางนอบน้อมพร้อมยกมือไหว้อย่างอ่อนหวาน
“สวัสดีจ้ะหนูหนมหวาน”
ทั้งพ่อและแม่ของนนท์ธิวรรธน์รับไหว้หญิงสาวอย่างรวดเร็วไม่ปล่อยให้หญิงสาวต้องเสียเวลายกมือไหว้ค้างเอาไว้นานเกินรอ พร้อมกับส่งยิ้มให้อย่างนึกเอ็นดูเป็นอย่างมากเหมือนกับทุกๆวัน
ก่อนจะมองเลยใบหน้าหญิงสาวไปเห็นใบหน้าของลูกชายที่กำลังเดินตามมา พ่อตัวดีนั้นหน้าบูดหน้าบึ้งไม่สบอารมณ์กับใครเลยแต่เช้าอีกแล้ว
ทำเอานวัตรกับคุณหญิงวรรณวิภาแอบหันมาสบตากันอย่างนึกหนักใจ นี่ลูกชายของพวกเขาไม่คิดจะทำหน้าให้มันดีๆกว่านี้หน่อยเหรอนี่มันก็เพิ่งจะเจ็ดโมงเช้าเองนะ ไม่อยากจะคิดเลยว่ากว่าจะสิ้นสุดวัน ใบหน้าของลูกชายของบ้านนี้จะเป็นยังไง ไม่บูดจนหายใจไม่ออกเลยเหรอ
“วันนี้ขอโอวัลตินสักแก้วได้ไหมคะ”
พราวลลิลแอบเห็นสีหน้าหนักใจของผู้ปกครองของสามีแต่ในนามของเธอ แต่เธอก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนักกลับทำตัวร่าเริงตามปกติ ก็เขาบอกแล้วว่าไม่เป็นอะไรแล้วทำไมคนอย่างเธอต้องเสียสละเช้าอันแสนสดใสให้กับคนหน้าบูดๆคอแข็งๆอย่างเขาด้วยล่ะ
อยากจะทำหน้าอะไรก็เชิญ ไม่พอใจเธอก็เชิญ อยากทำอะไรก็ทำ ยกเงินร้อยล้านให้บ้านของเธอก็ยิ่งดี เธอจะได้กลับบ้านสักทีไม่ต้องเหนื่อยหาเงินก้อนใหม่เพื่อหนีแบบนี้
“ได้สิ แล้วนนท์เอากาแฟด้วยไหม”
คุณหญิงวรรณวิภาพยายามกู้สถานการณ์ของลูกชายให้กลับมาเป็นปกติ ก่อนที่ผู้หญิงเขาจะเบื่อแล้วทิ้งไป ด้วยลูกสะใภ้ที่ทั้งสวยทั้งมาจากตระกูลที่ดีแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ
“ครับ”
ถามมาคำหนึ่งนนท์ธิวรรธน์ก็ตอบกลับไปคำหนึ่งราวกับไม่อยากจะพูดสิ่งใดออกมา แล้วก็นั่งหน้าบึ้งคอแข็งต่อไปอย่างเงียบๆคนเดียว
“ไม่โกรธฉันแล้วแน่นะ”
ทำเอาคนตัวเล็กอดไม่ได้ที่จะถามออกไปอีกเมื่อนั่งอยู่ด้วยกันนานสองนานจนจะออกไปทำงานกันอยู่แล้ว เขาก็ยังทำตัวผิดปกติใส่เธอและคนทั้งบ้านของเขาอยู่
ราวกับว่าโกรธเธอจนคอแข็งไปหมดแล้ว อย่าว่าแต่มองหน้าเธอเลยแม้แต่หน้าพ่อกับแม่ของเขา เขาก็ไม่มอง กาแฟที่กินอยู่ก็ไม่ก้มลงมองแก้วด้วยซ้ำไป
“อืม”
เขาตอบสั้นๆก่อนจะขอตัวออกไปจากโต๊ะอาหารก่อนเมื่อทุกคนยังกินไม่อิ่ม ไปรอเธออยู่ด้านนอกตัวบ้านเพื่อจะได้ออกไปทำงานพร้อมกัน
“อืม ถ้างั้นก็ดีแล้ว”
พราวลลิลที่พยายามพูดกับเขาหลายต่อหลายคำมากพอแล้วเริ่มนอยใส่เขาเสียเอง เธอพูดไปตั้งมากมายเพราะรู้ตัวดีกว่าผิดที่ไปล้อเขาเล่นแบบนั้น แต่เขากลับตอบกลับมาแค่คำว่า ‘อืม’ ทำราวกับไม่เคยหายโกรธเธอ
วันนี้ก็ทางใครทางมันก็แล้วกัน อย่าให้ถึงตาเธอบ้างจะงอนให้เขายอมยกเงินร้อยล้านให้เธอแล้วส่งเธอกลับบ้านเลยคอยดูสิ
“สวัสดีครับบอส”
กล้าหาญเอ่ยทักทายเจ้านายของเขาตามปกติ เมื่อเจ้านายเดินทางมาถึงยังหน้าห้องทำงาน
พร้อมกับส่งรอยยิ้มสดใสพร้อมที่จะทำงานส่งให้ไปด้วย เพราะเมื่อคืนนี้เขานอนมาเต็มอิ่มไม่ได้ออกไปเที่ยวที่ไหนเลย
ก็ด้วยคู่ปรับของเขาอย่างพราวลลิลช่วงนี้ก็ไม่ได้ออกล่าเหยื่อ ตัวเขาเองก็ได้พักร่างกายอย่างเต็มที่บ้าง
“ตามผมมาที่ห้อง”
เสียงหนาสั่งเสียงเรียบใส่ลูกน้อง แสดงการแบ่งชนชั้นลูกน้องกับเจ้านายอย่างชัดเจนอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน แล้วก็เดินหน้าเชิดๆใส่ทุกคนไปยังห้องทำงานของตัวเอง
“ครับ”
กล้าหาญรีบก้มหัวรับคำสั่งอย่างลนลานด้วยความหวาดกลัวเล็กๆที่เกิดขึ้นเมื่อเจ้านายไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
“นังชะนี เกิดอะไรขึ้น”
แล้วเขาก็ช้อนสายตาไปมองยังหญิงสาวร่างเล็กที่เดินตามหลังเจ้านายมาอย่างเอาเรื่อง ต้องเป็นแม่คนนี้แน่ๆที่ทำให้เจ้านายของเขามีอาการผิดปกติแบบนั้น
“เขาโกรธหนูมั้ง”
พราวลลิลตอบสั้นๆด้วยอาการนอยๆ แล้วก็ทิ้งตัวนั่งลงที่โต๊ะทำงาน เหน็ดเหนื่อยกับวันนี้แต่เช้าเลยทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มทำงานทำการอะไรเลยสักอย่างเดียว
“แกทำอะไรลงไปอีกห๊ะ”
“เมื่อคืนไม่ได้ทำอะไร นอนแต่หัวค่ำ แล้วก็แค่ฝันว่าไปเที่ยวผับ แค่นั้นเอง”
“แล้วทำไมแกถึงไม่ทำอะไรก่อนนอนผัวที่ไหนจะทนได้ห๊ะ เดือดร้อนมาถึงกะเทยอย่างฉันอีก”
“แล้วจะให้ทำอะไรล่ะ ก็บอกแล้วไงแค่ในนามอ่ะ”
“น่ารำคาญ”
เจรจากับนังชะนีเด็กพอได้ความมาบ้างแล้ว กล้าหาญก็กลั้นใจเดินเข้าไปในห้องเชือด เอ๊ย ห้องของเจ้านาย
ไม่ได้ความจากนังชะนีนั้นเลยแม้แต่นิด ไม่รู้เลยว่าในอนาคตอันใกล้ตายของเขานี้จะเจอกับอะไรบ้าง
“คุณพอจะจับเส้นเป็นใช่ไหม”
เสียงหนาเอ่ยขึ้นในทันทีที่ประตูห้องทำงานของเขาปิดสนิท
“พอได้อยู่ครับ”
กล้าหน้าอย่างกล้าๆกลัวๆ ด้วยกลัวเจ้านายจะรู้ว่าเขานั้นชอบแอบไปทำงานพิเศษเป็นหมอนวดส่วนตัวให้กับผู้ชายล่ำๆอยู่บ่อยๆ
ถ้าเกิดว่าความแตกเขาอาจถูกไล่ออกเพราะมีภาพพจน์ที่ไม่ได้ดีก็เป็นได้
“ผมตกเตียง”
พูดออกไปอย่างทรมานเมื่อต้องลุกขึ้นมาจากเตียงแล้วหันคอตัวเองไม่ได้ เขาไม่ได้นอนตกเตียงด้วยตัวเอง แต่เมื่อคืนมีคนถีบเขาจนตกเตียง
ทำเอาร่างสูงของเขาหล่นกระแทกพื้นอย่างแรง คอของเขาก็เลยเส้นพลิกเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว
แถมคนทำพอถีบเขาแล้วก็นอนหลับอย่างสบายจนถึงเช้า ส่วนตัวเขานอนหลับบ้างไม่หลับบ้างเพราะปวดคอ
“ห๊ะ”
“อืม โทษทีๆ ตกหมอนนะ แล้วคอมันก็หันไม่ได้”
รู้ตัวว่าพูดผิดไปมากเพราะกล้าหาญผู้ช่วยส่วนตัวของเขาน่าจะรู้ว่าคนอย่างเขาไม่ได้น้อยคนเดียว ก็ทำเอาท่านประธานอย่างเขาต้องรีบแก้ตัวทันควัน
ไม่เคยหน้าเปลี่ยนสีก็ต้องเปลี่ยนต่อหน้าลูกน้องของตัวเอง เมื่อเขากลายเป็นคนมีเมียอย่างไม่ได้เต็มใจแบบนั้น
