บทที่ 20 ของหวาน

“ของใคร”

พราวลลิลกลับไปตั้งอกตั้งใจทำงานของเธอตามเดิมเมื่ออารมณ์ของเธอนั้นดีขึ้นแบบร้อยเปอร์เซ็นต์

เวลาผ่านไปไม่นานหลังจากที่ประธานบริษัทหน้าตี๋นั้นมาขอโทษเธอ มันก็มีแก้วชานมไข่มุกร้านดังมาวางตรงหน้าเธอ

โดยน้ำแก้วนั้นมาจากมือของกล้าหาญที่เดินหายไปจากโต๊ะทำงานราวสิบนาทีก่อนที่จะกลับมาพร้อมกับน้ำแก้วนั้น

“บอสสั่งมาให้”

กล้าหาญที่เดินไปรับชานุ่มไข่มุกจากพ่อหนุ่มแกร็บคนหล่อที่ด้านล่างมา กลับมานั่งลงตามเดิมที่โต๊ะทำงานเพื่อเคลียร์งานต่อ 

และแน่นอนเขาเองก็มีชานมไข่มุกกลับมาด้วยหนึ่งแก้วเหมือนกัน เพราะว่าเขาเป็นคนกดสั่งน้ำแทนเจ้านาย ก็ต้องไม่ลืมที่จะสั่งให้ตัวเองด้วย

“เขาเนี้ยนะสั่งชานมไข่มุกมาให้หนู”

“อืม ไม่กินหรือไง”

“กินสิ”

คว้าเอาแก้วชานมไข่มุกตรงหน้ามาดื่มอย่างรวดเร็ว ดูดเอาๆด้วยชอบกินของหวานมากแม้รู้ดีว่าไม่มันดีต่อสุขภาพก็ตาม

“แล้วแกสงสัยอะไรนังชะนีเด็ก บอสก็มักใจดีกับลูกน้องแบบนี้ประจำนั่นแหละ”

กล้าหาญอดไม่ได้ที่จะถามออกไปอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กนั้นก็กินของเจ้านายซื้อให้เป็นปกติ แต่ทำไมต้องมาเกิดความสงสัยตกใจอะไรแบบนั้นด้วย ทั้งที่เจ้านายของเขาก็จะดีจะตายไป เลี้ยงชานมไข่มุกอะไรกับพนักงานอยู่บ่อยๆจนจะเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ร้านพวกนี้ให้ได้อยู่แล้ว แค่ไม่ค่อยออกตัวก็เท่านั้นส่วนมากก็เป็นลูกน้องอย่างเขาออกตัวแทน

“ปกติเขากินของหวานซะที่ไหนกันล่ะ แล้วทำไมถึงสั่งของหวานมาให้คนอื่นกินได้”

อยู่บ้านเขาก็กินแต่กาแฟดำ มาที่ทำงานก็กินแต่กาแฟดำ หลังอาหารก็กินแค่ผลไม้พวกน้ำตาลน้อยๆ แล้วทำไมคนอย่างเขาถึงคิดจะเลี้ยงของหวานคนอื่นได้ ทั้งที่ตัวเขาเองทำตัวเหมือนเกลียดน้ำตาล

“บอสเขาเอาใจเก่ง ไม่เชื่อลองเป็นเมียเขาจริงๆจังๆสิ กะเทยอย่างฉันรับรองเลยว่า เด็ด”

กล้าหาญทำงานกับเจ้านายคนนี้มาหลายปี เขารู้ดีว่าเจ้านายหน้านิ่งๆของเขาที่พวกผู้บริหารแก่ๆกลัวหนักกลัวหนาแท้จริงมีนิสัยเป็นยังไง และก็มองออกด้วยว่าถ้าได้ลองมีแฟนหรือมีเมียก็คงเป็นพ่อหนุ่มคลั่งรักไม่น้อยเลย

“หึ๋ย ไม่เอาด้วยหรอก อีกหน่อยหนูก็ไปจากเขาแล้ว ไม่อยู่นานหรอก คนสวยๆอย่างหนูมีทางไปเยอะแยะไปหมด”

ฟังความจากหญิงสาวกล้ามโตไปก็รู้สึกเคลิบเคลิ้มไม่น้อย เมื่อเธออาจเป็นผู้หญิงโชคดีคนนั้นที่อาจได้รับการเอาอกเอาใจจากประธานบริษัทคนนั้น ก่อนสติจะกลับคืนมาย้ำเตือนให้เธอไม่ต้องคิดไปไกล เพราะอีกไม่นานคนอย่างเธอก็จะไปจากเขา ไปมีชีวิตเป็นของตัวเอง

“เหรอ ได้ข่าวว่านัดเดทกับเขาวันอาทิตย์นี้ แล้วเธอจะไปจากเขาตอนไหนมิทราบ”

“ก็แค่เห็นว่าเขาอยากจะเลี้ยง ก็เลยนัดๆไปงั้นแหละ แล้วนี่เจ้รู้ได้ไง”

“บอสให้มาถามว่าแกอยากไปร้านไหน จะได้ให้ฉันโทรจองโต๊ะให้”

คนอย่างกล้าหาญมีอะไรที่ไม่รู้บ้างสำหรับเรื่องของเจ้านาย เห็นที่ว่าจะไม่มีหรอกมั้งเพราะเจ้านายไว้ใจเขาเป็นอย่างมาก ไว้ใจแม้กระทั่งให้มาคุยรายละเอียดเรื่องนัทเดทแทนคิดดูเอาเหอะ

“แค่อยากไปคาเฟ่ ไปถ่ายรูปสักสองสามรูปแล้วก็กลับ ไม่ต้องเวอร์โทรจองโต๊ะหรอก”

พราวลลิลวางแผนวันหยุดของเธอกับเขาเอาไว้อย่างเรียบง่ายเพราะเธอแค่ต้องการดื่มน้ำหวานสักแก้ว กินขนมเค้กสักชิ้นหนึ่ง กับถ่ายรูปสวยๆสักสองสามรูป แค่นั้น

“เขานัดเดททั้งทีไม่เลือกร้านอาหารหรูๆไปเลยล่ะ เอาแบบที่แกก็ชอบ เขาก็ชอบ จะได้แบบปิ้งปั๋งกัน”

“ไม่”

“เหรออออ”

“ตั้งใจทำงานเหอะ เดี๋ยวก็ไม่เสร็จหรอก”

“จ้า”

กล้าหาญยอมจบบทสนทนาเอาไว้แค่นั้นเมื่อฝ่ายหญิงไม่อยากจะตอบคำถามอะไรแล้ว แต่กลับเริ่มหน้าแดงและดูจะเขินอายมากกว่าปกติตอบกลับมา

เห็นได้ชัดเลยว่า ความสัมพันธ์ของสามีภรรยาคู่นี้มันพัฒนาแบบก้าวกระโดดแค่ไหน เพราะเจ้านายของเขาก็มีอาการไม่ต่างจากเธอเลย

“ฉันลงไปรอข้างล่างนะ แต่งตัวเสร็จเมื่อไหร่แล้วก็ตามลงไปนะ”

ผ่านไปแค่สองวัน วันนัดหมายของเขากับเธอก็มาถึง นนท์ธิวรรธน์ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวตามเวลาปกติของเขาเมื่อตารางชีวิตของเขามันเป็นแบบนี้มาหลายปีแล้วนับตั้งแต่รับตำแหน่งประธานบริษัท ทำให้เขาไม่เคยตื่นสายและพอตื่นมาก็จะเริ่มทำกิจวัตรประจำวันในทันทีอย่างไม่มีโอ้เอ้ให้เสียเวลา

แต่ในวันนี้เขาใช้เวลาในห้องแต่งตัวนานกว่าปกติเล็กน้อย หรือมากกว่าเล็กน้อยเขาก็ไม่แน่ใจ เพื่อเลือกเสื้อผ้าที่ดูใส่สบายเหมาะกับการออกไปเที่ยวแต่ก็มีความดูดีอยู่ด้วยมาใส่สักชุด

กว่าจะเลือกเสื้อผ้าได้ก็เล่นเอาเขาเสียเวลาไปมาก จนหญิงสาวนั้นอาบน้ำเสร็จออกมาแล้ว เขาเพิ่งจะออกจากห้องแต่งตัว

ทำเอาเขาต้องรีบลงไปข้างล่างเพื่อปล่อยให้เธอได้แต่งตัวอย่างเต็มที่ ไม่อยู่เกะกะเธอให้เธอต้องรู้สึกอึดอัด

“อืม”

หญิงสาวพยักหน้ารับคำเขาเบาๆ โดยที่เธอนั้นมีเพียงเสื้อคลุมอาบน้ำใส่ทับผ้าเช็ดตัวเอาไว้อีกที ยืนรอเขาให้เขาออกไปใกล้ๆกับหน้าห้องแต่งตัว

“ลงไปก่อนนะ”

เขายิ้มอย่างเก้ๆกังๆส่งให้กับเธอ อย่างไม่รู้จะทำยังไงกับท่าทีของตัวเอง ที่ควรจะเดินหันหลังไปเลย หรือว่าควรจะค่อยๆถอยหลังหลบทางให้เธอ

“อืม”

เธอเองก็ยิ้มเก้ๆกังๆไม่ต่างจากเขา เมื่อได้มองเขาอย่างเต็มสองตาแล้วก็ต้องตกตะลึงในความหล่อเหลาของพ่อหนุ่มตี๋ตรงหน้า ที่ถึงแม้ตาจะตี่ไปหน่อยแต่รวมๆแล้วก็เหลือและขาวเหลือเกิน

อีกทั้งยังแต่งตัวต่างออกไปจากชุดทำงานที่เห็นอยู่ทุกวันอีก ทำเอาเธอแทบกรีดร้องให้กับความหล่อในครั้งนี้ของเขา

เป็นพ่อหนุ่มที่ใส่เพียงเสื้อยืดกับกางเกงยีนแล้วหล่อมาก หล่อแบบวัวก็ตายควายก็ล้มเธอเห็นยังแทบละลาย

“คุณนนท์”

พราวลลิลใช้เวลาอยู่ในห้องแต่งตัวนานสองนาน ทั้งแต่งหน้าม้วนผม และเลือกชุด เลือกกลิ่นน้ำหอม เรียกได้ว่าเกือบชั่วโมงเลยก็ว่าได้

พอเสร็จแล้วเธอก็รีบลงจากชั้นสองมายืนเรียกเขาที่หน้าห้องทำงานอีกห้องของเขาที่อยู่ชั้นล่างของบ้าน

“อืม ว่าไง”

นนท์ธิวรรธน์ที่กำลังนั่งอ่านเอกสารบางอย่างอยู่อย่างเพลิดเพลินตอบรับคำหญิงสาวอย่างเป็นกันเอง ราวกับสนิทสนมมาสักสิบยี่สิบปีเห็นจะได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป