บทที่ 21 ออกรถ

“ฉันแต่งตัวเสร็จแล้ว เราออกไปกันเลยไหม เดี๋ยวสายแล้วแดดจะร้อน”

“อืมๆ  เราไปกันเลย”

เขาเอ่ยหน้าขึ้นมาตามเสียงเรียกนั้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีนัดกับหญิงสาว และนี่ไม่ใช่เวลาทำงาน

ใบหน้าหล่อคมที่เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอนั้นชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยอะไรออกมาได้ เมื่อเห็นว่าเธอนั้นสวยจนสะกดเขาได้อยู่หมัดไปเลยล่ะ

ปกติในทุกๆวันเธอก็ดูดีและตัวหอมอยู่แล้ว แต่ในวันนี้ยิ่งดูดีดูน่ารักมากขึ้นไปอีกและเหมือนจะเปลี่ยนกลิ่นน้ำหอมให้เขากับการแต่งตัวมาอีกด้วย

“วันนี้คุณขับรถเองเหรอ”

เขากับเธอเดินมาที่โรงจอดรถกัน โดยที่เธอไม่เห็นว่าจะมีคนขับรถเดินตามมาด้วยเลย ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามเขาด้วยความสงสัย และก็แก้อาการเขินอายเล็กๆที่อยู่ดีๆมันก็เกิดขึ้นมาอย่างไร้เหตุผลนั้น

“วันนี้เป็นวันหยุดของพี่เนตร ฉันก็เลยขับแทน”

คนขับรถของเขาจะหยุดงานทุกวันอาทิตย์ยกเว้นเสียแต่ว่าจะมีงานเข้ามาถึงจะมีการมาทำโอทีเพิ่มเติม

ในวันนี้เขาก็เลยต้องขับรถเอง และนั้นก็เป็นความต้องการของเขาด้วย เพราะเขาตั้งใจจะพาเธอไปเลี้ยงเป็นการขอโทษ มันก็ควรจะไปกันแค่สองคน

“คุณขับเป็นแน่นะ”

เธอมาอยู่กับเขาหลายวันแล้ว แต่ไม่เคยเห็นเขาขับรถไปไหนมาไหนเองเลย มีแต่ให้คนขับรถขับให้ตลอดเลย

“อืม ฉันก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ ตอนนั่งก็ระวังเอาไว้บ้างก็ดี”

“นี่คุณ”

“ไม่มีอะไรหรอก ไม่ต้องกังวลไป แล้วเธอจะไปร้านไหนล่ะ”

เขาเอ่ยแกล้งเธอแต่พองาม  แค่เรียกให้เธอมีน้ำเสียงตกใจออกมานิดหน่อย ส่วนเขาก็มีรอยยิ้มง่ายๆออกมาแค่นั้น ก็ไม่ได้แกล้งอะไรเธอต่อ

ด้วยเขาก็ขับรถเก่งพอตัว ปกติก็ขับไปไหนมาไหนเองได้ แต่มาช่วงระยะหลังๆเขางานเยอะขึ้นก็เลยจำเป็นต้องมีคนขับรถเพื่อให้เขามีเวลาพักผ่อนบนรถได้บ้าง แค่นั้นเอง

“ฉันขอโทรศัพท์หน่อยสิ เดี๋ยวจะกดจีพีเอสให้”

พอรถเริ่มเคลื่อนตัวออกจากบ้าน หญิงสาวก็เอ่ยถึงสถานที่ที่เธอจะให้เขาพาไปในทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา

และคาดเดาเอาได้เลยว่าเขาจะต้องไม่เคยไปแน่ๆ เพราะจากการที่เธอนั้นรู้เรื่องของเขาผ่านผู้ช่วยส่วนของเขาอย่างกล้าหาญ ทำให้เธอรู้ว่าเขานั้นแทบไม่เคยไปเที่ยวเลย ยกเว้นเสียแต่เดินทางไปเที่ยวด้วยทำงานด้วย คนอย่างเขาถึงจะยอมออกจากถ้ำของตัวเอง

“อ่ะ”

เขาหยิบโทรศัพท์มือถือส่งให้กับเธออย่างไม่รอช้า เพื่อที่จะได้วางแผนในการเดินทางว่าจะใช้เส้นทางไหน ก่อนที่รถจะถูกขับออกไปยังถนนเส้นหลัก

“คุณยังไม่ได้ปลดล็อก”

พราวลลิลหันหน้าจอโทรศัพท์มือถือไปทางเขาเมื่อมันยังไม่ได้ถูกปลดล็อกให้พร้อมใช้งาน 

“580622”

นนธิวรรธน์บอกรหัสผ่านของโทรศัพท์มือถือเขากับเธออย่างไม่ห่วง เพราะไม่คิดรับมาปลดล็อกด้วยตัวเองเมื่อเขาเป็นคนขับรถ

ไม่ใช่ว่าไม่เคยทำในผิดกฎจราจร แต่การให้เธอปลดล็อกให้จะง่ายกว่าเขาจะลงมือทำเอง

“ให้ฉันกดเองเหรอ”

รู้สึกตกใจเล็กน้อยที่เขาบอกรหัสของสิ่งที่ควรจะหวงไว้ไม่ใช่เหรอ แต่กลับดันมาบอกเธอซะเสียงดังลั่นรถเลย เขาไม่กลัวเธอแอบดูความลับของเขาเหรอ

“อืม กดได้เลย”

“คุณไม่กลัวฉันจำรหัสได้ แล้วแอบดูโทรศัพท์ของคุณเหรอ”

“ฉันไม่มีความลับอะไร อยากจะหยิบไปเล่นก็ตามสบายเลย”

เขาไม่มีความลับอะไรกับโทรศัพท์มือถือที่จำเป็นจะต้องปิดบังกับเธอ เพราะถ้าเป็นข้อมูลการทำงานนั้นจะถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดีที่บริษัทและก็ที่โน๊ตบุ๊คของเขา 

ก็เลยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหวงโทรศัพท์มือถือนั้นกับเธอ เธออยากจะทำอะไรก็ได้ ตามสบายเลย

“เดี๋ยวสาวๆของคุณก็ว่าฉันเอาหรอก”

เธอกดโทรศัพท์มือถือที่เป็นรุ่นเดียวกับของเธอพอดีเลยทำให้ใช้งานได้อย่างสะดวกไปพลาง แล้วก็เอ่ยถามอะไรไปเรื่อยเปื่อยไปพลาง

“ก็ลองดูสิว่ามีไหม”

เขาเองก็ตอบซะทุกคำถามไปพลางขับรถไปพลางเหมือนกัน เมื่อเขาไม่มีความลับอะไรจริงๆ ยิ่งเรื่องผู้หญิงเขายิ่งไม่มีใหญ่เลย เพราะแค่เธอเขาก็ปวดหัวแทบทุกวันแล้วจะให้หาใครมาปวดหัวเพิ่มกันล่ะ

“อ่ะ เอาไป ฉันจะไปร้านนี้”

กว่าจะตั้งจีพีเอสเสร็จก็ใช้เวลาพอสมควร ไม่ใช่ว่าใช้โทรศัพท์มือถือไม่เป็นหรอกนะแต่เพราะว่า พราวลลิลกำลังใจสั่นไปกับคำพูดของเขา ที่มันเหมือนกันแสดงความบริสุทธิ์ใจอะไรกับเธอทำนองนั้น

“อืม”

เขารับโทรศัพท์มือถือกลับคืนมาในช่วงจังหวะที่รถกำลังติดไฟแดงพอดี เลยทำให้มีเวลาที่จะติดโทรศัพท์มือถือกับที่วางด้านหน้า

และก็หันมามองหน้าเธอเล็กน้อย ก่อนจะหันไปสนใจกับการขับรถต่อ แม้ว่ารถจะยังติดไฟแดงอยู่ก็ตาม

“ยิ้มอะไร”

หันมามองหน้าเธอแล้วก็หันกลับไปยิ้ม มันหมายความว่ายังไง ทำเอาเธอสงสัยจนต้องถามออกไป

“เธอหน้าแดง”

“รถคุณแอร์เสียหรือเปล่า ร้อนจะตายอยู่แล้ว”

ใจเธอสั่นๆหวั่นไหวอยู่เมื่อตะกี้ ไม่คิดเลยว่าจะทำให้หน้าแดงจนทำให้เขาเห็นเข้าจนได้

ทำเอาเธอนั้นต้องโวยวายเสียงดัง หาเรื่องกลบเกลื่อนก่อนที่ความลับมันจะแดงออกมาให้เขารู้

“เขินเหรอ”

แต่เหมือนเขาจะรู้ทันเธอเสียแล้ว กลับพูดคำที่เธอไม่อยากจะคิดถึงว่ามันเป็นอาการอะไรแบบนั้นออกมา

“เปล่า”

คนปากแข็งอย่างเธอถึงกับปฏิเสธเสียงสูงออกไป จะเขินหรือจะเป็นอะไรเธอก็ไม่ยอมรับทั้งนั้น

กับแค่คำพูดของเขาไม่กี่คำ เธอก็แค่เสียอาการไปนิดหน่อย เดี๋ยวมันก็ดีขึ้นมาเองนั่นแหละ ไม่มีอะไรมากหรอก

“อืม”

เขาพยักหน้าเล็กน้อยราวกับเชื่อคำพูดของเธอ แต่ทว่ามุมปากก็ยังยกยิ้มอยู่ราวกับรู้ทัน

“ก็บอกว่าเปล่าไง แล้วก็ไม่ต้องมารายงานฉันด้วยว่าคุยกับใครหรือไม่คุยกับใคร ฉันไม่ได้อยากรู้ขนาดนั้นหรอก”

พราวลลิลถึงกับยกมือขึ้นมาลูบที่หน้าอกเบาๆเมื่อหัวใจมันดันเต้นแรงขึ้นมาซะได้หนิ่ พยายามจะทำให้มันสงบแต่ก็ไม่สงบลงเลย

เธอก็เลยแกล้งโวยวายออกไป แต่ก็เหมือนจะทำให้เรื่องมันใหญ่โตออกไปอีก เมื่อดันโวยวายเป็นเรื่องที่ทำให้ใจหวั่นไหวออกไปซะได้

“แต่ก็บอกไปแล้ว เธอคงต้องบอกคืนมา เราจะได้หายกัน”

รถติดไฟแดงอีกรอบ ทำให้เขามีโอกาสหันมามองหน้าเธอให้ได้เต็มสองตาอีกครั้ง

มองดูด้วยรอยยิ้มเล็กๆที่ได้หยอกล้อกับเธอจนเธอมีอาการเขินอายออกมานั่นแหละ มันช่างน่าตลกๆจริงๆเลย

“ฉันก็ไม่มีเหมือนกัน เฮ้ย ไม่อยากคุยด้วยแล้ว ตั้งใจขับรถไปเลย ฉันจะๆพักสายตาซะหน่อย ห้ามรบกวน”

คนตัวเล็กชิงหลับตาทำเหมือนกับว่าเธอนั้นหลับก่อนที่จะหลุดปากพูดอะไรมากไปกว่านี้เพราะควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้

ไว้เดินทางถึงที่หมายเมื่อไหร่ ค่อยพูดคุยกับเขาก็แล้วกัน

“อืม”

“ห้ามพยักหน้าแล้วทำหน้าซื่อสัตย์อะไรแบบนั้นด้วย”

แต่พอหลับตาไปแล้ว จิตใจเธอก็ยังไม่สงบอยู่ดี ภาพในหัวที่เห็นเขาทำตัวเหมือนแฟนคนหนึ่งที่มีความซื่อสัตย์กับผู้หญิงเอามากๆ ถึงกับบ่นพึมพำออกมา

“เธอว่าอะไรนะ”

คนตัวโตได้ยินเสียงคนตัวเล็กชัดเต็มสองหูด้วยภายในรถนั้นนอกจากเสียงเบาๆของเครื่องยนต์แล้วก็ไม่มีเสียงอะไรรบกวนเสียงสนทนาระหว่างเขากับเธอเลย จนทำให้แม้แต่เสียงเงียบๆเขาก็ได้ยิน

แต่ทว่าก็แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน เมื่ออยากจะได้ยินคำแก้ตัวจากเธอ

“เปล๊า คนจะนอนอย่ามากวน”

“อืม”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป