บทที่ 23 สิทธิพิเศษ
“แหม่ๆๆๆ”
เสียงหนาแต่ทว่าถูกดัดให้เล็กแหลมคล้ายเสียงผู้หญิงมากที่สุดเอ่ยทักทายยัยคนสวยของเขาด้วยความเป็นกันเองในเช้าวันจันทร์แบบนี้
เพราะคนอย่างกล้าหาญนั้นรู้ดีกว่าใครว่าวันหยุดที่ผ่านมาเลขาสาวสวยกับเจ้านายของเขาไปไหนต่อไหนกันมา
แม้มีวันหยุดเพียงวันเดียวสำหรับคนบ้างานอย่างเจ้านายของเขา แต่เขาก็มั่นใจว่าเจ้านายกับหญิงสาวน่าจะใช้สอยวันหยุดกันได้อย่างเต็มที่ ดูได้จากใบหน้าที่อิ่มไปด้วยความสุขของคนทั้งคู่
“เป็นอะไรแต่เช้าล่ะ เมื่อคืนนอนไม่หลับเหรอ”
พราวลลิลตอบกลับเสียงแข็งเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง ว่าเธอเสียอาการกับการไปเที่ยวเพื่อเป็นการขอโทษมากแค่ไหน จนเกือบกลับมาทำงานไม่ไหวกันเลยทีเดียว
“อืม เจ็บๆคอด้วย”
“ถ้างั้นช่วงบ่ายลางานไหม ควรกลับไปพักผ่อน”
และคนตัวแสบอย่างเธอก็หาทางไล่คนที่รู้ทันเธอทุกเรื่องอย่างกล้าหาญให้กลับบ้านไปก่อน รอเธอพร้อมกว่านี้แล้วค่อยให้เขากลับมาทำงาน
“แหม่ๆๆ”
เสียงเอ่ยแซวยังคงดังเป็นระยะๆเมื่อมีคำถามเป็นล้านอยากจะถามฝ่ายหญิงที่ได้ไปเดทกับเจ้านายของเขามา
ด้วยตั้งแต่เขามาทำงานเป็นลูกน้องของนนท์ธิวรรธน์ยังไม่เคยเห็นเจ้านายคนนี้ไปเดทกับใครมาก่อน เธอนับเป็นคนแรกเลยก็ว่าได้
อยากจะรู้นักว่าเจ้านายของเขาจะสร้างความประทับใจอะไรให้กับหญิงสาวบ้าง หรือว่าเอาแต่ทำหน้าเคร่งขรึมเหมือนตอนทำงาน
“เป็นอะไรอีกล่ะ”
“ฉันจะไม่ลางานไปไหนทั้งนั้น ฉันอยากอยู่เป็นก้างขวางคอคนแถวนี้”
“ก็ไม่ได้มีอะไรซะหน่อยๆ”
พราวลลิลไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมามากนักด้วยกลัวว่าตัวเองจะเสียอาการจนกู่ไม่กลับอีก เดี๋ยววันนี้ทั้งวันอาจจะต้องนั่งเขินอายจนทำงานทำการอะไรไม่ได้
“เดินยิ้มกันมาแต่ไกลแบบเนี้ยนะ ไม่มีอะไร กะเทยเฒ่าอย่างฉันไม่เชื่อจ๊ะ”
สายตาของกะเทยเฒ่าไม่มีพลาดแน่นอน ด้วยเห็นรอยยิ้มมันเปื้อนไปบนใบหน้าของคนทั้งสองที่เดินมาทำงานพร้อมกันชัดเต็มสองตา แล้วมันจะไม่มีอะไรในกอไผ่ได้ยังไงกันล่ะ
“ใครเดินยิ้มมา ไม่มีหรอก”
เสียงหวานปฏิเสธคอเป็นเอ็นทั้งที่เธอก็แอบเดินยิ้มอย่างอายๆเขามานั่นแหละถูกแล้ว
“เหรออออ”
“ทำงานไปเลย หนูจะไป”
เริ่มชักจะนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานไม่ได้แล้ว พราวลลิลก็หาเรื่องจะไปจากโต๊ะทำงานสักพัก หลบเลี่ยงไม่ให้ถูกซักถาม
“ไปไหนจ๊ะ เช้านี้บอสไม่รับกาแฟนะ”
กล้าหาญเอ่ยเรียกรั้งตัวหญิงสาวเอาไว้ก่อนที่จะหาเรื่องหลบหน้าเขา ด้วยเมื่อตะกี้ก่อนที่เจ้านายของเขาจะเข้าห้องไปทำงานก็ได้บอกเอาไว้แล้วว่าเช้านี้ไม่รับกาแฟ แล้วยัยคนสวยจะเดินไปไหนมิทราบ
“ก็เอาน้ำเปล่าไปให้เขาไง ไม่กินน้ำเหรอเดี๋ยวก็คอแห้งตายหรอก”
“รีบไปรีบมานะ นั้นห้องเจ้านายไม่ควรอยู่นาน มันไม่เหมาะสม”
“รู้แล้วๆ”
“รอสอนงานต่อนะ”
“จ้า”
ร่างเล็กรีบเดินกึ่งวิ่งไปเสิร์ฟน้ำให้กับคนตัวโตในทันทีเมื่อมีโอกาสได้หลบหน้ากล้าหาญกะเทยยอดนักซักถามสักพัก
ขืนให้เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานต่อมีหวังต้องเล่าอะไรหมดเปลือกแน่ๆ คงไม่เหลือแล้วความลับที่ไปเที่ยวกันมาเมื่อวานนี้
“ใครจะคอแห้งตายงั้นเหรอ หวังว่าคงไม่ใช่ฉันนะ”
ทันทีที่ประตูห้องทำงานถูกเปิดออก เจ้าของห้องทำงานก็เงยหน้ามองหญิงสาวที่เดินเข้ามาไม่วางสายตา
และทันทีที่ประตูห้องทำงานปิดลง เขาก็เอ่ยถามเธอถึงเรื่องที่เธอพูดเป็นข้ออ้างก่อนหน้าที่จะเดินเข้ามาภายในห้องของเขา
“ใครพูดแบบนั้นกันเหรอ”
พราวลลิลแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ถ้าขืนเธอยอมรับเขาต้องหาว่าเธอแช่งชักหักกระดูกเขาแน่ๆ และนั้นอาจหมายถึงการมีปัญหาตามมาอีกมากมาย เธอควรเลี่ยงที่จะไม่ยอมรับเสียดีกว่า
“ก็คนแถวนี้”
เขารู้ดีว่าเธอนั้นพูดว่าอะไร เพราะก่อนหน้านี้เขาเดินคุยโทรศัพท์ไปมาอยู่ภายในห้องและเดินไปแถวหน้าประตูห้องเข้าพอดี
“นิสัยไม่ค่อยดีเลยเนาะ”
หญิงสาวยิ้มแห้งๆตอบไปเมื่อถูกรู้ทัน แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงไม่ยอมรับอยู่ดี ปากแข็งแล้วก็ต้องปากแข็งให้ถึงที่สุด เอาไว้เขาไล่เธอจนมุมมากกว่านี้ก่อนค่อยขอโทษก็แล้วกัน
“ถ้าอยากจะเข้ามาในนี้ก็เดินเข้ามาได้เลย ที่นี่ก็ห้องทำงานเหมือนกันไม่ใช่เขตหวงห้ามอะไร ไม่ต้องหาเหตุผลหรอก”
นนท์ธิวรรธน์ที่รักความเป็นส่วนตัวมากที่สุดถึงกับมีห้องทำงานใหญ่โตเพื่อให้นั่งทำงานได้อย่างสงบๆไม่ให้ใครเข้ามารบกวนเป็นอันขาด เอ่ยอนุญาตเป็นพิเศษให้กับหญิงสาวตรงหน้า เมื่อเขานั้นรู้สึกไว้ใจเธอมากกว่าคนอื่นๆ และอีกอย่างก็นึกอยากให้เธอมีพื้นที่ที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวในบริษัทที่มีคนวุ่นวายเดินไปเดินมาเต็มไปหมดแบบนี้
“อืม ขอบคุณค่ะ”
ใบหน้าหวานๆถึงกับเห่อร้อนขึ้นมาจนต้องรีบหันหลังให้เขาแล้วยกมือขึ้นทาบไปบนหน้านั้นอย่างเบาๆ เมื่อเขามอบสิทธิพิเศษให้เธอเหนือกว่าใครๆในบริษัทนี้ เพราะขนาดผู้ช่วยส่วนตัวของเขาอย่างกล้าหาญจะเข้าห้องนี้ได้ยังต้องได้รับอนุญาตจากเขาทุกครั้งไป แต่กับเธอเข้ากลับบอกให้เดินเข้ามาได้เลย
ให้ตายเหอะเขาจะทำให้เธอเสียอาการไปถึงไหน ไม่รู้จักหยุดพักกันบ้างเลยหรือไงกันนะ
“จะออกไปแล้วเหรอ”
เขาเห็นเธอยืนนิ่งมาสักพักก็เอ่ยถาม ด้วยเห็นเธออยากเข้ามาภายในนี้แล้วทำไมถึงจะรีบออกไป
“อีเจ้ เอ๊ย คุณกล้ารอสอนงานอยู่นะคะ ยังมีอะไรอีกหลายเรื่องให้ต้องเรียนรู้”
พอจะขืนสติกลับมาได้ก็รีบเอามือลงแล้วก็หันไปพูดคุยกับเขาปกติ เธอมีงานต้องทำต่อจริงๆเพราะที่บริษัทนี้เธอคือเลขาเขาจะมามัวเล่นไปวันๆไม่ได้ ต้องตั้งใจทำงานแม้จะถูกแซวจนต้องหนีก็ตาม
“นั่งพักก่อนก็ได้ ไว้หายเหนื่อยเมื่อไหร่ก็ค่อยเดินออกไป”
เขานึกอยากให้เธออยู่ในห้องทำงานของเขาจนกว่าเธอจะพอใจ ก็เลยหาเรื่องพูดออกไปเพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี จะให้ชวนเธอตรงๆก็ไม่กล้าพูด
“หายเหนื่อยเหรอ?”
“อืม”
“ฉันออกไปดีกว่า”
พราวลลิลพอจะเข้าใจในคำพูดของเขาดี แต่เธอก็ไม่กล้าอยู่ในห้องของเขานานนักเพียงแค่หลบหน้ากล้าหาญมาตั้งหลักเท่านั้น เพราะกลัวว่าถ้าอยู่นานเกินไปเวลาออกไปคงโดนแซวหนักกว่าเดิม
แล้วเธอก็เดินออกจากห้องไป โดยไม่ได้เก็บถาดเสิร์ฟน้ำออกไป เมื่อค่อนข้างรีบร้อยด้วยกลัวเจ้าของห้องจะพูดอะไรที่ทำให้เธอต้องเขินจนตัวบิดออกมาอีก
“หึๆ”
เสียงหนาหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อคนตัวเล็กเดินออกไปจากห้องทำงานแล้ว นึกขำขันตัวเองนักที่ทำอะไรแบบนั้นลงไป ไปหาว่าหญิงสาวเขาเหนื่อยทั้งที่เดินมาแค่ไม่กี่ก้าว
อันที่จริงเขาควรกล้าที่จะพูดกับเธอไปตรงๆคงดีกว่านี้ เธออาจจะให้โอกาสนั่งกับเขาสักพักก็เป็นได้
เขาคงต้องหาโอกาสใหม่จะได้มีเพื่อนพูดคุยเวลาเซ็นเอกสารที่มันกองท่วมหัวทุกวันไปด้วยจะได้ไม่เบื่อ
