บทที่ 25 เจ๊หนม

“ที่นี่ใช่ไหม”

ใกล้ได้เวลานัดของพราวลลิล นนท์ธิวรรธน์ก็ทำหน้าที่ขับรถออกมาส่งเธอตามที่บอกกันเอาไว้เมื่อตอนเย็น

เขาถามสถานที่นัดหมายมาแล้วจากกล้าหาญผู้ช่วยของเขา ทำให้ง่ายต่อการเดินทางมา ใช้เวลาไม่นานเขาก็พาเธอมาถึงตรงตามเวลาที่นัดเอาไว้พอดิบพอดี

“ถูกต้องแล้วครับ”

พราวลลิลที่แต่งตัวมาด้วยชุดกางเกงยีนเสื้อยืดรัดรูปเพื่อให้คล่องตัวต่อการมานั่งที่บาร์เอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มที่แสนจะมีความสุข ด้วยนานเกือบจะหนึ่งเดือนได้แล้วมั้งที่เธอไม่ได้ออกมาท่องราตรีแบบนี้

อีกอย่างเธอกำลังจะได้เจอกับนักร้องที่ชื่นชอบ แม้ว่าเขาจะไม่ดังเท่าไหร่แต่สำหรับเธอนั้น เสียงของเขามันไพเราะที่สุดเลย จนเธอฝันอยากจะเห็นหน้าเขาจริงๆสักครั้งให้ได้ และครั้งนี้ความฝันนั้นก็กำลังจะเป็นจริง

“เที่ยวให้สนุกล่ะ ถ้าอยากกลับก็ไลน์มาบอก”

“เดี๋ยวฉันกลับกับคุณกล้าก็ได้ ขากลับคงขับรถไม่อ้อมมากนักหรอก”

เขาจอดรถตรงบริเวณด้านหน้าของบาร์เพื่อให้เธอได้เดินลงไป แถมบอกว่าจะมารับเธออีกด้วย

เธอเลยเอ่ยตอบกลับด้วยความเกรงใจ เพราะคงใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงเลยล่ะกว่าเธอจะกลับ นี่ก็เพิ่งจะสองทุ่มกว่านักร้องจะมาก็สี่ทุ่มกว่าจะฟังเพลงจบก็ต้องใช้เวลาต่อไปอีก เธอเกรงใจกลัวเขาจะรอนานเสียเวลาพักผ่อนของเขา

“ฉันมีธุระแถวนี้พอดี”

เขาหยิบงานมาทำด้วยไม่ใช่แค่ว่าจะมาจอดรถรอเธอเปล่าๆหรอก อีกอย่างเธอก็เป็นคนของบ้านเขาแล้ว จะให้เธอไปกลับยังไงโดยที่เขาไม่รู้ก็คงดูน่าเกลียดเกินไป เสียเวลากลับเข้าบ้านช้านิดหน่อยเพื่อความสบายใจจะดีกว่า  

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจคุณก็แล้วกัน”

“คิดจะใช้คำนั้น เธออาจต้องเหนื่อยหน่อยนะ”

“เหนื่อยบ้าอะไรเล่า  ถ้างานจบแล้วจะรีบไลน์ไปบอกก็แล้วกัน ขอบคุณนะที่มาส่ง”

คนตัวเล็กรีบเดินลงจากรถด้วยความรวดเร็ว ไม่อยู่สนทนากับเขาต่ออีกเพราะเหมือนเธอจะเสียท่าพูดอะไรผิดตรงไหนเข้าให้อีกแล้ว 

คนอย่างเขาเนี้ยมันเหลือเกินจริงๆเลย เธอพูดผิดเป็นไม่ได้เลยทีเดียว คนอย่างเขาต้องหาทางมาทำให้เธอเสียอาการอยู่เรื่อยเลย

“หึๆ”

เสียงหนาเอ่ยหัวเราะเบาๆในลำคออย่างนึกชอบอกชอบใจไปกับอาการลุกลี้ลุกลนของหญิงสาว ก่อนจะขับรถออกไปจอดที่ห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้มากนักเพื่อรอเธอ

“นี่เธอเมาเหรอ”

หลังจากที่เขาส่งเธอที่หน้าผับได้เพียงแค่ชั่วโมงกว่าๆ กล้าหาญผู้ช่วยของเขาที่เป็นคนเอ่ยปากชวนเธอออกมาเที่ยวในคืนนี้ก็โทรตามเขาให้มารับเธอ

โดยที่กล้าหาญนั้นพยุงเธอออกมารอขึ้นรถที่หน้าบาร์ด้วยสภาพยืนเองไม่ไหว จนทำให้เขาต้องลงจากรถมาช่วยพยุงเธออีกแรง

“ปากก็บอกว่าคอแข็งๆ แต่พอดื่มไปสามแก้วก็มีสภาพเป็นแบบนี้”

กล้าหาญเล่าเพียงคร่าวๆให้เจ้านายของเขาได้ฟังพร้อมช่วยประคองแม่ตัวดีไปขึ้นรถเพื่อกลับบ้าน เพราะให้อยู่ต่อเขาก็ดูแลไม่ไหวเธอเล่นจะเดินไปทั่วบาร์ราวกับเดินเล่นที่บ้านเลย

“ไม่ได้ดื่มอะไรผิดแปลกไปใช่ไหม”

เสียงหนาเอ่ยถามขึ้นเมื่อนึกถึงความไม่ปลอดภัยที่ผู้หญิงอาจจะเจอเวลาออกมาเที่ยวกลางคืนแบบนี้

“นั่งอยู่แต่กับพวกผมครับ ไม่มีคนอื่นเข้ามาร่วมวงด้วย”

ถึงเขาจะเป็นกะเทยดูไม่แมนพอจะปกป้องใครได้ แต่เขาก็ดูแลยัยคนสวยดีเหมือนดูแลน้องสาวคนหนึ่งเลยล่ะ และยิ่งเป็นเมียเจ้านายเขาก็ยิ่งดูแลดีมากขึ้นอีก ก็กลัวเจ้านายจะเป็นห่วงจนออกนอกหน้าแบบนี้ไง

“แล้วนี่เธอได้เจอกับนักร้องนั้นหรือยัง”

“ยังเลยครับ นักร้องมาตอนสี่ทุ่ม”

“เฮ้อ เช้ามาคงโวยวายน่าดูเลย”

จับร่างเล็กขึ้นนั่งบนรถด้วยความยากลำบาก เพราะเธอเอาแต่ทิ้งตัวแข็งขาอ่อนแรงยืนเองไม่ได้

จากคนตัวเล็กๆที่น้ำหนักไม่ถึงห้าสิบ ก็ทำเอาหนักขึ้นเป็นเท่าตัวเหมือนกัน

“อือ ยังไม่กลับอ่ะ ยังไม่ได้ร้องเพลงเลย”

เหมือนจะได้สติขึ้นมาเล็กน้อยจากก่อนหน้านี้ พราวลลิลก็เริ่มส่งเสียงร้องท้วงไม่อยากจะกลับบ้านขึ้นมา

“เธอเมาแล้วกลับบ้านไปนอนพักได้แล้ว ไว้วันอื่นค่อยหาโอกาสมาดูใหม่”

กล้าหาญยืนปลอบใจหญิงสาวอยู่ใกล้ๆ หวังให้หญิงสาวสงบแล้วยอมกลับบ้านง่ายๆ

“ไม่เอาๆๆ หนมจะดูนักร้อง”

แต่เธอก็ยังคงโวยวายอยู่ และจะลงจากรถมาให้ได้ แม้เจ้านายของเขาจับเอาไว้ก็แทบจะจับไว้ไม่อยู่

“กลับบ้านไปก่อนเถอะนะ เดี๋ยวงวดหน้าเจ๊พามาดูใหม่ แถมจะให้ดูฟรีๆเลยด้วย”

กะเทยเฒ่าถึงกับต้องงัดเอาไม้ตายออกมา เอาไว้ไปกลับคำตอนยัยคนสวยนี่หายเมาเอาแล้วกัน

“จริงนะ”

“จริงสิ”

แล้วทุกอย่างก็ได้ผลอย่างง่ายได้เพียงแค่พูดคำว่าของฟรีออกมาเท่านั้นแหละ พราวลลิลสงบลงเหมือนโดนเป่ามนตร์ใส่ ยอมกลับบ้านแต่โดยดี

“ไปไอ้หนุ่ม กลับบ้านกัน”

แถมยังตบไหล่คนขับรถแหมะๆสองสามทีเพื่อเร่งรีบให้ไปขับรถออกไปแล้วคนเมาอย่างเธอพร้อมกับบ้านแล้ว

“ขับรถดีๆนะครับบอส”

กล้าหาญยืนโบกมือลาเจ้านายของเขาและก็ภรรยาขี้เมาของเจ้านายอยู่หนาบาร์เพื่อส่งทุกคนก่อนที่เขาจะกลับไปสนุกต่อที่ด้านในบาร์

“อืม”

นนท์ธิวรรธน์พยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนจะขับรถออกไปเพื่อกลับบ้าน

“พ่อหนุ่มกล้าโตจะพาเจ๊หนมไปไหนอ่ะ”

รถจอดติดไฟแดงพราวลลิลก็ขยับตัวเขาหาคนขับรถของเธอในทันทีด้วยความขาดสติ เธอคิดว่าเขาเป็นหนุ่มโฮสในฝันที่เธอไปเอฟได้มา

“กลับบ้านไง”

ปล่อยให้เธอเกาะแขนเขาไปตามอำเภอใจ เพราะเธอขืนเสียเวลาแกะออกก็คงไม่ยอมออกไปง่ายๆหรอก

“หนุ่มหอมแก้มเจ๊หนมก่อนจับพวงมาลัยรถนั้นสิ เดี๋ยวเจ๊หนมให้ติ๊บ”

แต่คนเมาไม่เลิกวอแวเขาสักทีแถมดึงมือเขาออกจากพวงมาลัยรถอีกตั้งหาก โชคดีแค่ไหนที่รถจอดติดไฟแดงอยู่ไม่ใช่วิ่งอยู่บนท้องถนน

“หนุ่ม หอมแก้มเจ๊หนมหน่อยเร็ว”

“หนุ่มจ๋า”

“เธอบังคับฉันเองนะ”

“อืม”

เธอไม่ยอมให้เขายกมือกลับขึ้นไปจับพวงมาลัย จะทำยังไงเธอก็ไม่ยอมจนเขานั้นต้องหอมแก้มขาวๆนั้นตามคำสั่งของเธอ ก่อนที่ไฟจราจรจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว

“ไม่สิๆ ถ่ายรูปเก็บไว้ด้วยดีกว่า อืม”

มือบางควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าถือใบเล็กด้วยความเคยชินแล้วคว้ามันขึ้นมาเปิดกล้องหน้าถ่ายรูป โดยที่เธอนั้นหอมแก้มพ่อหนุ่มโฮสกล้ามแน่นคืน

“ชื่นใจจังเลย อืม”

แล้วร่างเล็กก็ทิ้งตัวลงกับเบาะรถอย่างหมดแรง หลับพับไปกลางอากาศอย่างหมดฤทธิ์

“ถึงบ้านแล้ว”

นนท์ธิวรรธน์รีบขับรถด้วยความรวดเร็ว ใช้เวลาไม่นานเขาก็พาเธอมาถึงบ้านก่อนที่เธอจะตื่นขึ้นอีกรอบ

“อืม หอมแก้มเจ๊ก่อน เดี๋ยวเจ๊ให้ติ๊บ”

แต่เหมือนคนเมาจะไม่หมดฤทธิ์เพียงเท่านั้น เธอตื่นขึ้นมาอีกครั้งบนความขาดสติ

“เธอไม่มีเงิน”

เขาเองก็พยายามเตือนสติเธออยู่ตลอดเวลา หวังว่าเธอจะรู้สึกตัวขึ้นมาได้บ้าง แล้วเลิกสั่งให้เขาทำอะไรแบบนั้นสักที เพราะถ้าเขาห้ามตัวเองไม่ได้ขึ้นมา เธอนั้นแหละจะเดือดร้อน

“เอาไปทั้งกระเป๋าได้เลย หอมแก้มเจ๊ก่อนเร็วๆ”

“อืม”

จมูกโด่งเป็นสันของชายหนุ่มกดลงบนแก้มขาวของหญิงสาวอย่างไม่ได้ตั้งใจแต่ทว่าเธอยื่นแก้มนั้นเข้ามาหาเขาเอง

กลิ่นหอมจากกายเธอสร้างความชื่นใจให้แก่เขาไม่น้อย และปลุกความกำหนัดในตัวเขาให้เริ่มตื่นขึ้น

“โอ๊ยยย ชื่นใจจังเลย”

ทำเอาเขาต้องรีบคว้าร่างเล็กขึ้นมาอุ้มพาเธอกลับเข้าบ้านก่อนที่พ่อกับแม่ของเขาจะออกมาเห็นท่าทางแบบนี้ของเธอ แล้วพาลเข้าใจผิดคิดว่าเขากับเธอเป็นมากกว่าคู่ผัวเมียแค่ในนามนั้น

“ถึงเตียงแล้วเหรอ อืม”

ร่างเล็กพอถูกวางลงบนเตียงนุ่มก็เด้งตัวขึ้นหาคนตัวโต ส่งริมฝีปากบางเข้าไปหาริมฝีปากหนาในทันที

กดริมฝีปากเข้าหากันเบาๆ รับรู้ถึงการสัมผัสกันจนเธอเผลอยิ้มออกมา

“หนมหวาน!!!”

นนท์ธิวรรธน์ตกใจร้องเสียงหลง ไม่คาดคิดว่าเธอจะกล้าทำแบบนี้ แต่เขาก็ไม่ฉวยโอกาสสานต่ออะไรทั้งนั้น รีบปล่อยเธอลงนอน

“เอาอีก อืม”

พราวลลิลเด้งตัวกลับไปหาเขาอีกครั้งแล้วประกบริมฝีปากเข้าหากันอีกรอบ เธอบดจูบเบาๆด้วยความไม่เป็น

แต่เขากลับเป็นฝ่ายจูบตอบเบาๆคลอไปกับแอลกอฮอล์ที่มันยังติดอยู่ที่ริมฝีปากของเธอ

“พอได้แล้ว นอนได้แล้ว เธอเมามากแล้ว”

แต่แล้วเขาก็ต้องรีบผละริมฝีปากออกก่อนที่อะไรมันจะเลยเถิดในเวลาที่เธอไม่มีสติแบบนี้

ยอมรับแบบลูกผู้ชายเลยว่าเธอเย้ายวนใจจนเขาอยากจะสานต่อ แต่ไม่อาจทำได้ด้วยไม่ใช่คนชอบฉวยโอกาส

“ฉันอยากอ่ะ อืม”

“นอนก่อนเถอะน่ะ”

กดร่างเล็กให้ลงนอนแล้วห่มผ้าให้แน่น หวังให้เธอหลับใหลซะจะได้ไม่ก่อเรื่องที่ไม่ควรก่ออีกต่อไป

“อืม ใจร้ายจัง”

ร่างเล็กที่กดให้แน่นิ่งไปกับเตียงนอนได้ไม่นานก็ผล็อยหลับไปเพราะความเมา แถมฝันหวานตั้งแต่ยังไม่หลับก็ยังคงติดค้างเอาไปฝันต่อจนยิ้มออกมาได้แม้หลับไปแล้ว

ส่วนคนตัวโตรีบเดินออกจากห้องนอนของตัวเองแม้ในยามนี้จะดึกมากแล้วก็ตามเพื่อไปที่รถของเขาที่ยังคงจอดอยู่นอกโรงจอด ก่อนจะขับรถนั้นออกไปอย่างไร้จุดหมายเพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเองที่มันเตลิดไปไกลจนเรียกกลับมาแทบไม่ได้

จูบนั้นหวานเหลือเกิน ยังคงดังก้องอยู่ในหัวเขา จนต้องขับรถออกไปไกลแสนไกลเกือบจะสว่างถึงได้กลับบ้าน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป