บทที่ 26 ความผิด

“ผมขอแวะเติมน้ำมันก่อนนะครับ”

สุเนตรคนขับรถประจำตำแหน่งของท่านประธานบริษัทนนท์ธิวรรธน์เอ่ยขึ้นอย่างกล้าๆกลัวๆ เมื่อเขานั้นตกอยู่ในสถานการณ์ทำงานไม่เรียบร้อย ด้วยรถที่เขามีหน้าที่ขับนั้นและต้องตรวจดูความเรียบร้อยเป็นอย่างดีก่อนออกเดินทางในทุกวันนั้นน้ำมันหมดถัง ทั้งที่เมื่อวานนี้เขาเพิ่งจะไปเติมน้ำมันมาเอง

และจะเปลี่ยนคันก็คงไม่ทัน ด้วยเขามัวแต่ตรวจเช็คอย่างอื่นรวมไปถึงปัดเศษฝุ่นรอบคันรถจนลืมดูน้ำมัน ทำให้เจ้านายทั้งสองขึ้นมานั่งรอกันบนรถเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ไม่คาดคิดเลยว่าน้ำมันที่เติมใส่รถมาเมื่อวาน และขับไปได้แค่รอบเดียวระหว่างที่บ้านกับที่ทำงานจะหมดเร็วขนาดนี้ ปกติถ้าเป็นรถคันนี้และขับด้วยระยะทางนี้ อาทิตย์หนึ่งก็จะเติมน้ำมันแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ไม่สิ้นเปลืองไปกว่านี้

“เมื่อวานพี่เนตรเพิ่งเติมไปเองไม่ใช่เหรอคะ”

พราวลลิลที่กำลังเมาค้างอยู่นั้นเอ่ยพูดคุยกับคนขับรถที่เธอเริ่มสนิทสนมด้วยมาจากทางด้านหลัง โดยมีคนตัวโตนั่งหน้านิ่งบอกบุญไม่รับกับตาตี่ๆของเขาอยู่ข้างๆ

เธอนั้นปวดหัวระบมไปหมด ใจอยากจะไปถึงที่ทำงานให้เร็วที่สุดจะแย่อยู่แล้ว จะได้ไปพักสักหน่อย หวังให้อาการเมาค้างนั้นหายไป เธอไม่อยากออกนอกเส้นทางเลยแม้แต่นิดในวันนี้

“เกมันตกมากเลยนะครับ ยังไงผมขอแวะเติมสักแป๊บนะครับ”

ในฐานะคนขับรถที่ค่อนข้างมีความรับผิดชอบสูง เขาไม่อาจพาเจ้านายไปเสียน้ำมันหมดกลางทางได้ ยังไงก็ต้องแวะเติมน้ำมันกันก่อน

“เมื่อคืนคุณก็ไปส่งฉันไม่ไกลเท่าไหร่ ทำไมน้ำมันถึงหมดเยอะได้ล่ะ”

เมื่อไม่ได้คำตอบจากคนขับรถ พราวลลิลก็หันไปถามคนข้างๆที่เป็นคนขับรถคันนี้อีกคนเพื่อค้นหาคำตอบ

ปวดหัวจนตาแทบลืมไม่ขึ้นมันก็ปวดอยู่ แต่ทว่าก็ปล่อยผ่านเรื่องความน่าสงสัยนี้ไปไม่ได้อยู่ดี

“รถมันพังล่ะมั้ง”

ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แววตาไร้ความรู้สึก แล้วก็นิ่งเงียบไป

“รถคุณใหม่เหมือนเพิ่งจะซื้อมาได้ไม่ถึงปี จะพังแล้วเหรอ”

“ส่งผมเสร็จแล้วรบกวนพี่เนตรเอาไปเช็คให้ด้วยนะครับว่ามีปัญหาอะไรตรงไหนหรือเปล่า คุณเลขาเขาจะได้สบายใจ”

ดูท่าทางเธอจะไม่ยอมจบเรื่องนี้ง่ายๆ หวังจะหาคำตอบจากปากเขาให้ได้เลยหรือไงว่าเขานั้นขับรถไปสงบสติอารมณ์ที่มันเกิดจากเธอปลุกให้ปั่นป่วนจนรถหมดน้ำมัน

แต่เขาไม่มีทางปริปากพูดเรื่องนั้นไปหรอก เพราะเขาไม่ได้เป็นคนก่อเรื่องนั้นขึ้นก็ต้องให้เรื่องนั้นมันจบไปแบบเงียบๆจะเป็นการดีที่สุด

“ครับคุณนนท์”

“ทำไมต้องประชดกันด้วย ฉันก็แค่ถามเองนะ”

คำพูดของเขาเต็มไปด้วยน้ำเสียงแห่งความประชดประชัน ทำราวกับว่าเธอนั้นสงสัยเกินเหตุไปมาก แต่เธอก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าความสงสัยอยากรู้อยากเห็น เขาไม่ตอบเธอก็ไม่ได้ว่าอะไรซะหน่อย ทำไมต้องมาประชดกันด้วยล่ะ

“เธอเมามากขนาดนั้น เธอจะไปรู้อะไรล่ะ”

เขาไม่ได้จะประชดเธอ เพียงแต่ไม่อยากให้เธอมาเฝ้าถามเขาถึงเรื่องเมื่อคืนอีกก็แค่นั้น ถึงมันจะมีอะไรน่าจดจำมากมายโดยเฉพาะริมฝีปากหวานๆนั้น แต่ทว่าเธอเมาก็จำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว สู้ไม่รู้ไม่พูดถึงเสียดีกว่าเธอจะได้ไม่ต้องมารู้สึกอับอายภายหลัง

“มิน่า ปวดหัวเป็นบ้าเลย”

พอพูดถึงเรื่องดื่มเมื่อคืน อาการปวดหัวของเธอก็กลับมาอีกระลอก ถึงกับต้องยกมือขึ้นกุมขมับกันเลยทีเดียว

ไม่รู่ว่าอีเจ้กัสให้เธอกินอะไรเข้าไป ถึงได้เมามากเมามายจนจำอะไรไม่ได้เลยขนาดนั้น

“ฉันจะหักเงินเดือนเธอคืนเงินที่ยืมไป”

เสียงหนาเอ่ยขึ้นเมื่อชักอยากจะหาคนรับผิดชอบเรื่องที่เกิดกับเขาเมื่อคืนนี้ ถ้าไม่ทำให้เป็นตัวอย่างเอาไว้ต่อไปเธออาจไปเมากลับมาอีก แล้วก็อาจก่อเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจจนเขานอนไม่ได้อีก

ต้องดัดนิสัยเอาไว้เสียบ้าง จะได้หลาบจำไม่ทำอะไรแบบที่ทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อนไปด้วย

“อ่ะ ไม่ได้นะ”

“ฉันให้เธอไปดูนักร้อง ไม่ใช่ไปกินเหล้า”

“ก็แค่ดื่มไปนิดหน่อยเอง ก็คงเพราะไม่ได้ดื่มนานก็เลยเมาง่ายไปหน่อย”

“คุณกล้า แจ้งฝ่ายการเงินให้หักเงินเดือนคุณเลขาสองพันเข้าบัญชีผม”

นนท์ธิวรรธน์หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงของเขาแล้วโทรหาผู้ช่วยส่วนตัวของเขาทันที สั่งการออกไปในฐานะประธานบริษัทที่มีอำนาจอยู่เหนือทุกกฎของบริษัท เพื่อลงโทษให้คนที่กินเหล้าแล้วทำให้เขาต้องมาเดือดร้อน

“ไม่ได้นะ”

“ส่งรายงานเรื่องนี้ให้ผมตรวจด้วย”

“โอเคๆ ต่อไปฉันจะไม่ดื่มอีกแล้ว ไปดูนักร้องก็จะไปกินแค่น้ำผลไม้ โนแอลกอฮอล์ ตัดขาดของไม่ดีแบบนั้นไปเลย”

คนตัวเล็กคิดหาทางเอาเงินเดือนอันแสนน้อยนิดของเธอคืนมา เพราะถ้าไม่ได้รับเงินเดือนเต็มจำนวน เธอก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เงินค่าตั๋วเครื่องบินถึงจะพอ ส่วนเงินเดือนภรรยาที่เขาบอกว่าจะให้ก็ยังไม่ได้ให้ อันนั้นก็ไม่รู้ว่าจะได้เท่าไหร่ยังหวังพึ่งพาไม่ได้

“ได้โปรดอย่าหักเงินเดือนฉันเลยนะ”

เธอเริ่มใส่มารยาหญิงลงในคำขอร้อง เริ่มจะบีบน้ำตาให้คลอเบ้าขึ้นมาเล็กน้อย

“มันก็แค่คำพูด”

แต่ทว่ามันกลับใช้ไม่ได้ผลกับท่านประธานหนุ่มหน้าตาตี๋ตรงหน้า เขายังคงเสียงแข็งใส่เธออยู่

“ฉันจะร่างหนังสือสัญญาขึ้นมาเลยดีไหม”

ทำเอาเธอถึงกับต้องยอมร่างสัญญาเกี่ยวกับเรื่องไม่เป็นเรื่องนี้ขึ้นมา เสียเวลาพิมพ์สัญญาไม่กี่นาทีแลกกับเงินสองพัน ถือว่าคุ้มที่สุดแล้ว ส่วนจะทำตามหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าครั้งหน้าถ้าเธอได้กินแอลกอฮอล์อีกจะยังมีเขาเป็นสามีอยู่หรือเปล่า หรือเธอจะหนีไปได้ไกลแสนไกลแล้ว

“เธอเซ็นในหนังสือเสร็จเมื่อไหร่ เรื่องหักเดือนยกเลิกเมื่อนั้น”

พูดพร่ำเรื่องสัญญากันเสร็จรถก็มาจอดเทียบท่าหน้าประตูบริษัทพอดี ร่างหน้าก้าวลงจากรถก่อนร่างบาง เมื่อเธอนั้นยังต้องหยิบกระเป๋าจัดเสื้อผ้าให้ดูเข้าที่เข้าทางก่อนจะเปิดประตูรถลงไป

“ไอ้คนเผด็จการ”

และนั้นก็ทำให้เขาได้ยินเธอต่อว่าเขาลับหลัง จนเขานั้นต้องหยุดรอเธอที่หน้าประตูบริษัทยังไม่ได้เดินเข้าไปด้านใน

“ถ้าฉันได้ยินอะไรที่มันไม่เข้าหูอีก ฉันจะหักเงินเธอเพิ่ม ดีไหม”

“ไอ้.......

ไม่คิดว่าเขาจะหูดีเหมือนหน้าตาได้ขนาดนี้  คำสบถเบาๆก่อนลงจากรถตามหลังเขามาเขาจะได้ยิน นั้นยิ่งเสริมให้เธออยากต่อว่าเขาอีกคำ

“ขอบคุณนะคะที่กรุณา เดี๋ยวดิฉันจะรีบไปร่างสัญญามาให้คุณท่านได้เซ็นภายในวันนี้เลยเจ้าค่ะ”

แต่ทว่าก็จำต้องกลืนคำที่ไม่น่าฟังนั้นลงคอไป แล้วแทนที่ด้วยถ้อยคำที่ประดิษฐ์ขึ้นมาอย่างแสร้งจนฟังออกอย่างง่ายดาย

“แล้วก็ขอความกรุณาวันนี้อย่าสั่งงานดิฉันเยอะนะคะ ประเดี๋ยวจะไม่มีแม้แต่เวลาจะหายใจ”

พราวลลิลไม่แม้จะใส่ความจริงใจลงไปในนั้นเลย เธอกำลังเอ่อยประชดเขาที่อยากได้ยินคำพูดดีๆจากเธอทั้งเขากำลังตั้งท่าใจร้ายใส่เธอ

“ถ้าแบ่งเวลาไม่ได้ ค่าโอทีที่ขอเบิกไปก็คงต้องหักเพิ่ม”

“ไอ้......โอเคค่ะ จะสั่งงานอะไรก็ได้โปรดสั่งมาให้เต็มที่เลย เดี๋ยวดิฉันจะรีบจัดการให้ค่ะพร้อมกับสัญญา”

“ถ้าอย่างงั้นเช้านี้ผมขอรายงานการประชุมของเมื่อวาน แล้วก็ติดตามเรื่องก่อสร้างโรงงานใหม่ด้วยว่าไปถึงไหนแล้ว และก็หาตารางงานที่พอจะว่างให้เข้าไปตรวจที่นั้นให้ด้วย ขอเป็นระยะเวลาที่เยอะด้วยนะเพราะผมจะตรวจอย่างละเอียด”

เขาสั่งงานที่ก่อนหน้านี้ให้กล้าหาญผู้ช่วยของเขาเริ่มทำไปบ้างแล้วให้กับเธอ ก่อนจะเดินเข้าไปในลิฟต์ก่อนเธอ แล้วแอบยิ้มให้กับชัยชนะเล็กๆที่เขาได้รับในเช้านี้ มันพอจะแทนทีอารมณ์หงุดหงิดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนจนทำให้เขาแทบไม่ได้นอนทั้งคืนขึ้นมาได้นิดหน่อย

“ค๊า”

หญิงสาวเลือกให้เขาเข้าไปในลิฟต์คนเดียวแล้วกดปิดลิฟต์ให้เขา ให้เขาขึ้นชั้นบนไปก่อนแล้วเธอค่อยตามไปทีหลัง

ขอยืนสงบสติอารมณ์อยู่ตรงนี้สักพักก่อน ให้อารมณ์เธอเย็นกว่านี้แล้วค่อยเจอหน้าเขาอีกครั้ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป