บทที่ 30 แค่ให้ยืม
“ตามนั้นนะคะพี่เนตร”
ตกเย็นหลังจากที่การตรวจตราความคืบหน้าของการก่อสร้างโดยเจ้าของโรงงานตัวจริงเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว พราวลลิลก็รีบเดินออกจากตึกที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จนั้นในทันที รีบร้อนถังกับไม่ถอดชุดเซฟตี้ออกด้วยซ้ำ ใส่ติดตัวมาขึ้นรถกลับทั้งแบบนั้น
และเธอก็จัดแจงสั่งคนขับรถของนนท์ธิวรรธน์ที่ในเวลานี้ยังถือว่าเป็นเจ้านายของเธออยู่ให้ไปส่งที่เธอที่ห้างสรรพสินค้าต่อ โดยไม่ขออนุญาตเจ้าของรถแม้แต่คำเดียว
“ครับ”
คนขับรถรับคำสั่งอย่างไม่เถียงสักคำเพราะเขารู้จักผู้หญิงตรงหน้าในฐานะภรรยาของเจ้าของรถคันนี้ สำหรับเขาคุณผู้หญิงก็มีสิทธิ์สั่งงานเขาได้เหมือนกับเจ้านายนั่นแหละ
“จะแวะห้างเหรอ”
นนท์ธิวรรธน์เดินมาขึ้นรถหลังจากเธอด้วยเขานั้นติดพูดคุยอยู่กับผู้รับเหมา พอมาถึงรถก็พร้อมออกแล้วเขาก็เลยยังไม่ได้ให้ความสนใจกับสิ่งรอบตัว แต่ก็สนใจคนรอบตัวอยู่นะ พอเห็นว่าได้นั่งอย่างสบายเพื่อพักบนรถแล้วก็เลยไม่กวนประสาทกลับไป
แต่ทว่าพอรถเลี้ยวออกนอกเส้นทางมาสักพักเขาก็เริ่มสังเกตรอบๆตัว พอเห็นว่าจุดหมายเดียวของถนนเส้นนี้ที่จะพาไปถึงคือห้างสรรพสินค้า เขาเลยหันไปเอ่ยกับคนข้างๆ
“ใช่ ฉันมีของสำคัญที่ต้องซื้อ”
หญิงสาวพูดโผงออกมาเลยเมื่อได้ยินเขาตั้งคำถามกับคนขับรถ เมื่อเธอนั้นเป็นคนออกคำสั่งเอง เพราะมีธุระสำคัญจะต้องมาที่ห้างสรรพสินค้าในวันนี้ให้ได้
“เธอมีเงินแล้วเหรอ”
เขาถามเธอในขณะที่รถกำลังเลี้ยวเข้าไปในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้า เมื่อได้ยินว่าเธอต้องการมาซื้อของสำคัญ
ก็ไม่ได้ว่าอะไรถ้าเธอจะออกมาเที่ยวหลังเลิกงานบ้างเพราะทำแต่งานมาทั้งวันก็คงเครียดไม่น้อย
แต่นึกเป็นห่วงเห็นว่าเธอกำลังหมดตัวกลัวจะไม่มีเงินไปใช้จ่ายซื้อของสำคัญนั้น
“ยังไม่มี”
เธอตอบอย่างไม่อาย ด้วยมีเงินติดตัวอยู่ไม่ถึงหนึ่งพันบาทด้วยซ้ำไปแถมเงินเดือนก็ยังไม่ออก การที่จะมาซื้อของที่ห้างวันนี้ก็เพราะอารมณ์โกรธแค้นจนลืมคิดไปว่าเธอไม่มีเงินติดตัว
“แต่ก็อยากจะ..”
“เดี๋ยวฉันคงเดินขอใครได้สักคนในห้างนั้น”
แต่อีกเดี๋ยวพอไปเดินในที่ที่มาเดินประจำ เธอก็คงอาจเจอคนรู้จักบ้าน ก็อาจหยิบยืมเขามาได้บ้าง
“เอาไปใช้ก่อน”
เขาหยิบเอากระเป๋าสตางค์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้วหยิบเอาบัตรเครดิตใบที่ใช้อยู่เป็นประจำออกมาก่อนจะยื่นให้กับเธอได้รับเอาไว้
มันเป็นบัตรเครดิตแบบไม่จำกัดวงเงินที่เขามันหยิบออกมาใช้เวลาซื้อของเพราะมันสะดวกสบาย
“ขอบใจ”
รีบยื่นมือไปรับอย่างว่องไวไม่สนว่าก่อนหน้านี้จะโดนกลั่นแกล้งมามากแค่ไหน เธอสนแค่มีเงินเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าก่อนแค่นั้น เพราะไหนๆก็มาถึงแล้วจะให้กลับไปมือเปล่าก็คงน่าเสียดายแย่เลย
“อ่ะ เดี๋ยวก่อน วงเงินของบัตรไม่เกินเงินเดือนของเธอ เข้าใจ๋”
“รู้หรอกนะ”
“อ่ะ แล้วรับของจากผู้ใหญ่เขาทำกันแบบนี้เหรอ”
“ขอบคุณค่ะ”
หญิงสาวหน้าบูดบึ้งเล็กน้อยเมื่อถูกสั่งให้ไหว้คนตรงหน้า แต่ถึงกระนั้นก็ยอมไหว้เขาแต่โดยดีและก็ฉีกยิ้มแบบไม่จริงใจเอาเสียเลยให้แถมไปอีกหนึ่งที
“หืม ห่างเหินเชียวนะ”
การกระทำอะไรแบบนั้น ทำเอาคนที่จะต้องเสียเงินถึงกับไม่พอใจขึ้นมา ยังคงถือบัตรเครดิตเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยง่ายๆ
“กราบขอบพระคุณเจ้านายมากนะคะที่กรุณาอิฉันถึงเพียงนี้ รับรองว่าจะไม่ใช่เงินเกินตัวแน่นอนค่ะ”
หญิงสาวขยับตัวไปด้านหน้าเล็กน้อยจนต้นขาของเธอไปชิดกับต้นขาของเขา โน้มตัวไปด้านหน้าเข้าใกล้เขามากขึ้นเรื่อยๆ พนมมือขึ้นตรงกลางอกแล้วกราบลงบนอกของเขา
“อืม เอาไป”
คำขอบคุณของเธอทำเอาเขามือไม้อ่อนและใจเต้นแรง รีบยกบัตรให้กับเธอแล้วเป็นฝ่ายขยับถอยตัวห่างออกจากเล็กน้อย
สายตาที่เคยมองดูเธออยู่ตลอดตั้งแต่ขึ้นรถมาด้วยกัน จำต้องเสมองออกไปนอกรถเพื่อสงบใจตัวเองให้กลับมาเต้นปกติ
“เดี๋ยวฉันซื้อของเสร็จแล้วจะโทรหานะ”
พี่เนตรคนขับรถจอดรถส่งเธอที่หน้าห้างสรรพสินค้าก่อนที่จะเลี้ยวรถเข้าไปที่ลานจอดรถ
เธอร่ำลาคนบนรถที่อยู่ดีๆก็นั่งคอแข็งเอาเสียดื้อเสร็จก็รีบลงจากรถในทันที พร้อมโบกไม้โบกมือลา
“อืม”
ส่วนเขาก็แค่พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะสั่งให้พี่เนตรคนขับรถขับไปส่งเขาที่ประตูทางเข้าห้างสรรพสินค้าอีกทางหนึ่ง เพื่อที่เขาจะลงไปเดินเล่นในห้างนั้นในระหว่างรอเธอซื้อของ
“อารมณ์ดีขึ้นมาบ้างหรือยัง”
ใช้เวลาอยู่ในห้างสรรพสินค้ากันราวๆสองชั่วโมง หญิงสาวก็โทรให้เขามารับเธอกลับบ้านได้ โดยที่ตัวเขานั้นก็เดินตามๆเธออยู่ในห้างนั่นแหละ แต่ทว่าก็แสร้งขึ้นรถมาก่อนเธอราวกับว่ารอเธออยู่ในรถไม่ได้ลงไปที่ไหนเลย
“อ่ะ”
พราวลลิลกลับขึ้นรถมากับข้าวของเพียงหนึ่งถุงเท่านั้นไม่ได้ซื้ออะไรมากมายเลยสักนิด เธอได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วทุกอย่างก็จบเท่านั้น ไม่มีการใช้จ่ายเงินสิ้นเปลือง นิสัยของเธอเป็นแบบนี้อยู่แล้ว
แล้วเธอก็รีบคืนบัตรเครดิตให้กับเขา ด้วยมันไม่ใช่ของเธอก็ไม่รู้จะเก็บติดตัวเอาไวทำไม
“ฝากเธอเก็บไว้ก่อน ฉันขี้เกียจเปิดกระเป๋า”
ในมือของเขาถือถุงขนมอยู่ไม่ว่างพอจะหยิบเอากระเป๋าสตางค์ขึ้นมาเก็บบัตรเครดิตใส่กระเป๋าได้หรอก ฝากเธอเอาไว้ก่อนก็คงไม่เสียหายอะไร ช่วงนี้เขาก็ยังไม่จำเป็นที่จะต้องใช้อะไร
“เดี๋ยวถึงบ้านจะรีบคืนให้นะ”
“พี่เนตรเดี๋ยวแวะร้านอาหารก่อนถึงบ้านด้วยนะครับ”
“ได้ครับคุณนนท์”
“จะเลี้ยงข้าวเย็นฉันเหรอ”
คนตัวเล็กพอได้ยินเขาสั่งกับคนขับรถแบบนั้นก็หูตาพองเพราะความดีใจขึ้นมาในทันที ท้องของเธอกำลังหิวเลยถ้าได้กินอะไรเข้าไปเร็วๆก็คงต้องดีมากๆแน่เลย
“เปล่า”
“เชอะ”
แต่แล้วคำตอบจากปากของเขาก็ทำเอาเธอต้องเมินหน้าหนี ยังไงก็ต้องแวะไปกินข้าวด้วยกันอยู่แล้ว ยังมาปฏิเสธอีกว่าจะไม่เลี้ยง
“กินหน่อยไหม”
แล้วเขาก็ยื่นขนมเข้ามาง้อเธอถึงตรงหน้า เป็นขนมเอแคลร์ชิ้นกำลังพอดีคำที่ภายในเต็มไปด้วยครีม
“อืม ก็น่ากินดีนะ”
รับเอาขนมมาไว้ในมืออย่างรวดเร็ว เมื่อท้องมันร้องบอกว่าหิวไม่ควรจะหยิ่งกับเขาให้นาน ไม่อย่างนั้นอาจอดตายได้
“ห้างใกล้ปิดแล้ว ก็เลยมีของลดราคาหลายอย่าง”
“นี่คุณ”
“อันนี้ฉันจะไม่หักจากเงินเดือนก็แล้วกัน”
“จะไม่กินว่างั้น”
เขาเห็นว่าเธอถือขนมเอาไว้นานแล้วแต่ไม่ยอมกิน เขาก็เลยจะหยิบคืนกลับมาไว้ในกล่องตามเดิม
“เห็นคุณมีน้ำใจหรอกนะ ฉันก็จะพยายามกินให้ก็แล้วกัน”
เธอกินไปแล้วหนึ่งชิ้นก็ไปหยิบกินอีกหนึ่งชิ้น และพอเห็นว่าเขานั้นกินด้วย แต่ขนมมีแค่ไม่กี่ชิ้นเอง
“แคร่กๆ”
คนตัวเล็กก็เลยหยิบมาอีกหนึ่งชิ้นเพื่อยัดเข้าปากโดยที่ยังเคี้ยวชิ้นก่อนหน้านี้ไม่หมดเลยด้วยซ้ำ
เสียงกระแอมไอดังขึ้นในทันทีเพราะความรีบร้อนที่จะกินจนเคี้ยวไม่ทันจนเกิดการสำลักขึ้นมา
“นี่น้ำ ไหวไหม ทำไมไม่ค่อยๆกินล่ะ”
“แคร่กๆ ก็มันอร่อยอ่ะ”
“หึ”
นนท์ธิวรรธน์ถึงกับส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ ก่อนหน้านี้ทำท่าแทบไม่อยากกินแต่พอตอนนี้ดันบอกว่าอร่อย
นี่ถ้าเธอเป็นเด็กเล็กๆเขาคงได้จับเธอตีก้นสักทีสองทีให้หายดื้อกันไปเลย
“แล้วนี่ถ้าคุณกินหมดฉันก็อดกินนะสิ”
“กินแค่รองท้องก็พอ เดี๋ยวถึงร้านอาหารก็ค่อยกินให้อิ่ม ไม่ต้องรีบหรอก”
“คุณไม่หิว คุณไม่รู้หรอก”
“หน้าตาเลอะเป็นลูกแมวหมดแล้ว”
ถกเถียงเขายังไม่พอยังกินน้ำตามเข้าไปอีกทั้งที่ยังมีขนมในปาก คราวนี้ทั้งน้ำทั้งขนมติดเต็มหน้าหญิงสาวเต็มไปหมด
ทำเอาเขาที่เห็นเธอในสภาพนี้เพียงคนเดียวถึงกับกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่ไหว เผลอยิ้มออกมาด้วยความตลกขบขัน
คนสวยที่ไม่เคยห่วงสวยเลยจริงๆ ทำอะไรค้านกับหน้าตาได้ตลอดทุกงานเลย
“ก็คุณนั่นแหละแย่งกินทำไมล่ะ”
พอเขาบอกว่าใบหน้าของเธอเลอะเทอะ มือบางๆก็พยายามจะเช็ดเองทั้งที่มือนั้นเลอะขนม
“นั่งเฉยๆ เดี๋ยวเช็ดให้”
สภาพของเธอเริ่มแย่ เขาก็เลยรีบหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋ามาเช็ดให้
“อื้อ ขอกินก่อน”
พราวลลิลยอมนั่งอยู่เฉยๆซะที่ไหนกัน เธอยังคงป้อนขนมใส่ปากตัวเองไม่เลิกทั้งที่มีเขาพยายามเช็ดหน้าให้อยู่
ก็เธอบอกแล้วว่าเธอหิว จะให้มาหยุดกินในขณะที่ยังกินไม่อิ่มแบบนี้ได้ยังไงกันล่ะ ยังไงก็ต้องกินให้อิ่มเอาไว้ก่อน
“ลูกแมวจริงๆเลย”
คนตัวโตทำได้เพียงแค่ส่ายหน้าเบาๆไปมา ครั้นจะดุเธอก็คงไม่ได้เพราะเด็กกำลังหิวจะให้ขัดใจได้ยังไง
เขาก็เลยต้องพยายามเช็ดหน้าให้เธอและปล่อยให้เธอกินไปด้วย จนใบหน้านั้นกลับมาดูดีดั้งเดิม
และรถก็จอดที่หน้าร้านอาหารพอดิบพอดีเลย เขากับเธอก็เลยรีบพากันลงจากรถเพื่อกินอาหารเย็นนอกบ้านด้วยกันหลังจากทำงานหนักกันมาทั้งวัน
